
'กองทัพภาค3'ร่วมดับไฟใต้ไม่ทิ้งชายแดน
'กองทัพภาค3'ร่วมดับไฟใต้ ไม่ทิ้งชายแดน-ช่วยภัยพิบัติ : ตะลุยกองทัพ โดยทีมข่าวความมั่นคง
ภารกิจดูแลรักษาความสงบเรียบร้อยใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ต้องใช้กำลังพลไม่ต่ำกว่า 6 หมื่นนาย โดยในส่วนของกองทัพบก (ทบ.) นอกจากกองทัพภาคที่ 4 ที่รับผิดชอบโดยตรงแล้ว ยังต้องใช้กำลังจากกองทัพภาคที่ 1 กองทัพภาคที่ 2 และกองทัพภาคที่ 3 เข้ามาสนับสนุนด้วย
พล.ท.ปรีชา จันทร์โอชา แม่ทัพภาคที่ 3 กล่าวถึงการสนับสนุนภารกิจในพื้นที่ภาคใต้ว่า กองทัพภาคที่ 3 ได้ปฏิบัติงานตามนโยบายของกองทัพบก ทั้งการเตรียมกำลังพล เตรียมการฝึก และเตรียมยุทโธปกรณ์เพื่อลงไปปฏิบัติภารกิจในพื้นที่เพื่อให้เกิดความสงบเรียบร้อย
“กองทัพภาคที่ 3 รับผิดชอบในพื้นที่ จ.ยะลา โดยมีการจัดตั้งหน่วยเฉพาะกิจยะลา มี พล.ต.ปราการ ชลยุทธ รองแม่ทัพภาคที่ 3 ทำหน้าที่เป็น ผบ.ฉก.ยะลา ควบคุมพื้นที่ใน 8 อำเภอ โดยมีหน่วยปฏิบัติการระดับกองพันอีก 3 กองพัน" พล.ท.ปรีชา กล่าว
พล.ท.ปรีชา กล่าวว่า ทั้งนี้เมื่อจบภารกิจในอีก 6 เดือนข้างหน้า กองทัพภาคที่ 3 ก็จะต้องเตรียมกำลังพลเอาไว้เพื่อปฏิบัติภารกิจในปีงบประมาณหน้าต่อไป โดยกองทัพภาคที่ 3 พร้อมที่จะปฏิบัติภารกิจในทุกสถานการณ์ และทุกเรื่อง ตามสโลแกนของกองทัพ "เพื่อชาติ ศาสน์ กษัตริย์ และประชาชน"
พล.ท.ปรีชา กล่าวถึงภารกิจหลักในยามปกติของกองทัพภาคที่ 3 ว่า ภารกิจหลักที่สำคัญของกองทัพภาคที่ 3 ประกอบด้วย 3 ภารกิจคือ 1.ภารกิจการป้องกันชายแดน มีกองกำลังผาเมือง กับกองกำลังนเรศวร รับผิดชอบ 8 จังหวัด ได้แก่ จ.ตาก จ.แม่ฮ่องสอน จ.เชียงใหม่ จ.เชียงราย จ.พะเยา จ.น่าน จ.อุตรดิตถ์ และจ.พิษณุโลก โดยจะรับผิดชอบภารกิจหลัก คือ การป้องกันชายแดนตามพื้นที่รับผิดชอบ ส่วนอีกภารกิจที่ซ้อนกันอยู่ของหน่วยป้องกันตามแนวชายแดน คือ ภารกิจด้านยาเสพติดที่ถูกลำเลียงเข้ามาในประเทศไทย โดยหน่วยเหล่านี้จะเข้าไปสกัดกั้นและปราบปราม
2.ภารกิจการรักษาความมั่นคงภายใน ซึ่งถือเป็นภารกิจที่สำคัญในการดูแลรักษาความสงบเรียบร้อยภายในประเทศในพื้นที่ภาคเหนือ 17 จังหวัด โดยมีกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักรจังหวัด (กอ.รมน.จังหวัด) ที่มีเจ้าหน้าที่ทหารทำหน้าที่เป็นรอง ผอ.รมน.จังหวัด โดยมีผู้ว่าราชการจังหวัดทำหน้าที่เป็น ผอ.รมน. โดยหากเกิดปัญหาที่กระทบกับความมั่นคง เช่น ภัยพิบัติทางธรรมชาติต่างๆ ทหารจะเข้าไปสนับสนุน และช่วยเหลืออย่างเต็มที่ โดยจะมีการประสานงานกันทางจังหวัดเพื่อปฏิบัติงานร่วมกัน
