
สาวแสบอ้างตัวจนท.มูลนิธิยกกล่องบริจาค
สาวแสบอ้างตัวจนท.มูลนิธิ...ยกกล่องบริจาค : สายตรวจระวังภัย โดยทีมข่าวอาชญากรรม
ทุกวันนี้สังคมไทยมีมิจฉาชีพอยู่หลากหลายรูปแบบ และมิจฉาชีพเหล่านี้จะหาวิธีคิดใหม่ๆ เพื่อที่จะหลอกเอาทรัพย์สินของผู้อื่นมาอย่างง่ายได้ เช่นเดียวกับมิจฉาชีพสาวรายนี้เธอจะอ้างตัวว่าเป็นตัวแทนจากมูลนิธิต่างๆ มารับเงินที่อยู่ในตู้บริจาค จากนั้นก็ขโมยเงินบริจาคไปอย่างง่ายๆ เธอไม่ได้ทำเพียงแค่ครั้งสองครั้งแต่เธอทำมาแล้วกว่า 30 ครั้ง
หลายคนคงสงสัยว่าทำไมหลายร้านตกเป็นเหยื่อของเธอได้ เราคงเคยเห็นตู้เงินบริจาคของมูลนิธิเพื่อการกุศลต่างๆ ที่มักจะตั้ง ตามร้านค้า ตามมินิมาร์ท คลินิก หรือร้านกาแฟ วิธีการของ น.ส.สุทธิกานต์ กาวไธสง อายุ 33 ปี มิจฉาชีพสาว เธอจะปลอมตัวเป็นเจ้าหน้าที่มูลนิธิ ก่อนที่เธอจะทำทีเข้าไปติดต่อกับทางร้านค้าว่ามูลนิธิให้เธอเป็นตัวแทนมารับตู้บริจาคไป และเธอได้นำเอกสารที่เธอปลอมแปลงขึ้นมาว่า เธอเป็นเจ้าหน้าที่จากมูลนิธิ เมื่อทางร้านเห็นเอกสารดังกล่าวก็หลงเชื่ออนุญาตให้เธอยกตู้บริจาคออกไปจากร้านอย่างง่ายๆ
สำหรับเอกสารเธอปลอมมันได้อย่างไร ทำไมทางร้านค้าถึงหลงเชื่อเธอยอมให้เงินบริจาคกับเธออย่างง่ายดายคงต้อนย้อนกลับไปเมื่อ 2 เดือน ก่อนหน้าที่มิจฉาชีพสาวรายนี้ตกงาน เธอเห็นเงินที่อยู่ในตู้บริจาคที่อยู่ในร้านค้า ขณะเจ้าของร้านเผลอจึงสบโอกาสขโมยตู้เงินบริจาค ก่อนที่จะมางัดแงะเอาเงินบริจาคออกมาใช้จ่าย โดยได้สังเกตเห็นว่าในตู้บริจาคจะมีเอกสารระบุชื่อพนักงานของมูลนิธิกับรูปถ่ายเอาไว้ จึงได้ความคิดหาเงินมาใช้จ่ายด้วยการปลอมแปลงเอกสารขึ้นมาด้วยการนำรูปถ่ายกับชื่อ นามสกุล ของตัวเองไปตัดแปะทับชื่อนามสกุลของพนักงานของมูลนิธิตัวจริง รวมทั้งปลอมแปลงวุฒิการศึกษาให้จบปริญญาตรีด้วย
ทีมข่าวอาชญากรรม มีโอกาสพูดคุยกับมิจฉาชีพสาว เธอเปิดเผยทั้งน้ำตาว่า "เมื่อร้านค้าเหล่านั้นเห็นเอกสารที่หนูปลอมขึ้นมา ก็หลงเชื่อให้หนูยกตู้ออกจากร้านไป หนูก็จะรีบงัดเอาเงินในตู้บริจาคออกมา แล้วโยนตู้หรือกล่องบริจาคทิ้งไป แต่ก็มีบางครั้งที่ร้านค้าเหล่านั้น ไม่เชื่อว่าหนูเป็นพนักงานของมูลนิธิ เนื่องจากตัวจริงต้องมีกุญแจมาไขตู้เอง โดยเงินที่ได้ก็เอาไปใช้จ่ายส่วนตัว และซื้อยาไอซ์มาเสพ ได้เงินเยอะที่สุดประมาณ 5,000 บาท ล่าสุดเพิ่งลงมือไปเมื่อวันที่ 28 เมษายนที่ผ่านมา ที่ร้านมินิมาร์ท ในปั๊มน้ำมันซอยสุขุมวิท 64 ส่วนใหญ่จะเลือกลงมือที่ย่านพระโขนง กับ บางนา เป็นหลัก"
เธอบอกว่าที่เลือกก่อเหตุวิธีนี้เพราะมันง่าย!!!!
การแกะรอยติดตามจับกุมแม่เสือสาวรายนี้ พ.ต.ท.สิทธิ์ศักดิ์ นาคามาตย์ สว.สส.สน.บางนา กล่าวว่า กล้องวงจรปิดสารมารถบันทึกภาพไว้ได้ ขณะที่ผู้ต้องหาลงมือก่อเหตุ และมีการนำภาพเหล่านี้ไปเผยแพร่ตามสื่อต่างๆ จนมีพลเมืองดีแจ้งเบาะแสมายังเจ้าหน้าที่ตำรวจว่า ผู้ต้องหาพักอาศัยอยู่ที่ห้องพักเลขที่ 310 เอ็มซีคอร์ท ซอยบางนา-ตราด 11 แขวงและเขตบางนา กรุงเทพฯ จึงนำกำลังเข้าจับกุมตัวมาสอบสวน และมีเหยื่อหลายรายเข้ามาชี้ตัวยืนยัน
"ขอฝากถึงคนดูแลร้านค้าเพื่อไม่ให้ตกเป็นเหยื่อแบบนี้ ทางร้านต้องตรวจสอบหน้าตาว่าตรงกับเอกสารหรือไม่ ดูความเรียบร้อยของเอกสารว่าร้อยตัดภาพติดใหม่หรือไม่ ที่สำคัญคือคนที่จะเอากล่องรับบริจาคนั้นจะเอาเอกสารมายืนยันอย่างเดียวไม่ได้ควรจะมีกุญแจไขมาด้วยไม่ต้องให้ไปทั้งกล่องถึงจะปลอดภัย" พ.ต.ท.สิทธิ์ศักดิ์ กล่าวฝากเตือน
นี่คือ ภัยอีกรูปแบบที่มิจฉาชีพฉกฉวยความใจบุญของคนไทยในการบริจาคเงินทองให้แก่มูลนิธิต่างๆ ด้วยวิธีง่ายๆ แต่กลับได้ผล แต่สุดท้ายหนีไม่พ้นเงื้อมมือของกฎหมาย !!!
..........................
(หมายเหตุ : สาวแสบอ้างตัวจนท.มูลนิธิ...ยกกล่องบริจาค : สายตรวจระวังภัย โดยทีมข่าวอาชญากรรม)



