คอลัมนิสต์

ข่าวสารจาก'บ้านโพนทอง'

ข่าวสารจาก'บ้านโพนทอง'

02 พ.ค. 2556

ข่าวสารจาก'บ้านโพนทอง' : มนุษย์สองหน้า โดยแคน สาริกา


              ชนบทกับเมืองอยู่ใกล้กันแค่เอื้อมในยุคสมัยของโซเชียลเน็ตเวิร์ก วันก่อนน้องชาย(ครูบ้านนอก) โพสต์รูปภาพ "บ้านโพนทอง" ลงในหน้าเฟซของเขา ภาพหมู่บ้านที่เปลี่ยนไปจากเมื่อ 30 กว่าปีที่แล้ว ทำให้ผมระลึกชาติขึ้นมาอย่างฉับพลันทันที

              ต้นปี 2518 ผมเดินทางมาอำนาจเจริญแบบคนแปลกหน้า สมัยนั้นยังเป็นอำเภอหนึ่งของ จ.อุบลราชธานี ผมนั่งรถโดยสารสองแถวจากตัวอำเภอไปลงที่บ้านสวนโคก ซึ่งเป็นหมู่บ้านเล็กๆ ที่อยู่ห่างจากบ้านโพนทองประมาณ 700-800 เมตร

              เพื่อนนักกิจกรรมในตัวเมืองอุบลฯ ให้ผมถือจดหมายฉบับหนึ่งมาพบ "พ่อบุญมี" แห่งบ้านสวนโคก จดหมายฉบับนั้นเสมือนใบแนะนำประวัติของผม

              สาเหตุที่ผมต้องมาบ้านสวนโคก-บ้านโพนทอง ใน พ.ศ.โน้น เพราะเกิดเหตุ "หนุ่มบ้านสวนโคก" สามคนถูกลอบยิงเสียชีวิตใต้ต้นตาลคู่ ริมทางสายนาไร่ใหญ่-โพนทอง ใกล้ทางแยกเข้าบ้านโป่งหิน

              หนึ่งในสามผู้สูญเสียคือ ลูกชาย "พ่อบุญมี" ซึ่งก่อนหน้านั้น พ่อบุญมีกับเพื่อนบ้านส่วนหนึ่งเดินทางเข้ากรุงเทพฯ เพื่อร้องขอความเป็นธรรมกับศูนย์กลางนิสิตนักศึกษาแห่งประเทศไทย (ศนท.) เพราะชาวบ้านย่านตำบลโพนทองปักใจเชื่อว่า สามหนุ่มตายด้วยน้ำมือของหน่วยล่าสังหารของ กอ.รมน.

              ความตายของสามหนุ่มในคืนมืด ส่งผลให้คนหนุ่มสาวชาวโพนทอง หนองโน สวนโคก โป่งหิน ฯลฯ เลือกเดินทางเข้าสู่ป่าเขา รวมทั้งตัวผมก็ตัดสินใจเดินลัดทุ่งนา มุ่งหน้าสู่ภูสระดอกบัวเช่นกัน

              เมื่อไม่กี่วันมานี้ "กำนันจอม" (จอมพล บัวหอม) ลูกชายคนเล็กของพ่อบุญมี โทรศัพท์มาเล่าเรื่องความวุ่นวายใน ต.โพนทอง อันเนื่องจากคำสั่งช่วยเหลือผู้ร่วมพัฒนาชาติไทย (ผรท.) หรือเรียกกันสั้นๆ ว่า "ผรท.บัญชี 3"

              ดั่งที่ทราบกัน การช่วยเหลือ ผรท.ตามพันธสัญญา 66/2523 นั้น รัฐบาลสุรยุทธ์ ได้ช่วยไปแล้วจำนวนหนึ่ง และรัฐบาลอภิสิทธิ์ ก็ช่วยเหลือรายละ 2.2 แสนบาทไปแล้วเกือบหมื่นคน

              พอมาถึงรัฐบาลยิ่งลักษณ์ ก็มีการเรียกร้องให้ช่วยเหลือ ผรท.อีก โดยมีอดีตสหายตั้งตัวเป็น "นายหน้า" ล่ารายชื่อชาวบ้าน ที่มีทั้ง "สหายตัวจริง" และชาวบ้านทั่วไป ลงทะเบียนเป็นสมาชิก ผรท. เฉพาะภาคอีสาน ตัวเลขสมาชิก ผรท.มีมากกว่าแสนคน

              คณะกรรมการช่วยเหลือ ผรท. ที่แต่งตั้งโดยนายกฯ ยิ่งลักษณ์ จึงได้วางกติกาใหม่ให้ผู้ที่มั่นใจว่าเป็น "สหายตัวจริง" เดินทางมากรอกแบบฟอร์มขอรับการช่วยเหลือจากรัฐบาลที่ กอ.รมน.จังหวัดด้วยตัวเอง ซึ่งตอนแรกมีกำหนดสิ้นสุดเมื่อ 4 เมษายน ตอนหลังได้ขยายเวลาถึง 30 เมษายนนี้

              ขั้นตอนหนึ่งของการขอรับการช่วยเหลือ ผู้ที่เคยเข้าป่าจะต้องให้ผู้ใหญ่ กำนัน และนายอำเภอ เซ็นรับรอง รวมถึงต้องไปทำทะเบียนประวัติที่สถานีตำรวจใกล้บ้าน

              "กำนันจอม" บอกว่า จะให้ผู้ใหญ่บ้าน กำนันเซ็นรับรองไปได้อย่างไร? ในเมื่อรู้กันอยู่ว่าคนพวกนั้นไม่เคยเข้าป่า แถมส่วนใหญ่ไม่เคยเป็นแนวร่วมในหมู่บ้าน และที่มันแย่ไปกว่า บางคนเป็น ตชด. เป็นข้าราชการอยู่ในตัวเมืองอำนาจเจริญ

              พวกแกนนำนายหน้าบางคน พยายามกดดันให้ผู้ใหญ่บ้าน-กำนันเซ็น โดยการอ้างว่าพวกเขาสนิทสนมกับนักการเมืองระดับชาติ แต่กำนันจอม ผู้ซื่อตรงเหมือนพ่อบุญมี ที่ผมเคยไปพักอาศัยอยู่ด้วยระยะหนึ่ง ก็ยืนยันว่าเซ็นรับรองให้ไม่ได้

              "ตัวจริงมันเหลือแค่ 40 คน พวกนั้นไปกวาดมาทั้งหมู่บ้าน มันทำกันไปได้ยังไง"

              อย่างที่ผมเคยเขียนไว้ในคอลัมน์นี้ว่า การช่วยเหลือ ผรท. กลายเป็น "กระบวนการทำมาหากิน" ของอดีตสหายกลุ่มหนึ่ง ซึ่งพวกเขามั่งมีศรีสุข มีรถกระบะหรูขี่ มีสร้อยคอทองคำเส้นเขื่องใส่ ก็เพราะการชวนเชื่อให้พ่อแม่พี่น้องของตัวเองเข้าใจว่า ใครยื่นขอก็ได้เงินทุกคน ?

              ผมฟังเรื่องเล่าจากหมู่บ้านโพนทอง ก็นึกเห็นหน้าพ่อบุญมี และลูกชายอีกคนที่พลีชีพในป่าเขา ผมรู้สึกว่าพ่อบุญมีโชคดีที่มีลูกชายกล้าหาญอย่างกำนันจอม