คอลัมนิสต์

จับโกหกคำพูดรัฐบาลประชาธิปไตย

จับโกหกคำพูดรัฐบาลประชาธิปไตย

06 พ.ค. 2556

จับโกหกคำพูดรัฐบาลประชาธิปไตย : กระดานความคิดโดยชาคริน รากคู


          ปาฐกถาพิเศษนายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ ชินวัตร ในการประชุมประชาคมประชาธิปไตย ที่เมืองอูลัน บาตอ ประเทศมองโกเลีย เมื่อวันที่ 29 เมษายน ที่ผ่านมา เป็นประเด็นร้อนแรงที่กำลังเข้มข้นราวกลับต้องการเร่งเงื่อนไขเพื่อเป้าหมายทางการเมืองอย่างใดอย่างหนึ่ง

          แน่นอนว่า รัฐประหารกับประชาธิปไตยย่อมเป็นของแสลงต่อกัน แต่การเลือกหยิบบางด้านบางมุมเพื่อสนับสนุนจุดยืนของตัวเองก็กลายเป็นเรื่องที่ไร้ตรรกะอีกเช่นกัน มายกตัวอย่าง เนื้อหาปาฐกถา ซึ่งนายกรัฐมนตรีระบุตอนหนึ่งว่า รัฐประหารทำให้ประเทศไทยต้องถอยหลังและสูญเสียความน่าเชื่อถือต่อนานาชาติหลักนิติธรรมและกระบวนการกฎหมายถูกทำลาย โครงการและแผนงานที่ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ริเริ่มตามที่ประชาชนต้องการถูกยกเลิกนั้นก็ไม่ใช่ความจริงทั้งหมด

          ตัวอย่างล่าสุด โครงการประชานิยมที่ริเริ่มในสมัยรัฐบาล พ.ต.ท.ทักษิณแท้ๆ อย่างโครงการที่สนับสนุนให้องค์กรชุมชนจัดการตนเองผ่านโครงการต่างๆ เช่น บ้านมั่นคง สภาองค์กรชุมชน สวัสดิการชุมชน มาปัจจุบัน ถูกหั่นงบประมาณปี 2557 จาก 5,183 เหลือเพียง 519 ล้านบาท และหากเปรียบเทียบกับปี 2556 ซึ่งเคยได้รับงบประมาณ 1,364 ล้านบาท ถือว่าลดลงมากกว่าครึ่ง คือร้อยละ 58 โดยเฉพาะงบสนับสนุนกองทุนสวัสดิการชุมชน ซึ่งมีที่มาของเงินกองทุนจากรัฐบาล ประชาชนและส่วนท้องถิ่นเพื่อให้ชุมชนดูแลสวัสดิการตัวเองตั้งแต่เกิดจนตายนั้น ถูกหั่นเกลี้ยงไม่ได้รับการจัดสรรงบประมาณแม้แต่บาทเดียว

          ข้อมูลของสำนักงบประมาณได้ตัดงบประมาณสนับสนุนสวัสดิการชุมชนทั้งหมดจากที่ขอ 1,200 ล้านบาท ส่วนรายการอื่นๆ ที่ถูกปรับลด คือ สภาองค์กรชุมชนเสนอ 223 ล้านบาท ตัดเหลือ 50.8 ล้านบาท ความเข้มแข็งชุมชนท้องถิ่นเสนอ 370 ล้านบาท ตัดเหลือ 23.4 ล้านบาท โครงการบ้านมั่นคงเสนอ 2,400 ล้านบาท เหลือ 174 ล้านบาท โครงการห้าจังหวัดชายแดนภาคใต้เสนอ 440 ล้าน เหลือ 55.2 ล้านบาท และโครงการบ้านมั่นคงชนบทเสนอ 550 ล้าน ตัดเหลือ 264.8 ล้านบาท

          ความจริงทิศทางของการสนับสนุนการเติบโตของขบวนองค์กรชุมชนนี้ ผู้คนในแวดวงงานพัฒนาจับสัญญาณได้ตั้งแต่นายสันติ พร้อมพัฒน์ มาเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์แล้วว่า รัฐมนตรีผู้นี้นับครั้งได้ที่จะเข้าร่วมกิจกรรมกับขบวนองค์กรชุมชนและเดินหน้าผลักดันงานที่ริเริ่มไว้สมัยรัฐบาล พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร แต่นายสันติก็ยังเหนียวปึ้กกับตำแหน่งเจ้ากระทรวงนี้มาต่อเนื่อง

          เมื่อวันที่ 30 เมษายน ที่ผ่านมา ขบวนองค์กรชุมชนกว่า 200 คนไปยื่นหนังสือเรียกร้องให้รัฐบาลทบทวน แต่ก็ไร้เงาของรัฐมนตรีเจ้าของเรื่อง

          ขณะที่ นายวราเทพ รัตนากร รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ซึ่งกำกับดูแลสำนักงบประมาณ ก็ได้แต่บอกว่า ตามขั้นตอนต้องให้หน่วยงานต้นสังกัดคือกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์เสนอเรื่องขึ้นมาใหม่ และต้องรอการพิจารณาของสภาผู้แทนราษฎรว่า จะมีการตัดงบส่วนไหนและแปรญัตติเพิ่มงบประมาณส่วนไหน

          ถอดรหัสคำพูดนี้ก็คือ การโยนกลองทั้งที่เป็นรัฐมนตรีร่วมรัฐบาลและรู้ข้อเท็จจริงว่ากระทรวงการพัฒนาสังคมฯ ก็คงตีกรรเชียงหนีเช่นกัน

          ถ้านายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ยืนยันความเป็นรัฐบาลผลผลิตของระบอบประชาธิปไตยที่แลกมาด้วยเลือดเนื้อ ย่อมเคยได้ยินหลักการพื้นฐานของประชาธิปไตยคืออำนาจของประชาชน โดยประชาชน เพื่อประชาชน แต่ถ้าในทางปฏิบัติรัฐบาลกลับไม่สนับสนุน หรือมีนโยบายที่สอดคล้องกับหลักการดังกล่าว ไม่สนับสนุนให้ประชาชนมีความเข้มแข็ง เพื่อสามารถมีส่วนร่วมอย่างสำคัญในการบริหารอำนาจรัฐ ก็ย่อมพูดไม่ได้เต็มปากว่าเป็นรัฐบาลประชาธิปไตย