คอลัมนิสต์

นายกฯต้องกล้าบอกกับกัมพูชา

นายกฯต้องกล้าบอกกับกัมพูชา

23 เม.ย. 2556

นายกฯต้องกล้าบอกกับกัมพูชา : ขยายปมร้อน โดยศรุติ ศรุตา

 

              การออกมาเรียกร้องให้นายกฯ ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร แสดงท่าทีที่ชัดเจนต่อกรณีเขาพระวิหาร ภายหลังการขึ้นให้การครั้งสุดท้ายต่อศาลโลกทั้งของฝ่ายไทยและฝ่ายกัมพูชาเสร็จสิ้น ไม่ใช่มีแต่เพียง สุริยะใส กตะศิลา ผู้ประสานงานกลุ่มกรีนเท่านั้น หากแต่คนไทยทั้งประเทศก็ต้องการเช่นนั้น

              ดูได้จากกระแสความชื่นชมยินดีที่มีต่อทีมทนายความฝ่ายไทย ที่นำโดย ทูตวีรชัย พลาศัย ได้กลายเป็นวีรบุรุษที่ยังอยู่ตัวเป็นๆ

              แต่การออกมาเรียกร้องของ สุริยะใส กลับถูกตอบโต้จากโฆษกรัฐบาล นพ.ทศพร เสรีรักษ์ อย่างรุนแรง

              อ้างว่า การแสดงท่าทีของรัฐบาลนั้น จะต้องมีขั้นมีตอน รวมทั้งจะต้องวางแผนเผยแพร่ข้อมูลให้ประชาชนได้รับรู้

              แล้วก็ตบท้ายด้วยการย้อนยอกไปที่ สุริยะใส ว่า “ไม่อยากให้นายสุริยะใส หรือใครก็ตามทำเป็นแกล้งโง่ไร้เดียงสา"

              แต่ท่าทีอันแข็งกร้าวของโฆษกรัฐบาลกลับเป็นคนละเรื่องกับคณะกรรมการยุทธศาสตร์ของพรรคเพื่อไทย ที่มีมติให้รัฐบาลชี้แจงรายละเอียดแก่ประชาชน

              กับด้วยว่า ให้แถลงอย่างละเอียด แล้วก็เอา "ของจริง" ให้ประชาชนได้รับรู้

              นั่นก็อาจเป็นเพราะอาจมีกระแสข่าวบางอย่างกระทบถึงหูของกรรมการยุทธศาสตร์พรรคเพื่อไทย

              ไม่ใช่เรื่องแค่ว่า กลุ่มนั้นกลุ่มนี้ไม่พอใจหรือจับตาท่าทีของรัฐบาล โดยเฉพาะนายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ ซึ่งเป็นน้องสาวของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ผู้ซึ่ง สมเด็จฮุน เซน นายกรัฐมนตรีกัมพูชา แนบแน่นเสียยิ่งกว่าพี่น้อง และมีข่าวลือเกี่ยวกับการประสานธุรกิจของทั้งสองฝ่ายมาอย่างต่อเนื่อง

              รวมทั้งหลานสาวของนายกฯ ยิ่งลักษณ์เอง ก็มีข่าวว่ากำลังจะเกี่ยวดองกับบุตรชายของ ส.ส.กัมพูชา

              ท่าทีของนายกฯ ยิ่งลักษณ์ จึงเป็นสิ่งที่ถูกจับตามองว่า จะออกมาอย่างไร ภายหลังกระแสชื่นชมวีรบุรุษทีมทนายความฝ่ายไทยที่กว่าครึ่งเป็นคนต่างชาติ แต่ได้รวมใจกันสู้เพื่อชาติไทย

              ถามว่า ใครที่อยากฟังมากที่สุด ?

              คณะกรรมการยุทธศาสตร์พรรคเพื่อไทยย่อมต้องรู้ดีว่าใคร ?

              ย่อมไม่ใช่ใครที่ไหน นอกเสียจาก กองทัพไทย

              เพราะเรื่องนี้เป็นเรื่องดินแดน เป็นเรื่องอธิปไตยที่กองทัพไทยมีหน้าที่โดยตรงที่จะปกป้องอธิปไตยไทย

              ไม่ว่าศาลโลกจะออกมาอย่างไร หน้าที่นี้ก็ไม่อาจผลักไสไปให้ใครอื่นได้ และก็มีแนวโน้มว่า สถานการณ์ด้านตะวันออกของไทยยากที่จะเงียบสงบได้อย่างง่ายดาย เพราะทั้งสองประเทศแม้จะรู้ดีว่า ย้ายหนีจากกันไม่ได้ แต่ก็ไม่ได้มีท่าทีลดราวาศอกให้แก่กัน

              ฮอร์ นัมฮง รองนายกฯ กัมพูชา ถึงกับบอกว่า ถ้าไม่ได้ตามขอก็ยากที่จะเกิดสันติภาพ ณ ที่แห่งนั้น

