
ฝาก...ไว้กับตำรวจ:ยุทธศาสตร์สกัดโจร
ฝาก...ไว้กับตำรวจ:ยุทธศาสตร์สกัดโจร : โลกตำรวจ โดยปนัดดา ชำนาญสุข
"ถ้าไม่ช่วยมัน ชาวบ้านเขาก็จะว่าให้ได้ว่าเป็นแม่ใจร้าย” แม่ของเด็กวัยรุ่นตอบคำถามสารวัตรสืบถึงเหตุผลที่มาอ้อนวอนขอให้ปล่อยตัวลูกชายที่ถูกจับในข้อหาเสพยาเสพติดพร้อมกับกลุ่มเพื่อน
“ฉันก็ไม่รู้จะทำยังไง พ่อมันก็ไม่สนใจ ฉันก็เตือนมันแล้ว เตือนมันอีก มันก็ตามเพื่อนมัน เชื่อเพื่อน ไม่เชื่อแม่” แม่ส่วนใหญ่มักกล่าวอ้างในรูปแบบทำนองเดียวกัน จนทำให้เกิดความสงสัยว่า ลูกของแม่คนใดที่เป็นต้นกำเนิดความคิดที่ทำให้เกิดการกระทำผิดกฎหมาย จนทำให้เกิดการกระทำตามกันที่เรียกว่า “เชื่อเพื่อน”...ใครเชื่อใคร? หรือแท้ที่จริงแล้ว เยาวชนต่างมี "ความเห็นพ้องต้องกัน” ว่าจะกระทำเช่นนั้นมากกว่าที่จะเป็นไปในลักษณะ "หลงเชื่อ”
ความเห็นพ้องต้องกันที่จะกระทำรุนแรงในรูปแบบต่างๆ เช่น การหมกมุ่นอยู่กับการเล่นเกม การเล่นการพนัน การแข่งรถ การเข้ากลุ่มแก๊ง และทำร้ายคนต่างกลุ่ม การดื่มสุรา การเสพยาเสพติด และรุนแรงจนถึงการจำหน่ายยาเสพติด เป็นต้น
การก้าวเข้าสู่โลกอาชญากรรมในกลุ่มเยาวชนมักเริ่มต้นด้วยคดีเกี่ยวกับทรัพย์เช่น ลักทรัพย์ เกิดขึ้นจากการไม่ได้รับการฝึกฝนที่ดีในการใช้เและการหาเงินอย่างมีสติ เด็กและเยาวชนไม่ได้รับการปลูกฝังขัดเกลาให้รู้จักคุณค่าของการใช้ชีวิตในรูปแบบของเศรษฐกิจแบบพอเพียง (อาจเริ่มต้นจากการคุ้นชินกับการเล่นหวย การเล่นการพนันของผู้ใหญ่ในครอบครัวหรือในสังคมที่เด็กเติบโตจนเห็นเป็นวิถีการหาเงินแบบปกติธรรมดา)
เมื่อใช้ชีวิตในรูปแบบของบริโภคนิยม ฟุ้งเฟ้อฟุ่มเฟือยจนขาดสติและเกิดความอยาก ความโลภ หลงใหลในวัตถุนิยม อยากได้โทรศัพท์มือถือที่สามารถสร้างความสุขในโลกของเทคโนโลยีที่ทันสมัยเช่นเดียวกับเพื่อนๆ ต้องการความโก้หรู สร้างอัตลักษณ์ตัวตนผ่านการใช้สินค้าแฟชั่น ตัวอย่างวิถีชีวิตเช่นนี้นำมาซึ่งความพยายามหาเงินเพื่อจับจ่ายซื้อสินค้าด้วยวิธีการต่างๆ ที่เยาวชนสามารถทำได้ เช่น การค้าประเวณี การลักทรัพย์ การพนัน เป็นต้น
สิ่งที่น่าสะเทือนใจมากไปกว่านั้นคือ ผู้ใหญ่ในสังคมไทยกำลังทำลายความมั่นคงของชาติด้วยการทำร้ายเยาวชนไทยในหลายลักษณะ เช่น การทำธุรกิจเพื่อแสวงหาผลกำไรโดยขาดจริยธรรมในการทำธุรกิจสถานบันเทิง หรือการใช้เด็กและเยาวชนเป็นเครื่องมือในการทำสิ่งที่ผิดกฎหมาย เป็นต้น
“เข้าไปแล้ว รู้สึกว่าไม่ใช่ที่ของเรา มองไป ทำไมมันถึงมีแต่เด็กผมสั้นแค่ใบหูกับเด็กหัวเกรียน มองหน้าก็รู้ว่า นี่มันเด็กมัธยมต้น” นิสิตอภิปรายกันอย่างกว้างขวางถึงประสบการณ์ภาคสนามเมื่อทำการศึกษาวิจัยเรื่องวิถีชีวิตสังคมเมืองในจังหวัดแห่งหนึ่ง “ทำไมเขาถึงไม่ตรวจบัตร?” “ทำไมเด็กมัธยมต้นจึงมาเที่ยวกลางคืนในสถานบันเทิงแห่งนี้ในจำนวนมากเช่นนี้?” “วิถีการขี่รถมอเตอร์ไซค์กลับบ้านภายหลังจากดื่มเหล้าและเต้นอย่างสนุกสนานในสถานบันเทิงในห้วงเวลาราวตีสองเกิดขึ้นได้อย่างไร?” และคำถามที่มักจะตามมาเสมอๆ คือ “ครอบครัวดูแลลูกอย่างไร?” คือ “ตำรวจทำไมถึงปล่อยให้เด็กทำเช่นนั้น?”
