คอลัมนิสต์

อินโดนีเซียช่วงเปลี่ยนผ่าน

อินโดนีเซียช่วงเปลี่ยนผ่าน

30 เม.ย. 2556

อินโดนีเซียช่วงเปลี่ยนผ่าน : โลกสาระจิปาถะ โดยกวี จงกิจถาวร


               กรุงจาการ์ตา-มหานครแห่งนี้รถติดเป็นบ้า ฝนตกไม่นาน น้ำจะท่วมถนนสายต่างๆ ในบางพื้นที่เหมือนกับกรุงเทพฯ ตึกรามบ้านช่องที่นี่สูงเสียดฟ้า หรูหราที่สุด ที่น่าสนใจคือ ประชาธิปไตยอินโดนีเซียเริ่มจะพัฒนา และมีลักษณะพิเศษเป็นของตัวเอง ทั้งๆ ที่มีระบบการเมืองนี้เพิ่งนำมาใช้เพียงสิบห้าปีเท่านั้น (ของไทยเรามากกว่า 80 ปี)

               อินโดนีเซียยังต้องต่อสู้กับการเมืองประชาธิปไตยอีกต่อไป ตั้งแต่ปี 1998 เป็นต้นมา ถึงแม้ว่าสถาบันต่างๆ ของอินโดนีเซียได้มีการพัฒนาฝังรากลึกและมีบทบาทในการเสริมสร้างรากฐานประชาธิปไตย สังคมอินโดนีเซียยังมีความเหลื่อมล้ำมาก คนอินโดนีเซียที่รวยมีเงินมหาศาล แต่คนจนก็จนสุดขีด ขณะนี้มีชนชั้นกลางมากกว่า 35 ล้านคน ถือว่าเป็นจำนวนไม่น้อย จึงไม่แปลกศูนย์การค้าในมหานครแห่งนี้มีเป็นจำนวนมากและขายสินค้าแบรนด์เนมแพงๆ ที่บ้านเรายังไม่มีวางตลาด แต่ก็แปลกที่ไม่มีนักการเมืองสีต่างๆ ออกมาทำลายบ้านเมือง อำมาตย์อินโดนีเซียสุดยอดเหมือนกัน

               ประธานาธิบดีบัมบัง ยุดโดโยโน กำลังจะหมดวาระที่สองในปีหน้า เจอศึกหนัก เพราะมีปัญหาคอร์รัปชั่นและความไม่โปร่งใส อ่านหนังสือพิมพ์อินโดนีเซียในขณะนี้จะพบข่าวเกี่ยวกับเจ้าหน้าที่ถูกสอบสวนเรื่องคอร์รัปชั่นเกือบทุกวัน

               ฉะนั้นการเมืองภายในประเทศเริ่มมีความเข้มข้นมากขึ้น มีการรณรงค์การเมืองหาเสียงเลือกตั้งประธานาธิบดีให้เห็นแทบทุกวัน ตอนนี้มันยากจะเดาว่าใครจะมาเป็นประธานาธิบดีคนต่อไปของประเทศมุสลิมที่ใหญ่ที่สุดในโลก

               ตั้งแต่อินโดนีเซียเป็นประชาธิปไตย บทบาทในอาเซียนและเวทีการเมืองระหว่างประเทศเพิ่มขึ้นมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งในประเด็นการเมืองและความมั่นคง อินโดนีเซียมีโอกาสนำเสนอความคิดในกรอบต่างๆ เพื่อส่งเสริมความมั่นคงในภูมิภาค ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบกฎบัตรหรือกรอบประชาคมความมั่นคงในภูมิภาค ลึกๆ อินโดนีเซียต้องการให้ภูมิภาคสามารถดูแลตัวเองได้ ไม่ต้องพึ่งมหาอำนาจนอกอาเซียนมากนัก

               อินโดนีเซียยังมีความภูมิใจที่เป็นสมาชิกของ จี 20 ซึ่งเป็นกลุ่มเศรษฐกิจชั้นนำของโลกเฉพาะประเทศมีผลผลิตทางเศรษฐกิจยิ่งใหญ่ของโลกเท่านั้น ปีนี้อินโดนีเซียยังจะเป็นเจ้าภาพจัดเอเปคอีกด้วย

               แน่นอน สิ่งเหล่านี้จะไม่มีประโยชน์เลย ถ้าระบอบประชาธิปไตยอินโดนีเซียไม่แข็งพอและยั่งยืน ขณะนี้เป็นช่วงเปลี่ยนผ่านจริงๆ ของอินโดนีเซีย มีนักการเมืองหน้าใหม่กำลังพยายามเข้ามามีบทบาท ไม่ว่าจะเป็นดาวรุ่งอย่างผู้ว่ากรุงจาการ์ตา นายโจโกวี หรืออดีตนายทหารชื่อดัง พลเอกพราโปโว สุปรีอานโต ลูกเขยของอดีตประธานาธิบดีซูฮาร์โต

               ต้องยอมรับว่า นายทหารคนหลังนี้มาแรง หลังจากหลบไปชุบตัวในต่างประเทศเป็นเวลาหลายปีหลังซูฮาร์โตถูกโค่น ปีที่แล้วพราโปวีได้กลับมาที่อินโดนีเซีย เพื่อเสนอตัวเองเป็นผู้สมัครท้าชิงตำแหน่งประธานาธิบดีในปีหน้า

               การกลับมาของพราโปโวทำให้วงการเมืองอินโดนีเซียเริ่มป่วน เพราะมีคนกลัวว่าเขาอาจจะได้รับเลือกตั้งเป็นประธานาธิบดี (เนื่องจากมีครอบครัวนี้ร่ำรวย มีเงินมหาศาลมาใช้ในการหาเสียง) ถ้าดูประวัติของเขาจะรู้ว่าพราโปวีเป็นคนที่มีปัญหาทางด้านจิตใจ ไม่ค่อยจะเสถียร ประเด็นนี้เป็นที่กล่าวขวัญกันมาก

               อินโดนีเซียกำลังพัฒนาไปข้างหน้ายังไม่หยุดยั้งในฐานะที่เป็นประเทศมุสลิมสายกลาง เพื่อสร้างเครือข่ายประชาธิปไตยใหม่ ผู้นำอินโดนีเซียเห็นว่าอาเซียนยังเป็นกรอบที่เล็กเกินไป แต่ก็ยังสำคัญ เนื่องจากมันเป็นบันไดสำคัญในการไต่เต้าสู่ประชาคมนานาชาติ