              ซึ่งก็ไม่ต่างจากกองทัพไทย ที่ระดับผู้บังคับกองพัน ผู้บังคับการกรม ต่างก็พร้อมรบอย่างเต็มที่

              นั่นก็คือ หากศาลโลกวินิจฉัยออกมาแล้วว่า ไม่อาจพิจารณาคำร้องของกัมพูชาได้ กัมพูชาก็ไม่พอใจและอาจเกิดการประทะกันอีกระลอก

              เช่นเดียวกัน หากศาลโลกพิจารณาให้พื้นที่รอบตัวปราสาท 4.6 ตารางกิโลเมตร เป็นของกัมพูชา กองทัพไทยก็คงจะยอมไม่ได้

              มองทุกมุมทุกด้านแล้ว "สงครามทิศตะวันออก" มีโอกาสปะทุขึ้นได้ทุกด้านของลูกเต๋า

              โดยการปะทะกันนั้น ไม่จำเป็นที่จะต้องได้รับการยินยอมจากรัฐบาล เพราะสิทธิในการปกป้องอธิปไตยเป็นของกองทัพ

              ในทางกลับกันหากรัฐบาลแสดงท่าทีขัดขวาง หรือเห็นต่างจากการปกป้องอธิปไตย ภัยก็อาจมาถึงตัวรัฐบาลก่อนที่การรบครั้งใหญ่จะประทุขึ้นก็เป็นได้

              เพราะการต่อสู้บนเวทีศาลโลกครั้งนี้ ท่าของรัฐบาลไม่ได้สร้างความประทับใจให้แก่ทั้งกองทัพและประชาชนคนไทย แม้ว่าจะส่ง พงศ์เทพ เทพกาญจนา รองนายกฯ และรมว.ศึกษาธิการ ซึ่งมีความเชี่ยวชาญด้านกฎหมาย เพราะเคยเป็นผู้พิพากษามาก่อน แต่นั่นก็ไม่ได้ทำให้เกิดความมั่นอกมั่นใจอะไรแก่ประชาชน

              กลับเป็นทีมทนายที่มีคนไทยเป็นผู้นำแต่ที่เหลือเป็นผู้เชี่ยวชาญจากต่างชาตินั่นต่างหากที่สร้างความประทับใจให้แก่คนไทยทั้งประเทศ

              ภาพของรัฐบาลจึงแทบไม่ต่างอะไรกับเปลือกหอยลอยบนหลังทาก !

              ลอยไปลอยมา โดยที่ไม่ได้ทำอะไร ปล่อยให้ทากซึ่งเปรียบคือทีมทนายความนั่นต่างหากที่เอาตัวเกลือกกลั้วเถือกไถไปกับพื้น

              ขณะเดียวกัน นอกจากจะเป็นภาระให้แก่ทากแล้วยังสร้างความเคลือบแคลงในจุดยืนให้แก่กองทัพ เมื่อปล่อยให้มีการเผยแพร่สารคดีที่เกี่ยวข้องกับเขาพระวิหารถ่ายทอดคำถามโดยนักแสดงแฝด ผ่านสถานีโทรทัศน์ช่อง 11 เสียหลายตอน

              ทั้งที่รู้ว่ากำลังจะมีการต่อสู้บนเวทีศาลโลก สารคดีชุดนี้ก็ออกมาชวนให้คนในกองทัพคิดกังขาได้อย่างไม่น่าเชื่อ

              ต้องไม่ลืมว่า เรื่องนี้ไม่ใช่เรื่อง พ.ร.บ.เงินกู้ 2 ล้านล้านบาท ที่ฮือฮากันแล้วก็ไม่มีอะไรในกอไผ่ ไม่ใช่โครงการจำนำข้าวที่แค่สาวไส้กันในสภา และไม่ใช่อภิมหาโปรเจกท์ 3.5 แสนล้านบาท โดยที่ไม่มีรายละเอียดของโครงการกำหนดกรอบเพื่อป้องกันการทุจริตเอาไว้

              เรื่องนี้มันเป็นเรื่องอธิปไตยที่ไม่ใช่ว่าจะเอาวาทกรรมมากล่าว หาว่านั่นคือ "ความคลั่งชาติ"

              เพราะฉะนั้นเพียงแค่คิดว่าเอาข้อมูลไปแจก เอาข้อเท็จจริงไปบอกคงจะไม่เท่ากับการแสดงออกของนายกฯ ยิ่งลักษณ์ ว่าจะเอาอย่างไรกับเรื่องนี้

              กล้าบอกกับกัมพูชาไหมว่า "แผนที่ของคุณมันมาจากจินตนาการ" เหมือนอย่างที่ทีมทนายความเขาประกาศกลางศาลโลก

........................

(หมายเหตุ : นายกฯต้องกล้าบอกกับกัมพูชา : ขยายปมร้อน โดยศรุติ ศรุตา)