
'สุดขั้ว'จนดร.เสรีถอดใจ
'สุดขั้ว'จนดร.เสรีถอดใจ : กระดานความคิด โดยศรุติ ศรุตา
ปรากฏการณ์การเมืองบ้านเรานั้น ได้วิวัฒนาการมาจนถึงขั้นที่ว่า "รักสุดขั้ว ชังสุดขั้ว" ไปแล้วจริงๆ
ก่อนหน้านี้หลายคนหลายฝ่ายพยายามบอกว่า หากแต่ละขั้วรู้จัก "ฟัง" ให้รอบด้าน อ่านข้อมูลให้ถ้วนถี่ โดยเฉพาะทั้งคนเสื้อแดง เสื้อเหลือง แม้กระทั่งเสื้อหลากสี เพื่อว่าเมื่อได้ข้อมูลความจริงรอบด้านแล้ว การยอมรับซึ่งกันและกันจะเกิดขึ้น ความปรองดองที่ร่ำร้องถวิลหาก็จะค่อยๆ ปรากฏ บ้านเมืองก็จะได้สงบสุข การพัฒนาประเทศก็จะได้เดินหน้าไปเสียที
แต่กรณีที่เกิดขึ้นกับ ดร.เสรี วงษ์มณฑา นักวิชาการ ผู้ซึ่งก่อนหน้านี้ ได้ออกมาประกาศตัวชัดเจนว่า ให้เลือก ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร เป็นผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เพื่อไม่ให้ผู้สมัครจากพรรคเพื่อไทยได้รับเลือกตั้ง จนถูกร้องเรียนให้ กกต.ตรวจสอบไปแล้ว ล่าสุด ดร.เสรี ประกาศเลิกพูดเรื่องการเมือง เลิกสนับสนุนพรรคประชาธิปัตย์ไปแล้ว
"เมื่อเห็นข่าว (มีนักการเมืองฝ่ายตรงกันข้ามไปพบ พ.ต.ท.ทักษิณ) เราก็ห่วงว่าคนจะหมดศรัทธาประชาธิปัตย์ จึงออกมาชี้แนะว่า ประชาธิปัตย์อย่านิ่งเฉย เพราะถ้าคนคิดว่าเป็นประชาธิปัตย์ก็จะเสียหาย เพราะสมศักดิ์ (เทพสุทิน) ใช้คำว่าฝ่ายตรงกันข้ามกับรัฐบาล แต่คนที่เขารักประชาธิปัตย์มองว่าเราเป็นคนทำให้ประชาธิปัตย์เสียหาย เราก็ต้องขอโทษที่ทำให้รู้สึกกันเช่นนั้น เพราะฉะนั้น ต่อนี้ไปก็ช่วยกันปกบ้านป้องเมืองกันเอาเองก็แล้วกัน ตอนเลือกตั้งมีคนพูดมากมายว่าให้เลือกเบอร์ 16 เพื่อไม่ให้พงศพัศชนะ ไม่มีใครเป็นอะไร เราโดน เรืองไกร ร้องเรียนคนเดียว ต้องมานั่งหาเอกสารประกอบการชี้แจง ต้องเสียเวลาทำงานไปชี้แจง วันที่ 23 นี้ยังไม่รู้เลยว่าจะเดียวดายแค่ไหน สมศักดิ์พูดไม่มีใครห่วง เราดันไปห่วงเขาหวังดีต่อเขา กลายเป็นทำร้ายเขา ทำลายเขา แล้วเราจะพูดอะไรต่อไปทำไม โง่สังเวยตัวเองให้กับสังคมที่ตรรกะและอารมณ์บูดเบี้ยวอย่างนี้เพื่ออะไร"
"สำหรับใครก็ตามที่ต้องการปิดปากเสรี ไม่ให้วิพากษ์วิจารณ์การเมือง คุณชนะแล้ว เพราะเราขอยุติแล้ว ขอบคุณเพื่อนๆ พี่ๆน้องๆ ที่เคยเตือนเราว่า อย่าออกตัวแรง เพราะจะเดือดร้อน เรารู้แล้วว่า ที่เขาพูดนั้นเป็นจริง เราเดือดร้อนจริงๆ บางพื้นที่เราไปไม่ได้ งานบางอย่างเราต้องงดไป เพราะเราไปจังหวัดบางจังหวัดไม่ได้ บางหน่วยงานราชการไม่กล้าจ้างเรา กลัวขัดใจเจ้านาย และที่สำคัญโดนด่าเสียๆ หายๆ จากคนที่ไม่เคยรู้จักกัน ไม่เคยทำร้ายกัน สังคมไทยน่ากลัว โหดร้ายจนกระทั่งทำให้รู้สึกว่า คนที่เป็นไทยเฉยน่าจะเป็นคนมีวิสัยทัศน์ มองออกว่า ถ้าไม่เฉยจะเกิดอะไรขึ้น..." ส่วนหนึ่งที่ ดร.เสรี ได้เขียนลงในเฟซบุ๊ก สื่อออนไลน์ ที่สาธารณะสามารถเข้าไปอ่านได้
ก่อนหน้านี้ ดร.เสรี ได้ตั้งคำถามถึงพรรคประชาธิปัตย์ว่า ได้เดินทางไปพบ พ.ต.ท.ทักษิณ หรือไม่ ขณะเดียวกันก็เรียกร้องให้มีการปฏิรูปพรรคประชาธิปัตย์ตามข้อเรียกร้องของ อลงกรณ์ พลบุตร พร้อมทั้งให้ข้อเสนอแนะในการปฏิรูปพรรคไปถึง 6 ข้อ
กรณีที่เกิดขึ้นกับ ดร.เสรี นั้น ชัดเจน และเพียงพอที่จะถามว่า บ้านเมืองเรานั้น จะหยุดเลือกฝ่าย เลือกข้าง เลือกฟัง ได้ด้วยการออกเป็นกฎหมายอย่างที่นักการเมืองพยายามที่จะผลักดันให้ผ่านการพิจารณาของสภาผู้แทนราษฎรได้อย่างนั้นหรือ
ก็ในเมื่อผู้คนที่ปักใจเชื่อในสิ่งที่ตนคิดว่าดีที่สุดแล้ว แต่ไม่ยอมเปิดใจรับความคิดเห็นของคนอื่นยังมีอยู่เต็มบ้านเต็มเมือง
เวทีรัฐสภาที่เปิดให้มีการแสดงความคิดความอ่านทั้งฝ่ายที่เห็นด้วยกับฝ่ายที่ไม่เห็นด้วย แต่ไม่เคยมีสักครั้งที่หลักของเหตุผลจะมีอิทธิพลเหนือไปกว่ากฎของพรรคการเมืองที่สั่งไปตั้งแต่ยังไม่ได้ถกเถียงกันในสภาแล้วว่า ต้องโหวตแบบที่พรรคต้องการ
สำหรับประชาชนก็จะถูกอ้างถึงเมื่อกฎหมายมีผลบังคับใช้แล้วว่า นี่คือความต้องการของประชาชนโดยผ่านตัวแทนของเขา
...........
(หมายเหตุ : 'สุดขั้ว'จนดร.เสรีถอดใจ : กระดานความคิด โดยศรุติ ศรุตา)