หากการตอบคำถามมิได้จำกัดวงอยู่ที่ว่า “หน้าที่ในการพัฒนาเยาวชนอยู่ที่พ่อแม่ของเด็กแต่ละคนเท่านั้น!” หรือ “ตำรวจมิได้มีหน้าที่ในการควบคุมปราบปรามแต่เพียงเท่านั้น!” แล้ว
สิ่งที่อยากจะชวนผู้อ่านคิดไปพร้อมๆ กับโจทย์ที่ตำรวจนครบาลควรจะต้องคิดใหญ่ทำใหญ่โดยชักชวนภาคีเครือข่ายภาคประชาชนร่วมแรงร่วมใจกันพัฒนาเยาวชนให้ใช้ชีวิตอย่างมีสติ รู้เท่าทันเห็นคุณค่าในการดำเนินชีวิตไม่เป็นเหยื่อของสังคมทุนนิยม ไม่หลงติดอยู่กับวัฒนธรรมบริโภคนิยมจนก้าวเดินสู่วิถีการใช้ความรุนแรงที่สร้างหายนะให้แก่ตนเองนั้นควรเป็นเช่นไร?...เยาวชนไทยต้องสามารถใช้ชีวิตอย่างมีสติและเข้มแข็งได้แม้อยู่ในสังคมที่เสี่ยง !
“ขาก็สวยดีนะ...” นายตำรวจใหญ่พูดช้าๆ เมื่อเห็นเด็กสาวใส่กางเกงขาสั้นแค่คืบอวดขาสวย และสวมเสื้อเอวสั้นคอกว้าง “มันสะท้อนให้เห็นวิธีคิดของเด็กที่น่าเศร้าใจ ลูกหลานเราไม่มีอะไรจะอวดอย่างน่าภาคภูมิใจจนต้องมาอวดเรือนร่างหรือ? มืดค่ำอย่างนี้ มีทั้งแรงงานต่างชาติ คนทำงานกลางคืน คนเมา คนขาดสติ มันคุ้มมั้ย ถ้าเด็กผู้หญิงถูกฉุดไปข่มขืน ความสะเทือนใจ ตราบาปที่เกิดขึ้นจะติดตัวไปตลอดชีวิต ทำไมเด็กผู้หญิงเขาคิดไม่ได้ว่าความสุขที่เกิดจากการอวดเรือนร่างมันไม่คุ้มค่ากับอันตรายที่จะเกิดขึ้นกับชีวิตของเขา” นายตำรวจใหญ่พูดช้าๆ ชัดๆ ต่ออีกว่า “ทำอย่างไรเขาถึงจะไม่ทำตัวให้ตัวเองเป็นเหยื่อ? ใครจะทำให้เขามีความคิดที่ไม่ทำให้ตนเองตกเป็นเหยื่อของอาชญากรรม?”
การที่ตำรวจภาค 1 ทำโครงการฝากลูกไว้กับตำรวจเป็นการแสดงความตั้งใจของตำรวจ แต่อย่าลืมว่าตำรวจไม่สามารถรับฝากคนหรือสิ่งต่างๆ ได้อย่างยั่งยืน...
เมื่อมีอุบัติเหตุสูง...ฝากเหล้าและรถไว้กับตำรวจ?
เด็กกระทำรุนแรง...ฝากลูกไว้กับตำรวจ?
ไปเที่ยวกลัวของหาย...ฝากบ้านไว้กับตำรวจ?
พอรับฝากเยอะเข้าประสิทธิภาพการรับฝากก็จะน้อยลงหรือไม่...ในที่สุดประชาชนจะตั้งคำถามว่า...กล้า...ฝากไว้กับตำรวจหรือเปล่า ?
การสร้างภูมิคุ้มกันที่เข้มแข็งที่ให้เยาวชนและคนไทยมีวิธีคิดและเข้าใจและป้องกันตัวเองให้รอดพ้นจากการตกเป็นเหยื่ออาชญากรรมน่าจะเป็นทางออกที่ยั่งยืนหรือไม่ ?