3.ภารกิจการพัฒนาประเทศ และช่วยเหลือประชาชนเมื่อประสบภัยพิบัติ โดยกองทัพภาคที่ 3 ได้ดำเนินการโครงการปรับปรุงและพัฒนาแหล่งน้ำตามนโยบายของรัฐบาล โดยปฏิบัติงานอยู่ในพื้นที่ 9 จังหวัด โดยมี 19 แผนงาน ซึ่งขณะนี้ได้ดำเนินการไปกว่า 70 เปอร์เซ็นต์แล้ว ทั้งการจัดหาแหล่งน้ำ แหล่งกักเก็บน้ำ คลองชลประทาน และการขุดลอกลำคลองที่ตื้นเขิน เป็นต้น
“พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผู้บัญชาการทหารบก ได้มอบนโยบายให้หน่วยทหารที่อยู่ในแต่ละพื้นที่เข้าถึงพื้นที่ทันทีเมื่อเกิดภัยพิบัติใน ในช่วงนี้ภารกิจหลักของกองทัพภาคที่ 3 คือ การเข้าไปช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนจากพายุฤดูร้อน หรือกรณีประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากไฟป่าที่ศูนย์พักพิง" พล.ท.ปรีชา กล่าว
แม่ทัพภาคที่ 3 ยังกล่าวถึงภารกิจในการกระชับความสัมพันธ์กับกองทัพของประเทศเพื่อนบ้านด้วยว่า สำหรับการเสริมสร้างความสัมพันธ์ทางด้านการทหารกับประเทศเพื่อนบ้านทั้งพม่า และส.ป.ป.ลาว ได้มีการเดินทางเยี่ยมเยียนเพื่อกระชับสัมพันธ์กันอย่างต่อเนื่อง โดยมีคณะกรรมการชายแดนส่วนท้องถิ่น (ทีบีซี) เป็นกลไกพัฒนาความสัมพันธ์กับประเทศเพื่อนบ้าน
ทั้งนี้ ในส่วนของประเทศพม่าที่เคยมีปัญหากระทบกระทั่งกันตามแนวชายแดนในอดีตนั้น แต่ปัจจุบันไม่มีปัญหาแล้ว และมีความร่วมมือกันเป็นอย่างดี โดยจะมีการประชุมร่วมกับกองทัพพม่าในเร็วๆ นี้ และที่ผ่านมาก็ได้รับความร่วมมือจากประเทศเพื่อนบ้านในการปราบปรามยาเสพติดเป็นอย่างดี
แม่ทัพภาคที่ 3 กล่าวว่า กองทัพภาคที่ 3 จะปฏิบัติภารกิจเพื่อช่วยเหลือประชาชน และดูแลปัญหาความมั่นคงของประเทศให้ดีที่สุด โดยอยากขอความร่วมมือกับประชาชนในพื้นที่ หากพบสิ่งผิดปกติ หรือมีกำลังพลเข้าไปเกี่ยวข้องกับสิ่งผิดกฎหมายก็ขอให้แจ้งเจ้าหน้าที่เพื่อดำเนินการต่อไป
"ผมได้กำชับกำลังพลทุกนายให้ปฏิบัติหน้าที่ในความรับผิดชอบด้วยความขยันขันแข็ง ไม่เข้าไปยุ่งเกี่ยวกับขบวนการที่แสวงหาผลประโยชน์ในพื้นที่ เช่น ปัญหายาเสพติด หรือการเอื้อประโยชน์ให้แก่ผู้ลักลอบเข้าเมืองโดยผิดกฎหมาย ทั้งนี้ หากกำลังพลเข้าไปเกี่ยวข้องจะต้องถูกดำเนินคดีตามกฎหมาย และจะไม่มีการช่วยเหลือใดๆ ทั้งสิ้น เพราะผู้บัญชาการทหารบกได้สั่งกำชับไว้อย่างชัดเจนแล้ว ไม่ให้มีกำลังพลเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับยาเสพติด สิ่งผิดกฎหมาย หรือตั้งแก๊งอิทธิพลขึ้นมา" แม่ทัพภาคที่ 3 กล่าวย้ำ
...................
(หมายเหตุ : 'กองทัพภาค3'ร่วมดับไฟใต้ ไม่ทิ้งชายแดน-ช่วยภัยพิบัติ : ตะลุยกองทัพ โดยทีมข่าวความมั่นคง)



