
กลุ่มผลประโยชน์
กลุ่มผลประโยชน์ : บทบรรณาธิการประจำวันที่24เม.ย.2556
ความพยายามเปิดโต๊ะเจรจาสันติภาพเพื่อลดความรุนแรงในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ดูเหมือนจะยังห่างไกลจากความเป็นจริงพอสมควร แม้อาจต้องใช้เวลาเป็นปี ตามที่ พล.อ.อ.สุกำพล สุวรรณทัต รมว.กลาโหม บอก แต่อย่างน้อยก็เริ่มเห็นตัวตนหรือกลุ่มที่มานั่งโต๊ะว่าเป็นใครและมีอิทธิพลต่อกลุ่มก่อความไม่สงบหรือไม่ เพราะหลังจาก พล.ท.ภราดร พัฒนถาบุตร เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ ไปนั่งเป็นประธานการเจรจาฝ่ายไทย กลับเกิดเหตุการณ์รุนแรงต่อเนื่อง นับตั้งแต่การลอบสังหารรองผู้ว่าราชการจังหวัด การลอบวางระเบิดสังหารเจ้าหน้าที่ตำรวจ ทหาร ล่าสุดชุดเก็บกู้ระเบิดของกองทัพเรือต้องเสียชีวิตถึง 3 นาย หลังจากถูกกลุ่มก่อความไม่สงบบรรจุระเบิดไว้ในถังแก๊ส 2 ชั้น โดยเก็บกู้จากที่เกิดเหตุและนำกลับมาที่ฐานก็เกิดระเบิดขึ้น
ยังมีการนำป้ายผ้ามาแขวนขึงไว้ตามท้องถนน มีข้อความทำนองว่าสันติภาพจะไม่เกิดขึ้น เป็นเชิงจิตวิทยา แสดงให้เห็นว่า ในการเจรจานั้นไม่ได้มีผลต่อกองกำลังในพื้นที่ เพราะไม่สามารถออกคำสั่งให้ยุติความรุนแรงได้ ผลออกมาก็อย่างที่เห็น การโจมตีกองกำลังของรัฐและเป้าหมายอ่อนแอยังมีอยู่ต่อเนื่อง ฝ่ายรัฐสูญเสียอย่างหนัก ขณะที่การตอบโต้โดยเจ้าหน้าที่ก็ยังทำได้ไม่เต็มที่เป็นการตั้งรับมากกว่ายุทธการเชิงรุก หากมองในแง่รัฐศาสตร์แล้ว ก็อาจแสดงถึงความจริงใจในการแก้ไขปัญหา โดยไม่ใช้ความรุนแรงหรือใช้กองกำลังเข้าปะทะกวาดล้าง แต่ในแง่ของความปลอดภัยของเจ้าหน้าที่รัฐแล้ว ความรู้สึกหมิ่นเหม่ทำให้เจ้าหน้าที่ขาดขวัญและหวาดกลัวที่ไม่รู้ว่าจะเกิดเหตุขึ้นเมื่อใด
ขณะเดียวกันความพยายามตัดท่อน้ำเลี้ยงหรือหยุดวงจรเงินของกลุ่มก่อความไม่สงบ ที่กำลังเดินหน้า แม้จะเป็นเรื่องที่สหรัฐอเมริกาพยายามสร้างกติกาเพื่อขจัดขบวนการก่อการร้ายทั่วโลก โดยผ่านสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) ในเบื้องต้นแม้ พล.ต.อ.ประชา พรหมนอก รมว.ยุติธรรม จะบอกว่ามีเพียงรายชื่อคนร้ายสากล แต่ในช่วงแรกกลับมีข้อมูลว่ามีรายชื่อกลุ่มก่อความไม่สงบในภาคใต้เป็นส่วนใหญ่ ซึ่งตรงนี้จะเป็นจุดที่ยิ่งเร่งสถานการณ์ให้รุนแรงขึ้น เพราะทั้งหมดคือ กลุ่มผลประโยชน์ที่เข้ามาเกี่ยวข้องหรือใช้ปัญหาในภาคใต้มาเป็นประโยชน์ ทำให้ปัญหาซับซ้อนมากขึ้นไปอีก
เรื่องกลุ่มผลประโยชน์ถือว่ามีอิทธิพลต่อสถานการณ์ 3 จังหวัดใต้พอสมควร เป็นปัญหาที่เดินคู่ขนานไปกับกลุ่มอุดมการณ์ การเจรจาเพียงส่วนใดส่วนหนึ่งจึงไม่ประสบผล เพราะเมื่อเจรจากับกลุ่มอุดมการณ์ก็ยังมีกลุ่มผลประโยชน์เข้ามาแทรกแซง ทำให้ไปไม่ถึงเป้าหมายที่วางไว้ ประเด็นนี้เคยมีการพูดคุยกันในแวดวงความมั่นคง หรือแม้แต่เลขาฯ สมช.เองก็หนักใจ เงื่อนไขหยุดความรุนแรงเพื่อแสดงความจริงใจของกลุ่มเจรจาจึงไม่เกิดขึ้น และทุกครั้งที่มีการนั่งโต๊ะเพื่อหาทางออก ก็จะเกิดสถานการณ์เลวร้ายตลอด ส่วนหนึ่งเพราะไม่เห็นด้วยกับการเจรจาสันติภาพ ตราบใดที่กลุ่มผลประโยชน์ยังมีอิทธิพลอยู่การเจรจาก็ยังไม่อาจบรรลุผล รัฐบาลต้องหาจุดร่วมทั้งสองฝ่ายให้ได้ ไม่เช่นนั้นปัญหาก็ยังคู่ขนานอยู่แบบนี้



