คอลัมนิสต์

เสียงปืนจากขอนแก่น

เสียงปืนจากขอนแก่น

08 พ.ค. 2556

เสียงปืนจากขอนแก่น : บทบรรณาธิการประจำวันที่8พ.ค.2556


              คดีคนร้ายใช้อาวุธปืนดักสังหารนายสุชาติ โคตรทุม ปลัดองค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) ขอนแก่น คนสนิทของนายเสริมศักดิ์ พงษ์พานิช รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ได้สะท้อนความฮึกเหิมไม่เกรงกลัวต่อกฎหมายบ้านเมือง ที่สำคัญมือปืนที่ถูกออกหมายจับเป็นนายตำรวจยศ พ.ต.ท.ตำแหน่งรองผกก.ป.สภ.หนองเรือ จ.ขอนแก่น ใกล้พื้นที่ผู้ตายนั่นเอง

              เริ่มแรกแม้จะดูซับซ้อนและเชื่อว่าเป็นคดีระดับอิทธิพล แต่ในแวดวงตำรวจเพียงเข้าไปตรวจสอบที่เกิดเหตุและดูลักษณะการยิงก็พอรู้ทางแล้วว่า มือปืนน่าจะเป็นคนมีสีเพราะมีลักษณะพิเศษที่สัญชาติญาณนักสืบรับรู้กันเอง

              ตำรวจภูธรภาค 4 เป็นตัวหลักในการคลี่คลายคดีโดยมีกองปราบปรามที่พล.ต.ต.สุพิศาล ภักดีนฤนาท ผบก.ป. ส่งกำลังเสริมเข้าสนับสนุนข้อมูลด้านการสืบสวนสอบสวนส่งให้ตำรวจพื้นที่ กระทั่งมีการออกหมายจับนายตำรวจ 2 นายและทีมสังหารที่ยังหลบหนี เชื่อว่ามีอีกอย่างน้อย 2 คนที่ยังหลบหนี

              นอกจากทีมล่าสังหารแล้วยังมีคำถามว่า แล้วใครเป็นผู้อยู่เบื้องหลังหรือผู้จ้างวานครั้งนี้ ถ้าสอบถามคนขอนแก่นก็คงพอจะทราบ แต่ในการสอบสวนหาพยานหลักฐานมายืนยันจนถึงขณะนี้ยังไม่คืบหน้าเท่าไร เพราะผู้จ้างวานนั้นในทางการข่าวเป็นนักการเมืองระดับชาติ มีอิทธิพลในพื้นที่และยังเป็นผู้สนับสนุนส่งกำลังเข้าร่วมชุมนุมในม็อบต่างๆ เรียกว่า เป็นหนึ่งในคนสำคัญของเครือข่ายภาคอีสานฝ่ายสนับสนุนรัฐบาล

              แม้สำนักงานตำรวจแห่งชาติโดยเฉพาะพล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว ผบ.ตร. จะสั่งกำชับให้ติดตามจับกุมคนร้ายและผู้สั่งการแต่ในระดับปฏิบัติกลับได้รับแรงกดดันจากอิทธิพลของคนบงการด้วยทั้งทางตรงและทางอ้อม ซึ่งยังไม่แน่ว่าจะจับกุมได้หรือไม่ ขณะเดียวกันผู้ตายก็ไม่ใช่ธรรมดาเป็นหนึ่งในผู้ใกล้ชิดนักการเมืองระดับรัฐมนตรี ซึ่งก็เกิดเป็นแรงผลักดันให้สืบสาวถึงตัวผู้จ้างวานเช่นกัน เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงต้องทำงานอย่างรอบคอบ ถ้าดูจากปฏิกิริยาบรรดาแกนนำรัฐบาลจะเห็นว่าต่างปิดปากเงียบไม่มีใครพูดถึงความขัดแย้งหรือปมการตายแต่อย่างใด เพียงโยนมาให้เป็นเรื่องเจ้าหน้าที่ตำรวจ พอเห็นเค้ารางมาจากช่วงเริ่มเกิดเหตุว่า คนในบ้านฆ่ากันเองเพื่อสางแค้นเรื่องผลประโยชน์ที่ผู้ตายไม่สนองตอบ

              ผลที่ตามมาคือ กฎหมายอาจสาวไม่ถึงผู้สั่งการ เพราะแรงกดดันที่เกิดจากอำนาจฝ่ายบริหารมีผลต่อสำนวนคดีมากทีเดียว หากนายตำรวจที่ลงไปควบคุมมีเครือข่ายโยงใยอยู่กับฝ่ายรัฐบาล การจับกุมนักการเมืองระดับชาติมีผลในแง่ภาพลักษณ์และผลประโยชน์ท้องถิ่นที่เกิดจากนักการเมือง การทุจริตคอร์รัปชั่นต่างๆ จะยิ่งชัดเจนมากยิ่งขึ้น
 
              เสียงปืนที่ดังขึ้นที่จ.ขอนแก่น สะท้อนให้เห็นความเข้มแข็งของกฎหมายและผู้บังคับใช้และได้ตีแผ่ถึงความฉ้อฉลผลประโยชน์จากงบประมาณแผ่นดิน ที่ผ่านมาคดีลักษณะนี้คนบงการมักลอยนวล ยิ่งมีอำนาจเงิน อำนาจการเมืองด้วยแล้วยากที่เจ้าหน้าที่จะเข้าไปแตะต้อง อยากเห็นรัฐบาลเอาจริงเอาจังโดยเฉพาะเรื่องนี้เปรียบเสมือนศึกภายใน ความชัดเจนของรัฐบาลจะทำให้เกิดความเชื่อมั่นและเคารพต่อกฎหมาย ไม่ใช่ยอมรับกฎหมายเฉพาะที่มีประโยชน์กับฝ่ายตน