คอลัมนิสต์

ยุทธศาสต์สกัดโจรของตำรวจนครบาล

ยุทธศาสต์สกัดโจรของตำรวจนครบาล

17 เม.ย. 2556

ยุทธศาสต์สกัดโจรของตำรวจนครบาล : โลกตำรวจ โดยปนัดดา ชำนาญสุข


               “ไปกรุงเทพฯ” หนุ่มวัยฉกรรจ์บอกเล่าถึงแผนการที่จะหลบหนีการจับกุมของเจ้าหน้าที่ตำรวจ ภายหลังจากได้รับการประกันตัวในคดีจำหน่ายยาเสพติด ซึ่งก่อนหน้านี้เขามีคดีที่เกี่ยวข้องกับการยิงปืนในที่สาธารณะและการพกพาอาวุธปืนโดยไม่มีใบอนุญาตด้วย เขาเล่าให้ฟังว่า “อยู่กรุงเทพฯ ปลอดภัยที่สุด...ตำรวจจับไม่ได้หรอก”

               กรุงเทพมหานครจึงมีสถานะเป็นแหล่งกบดานของผู้ต้องหาที่หลบหนีการจับกุมของเจ้าหน้าที่ตำรวจด้วย นอกเหนือจากการเป็นพื้นที่ทางเศรษฐกิจที่มีความเจริญสูงกว่าจังหวัดอื่นๆ จนทำให้กรุงเทพฯ มีสภาพเป็นเมืองที่มีความแออัด เป็นถิ่นที่อยู่อาศัยของประชากรจำนวนมาก ซึ่งส่วนใหญ่เป็นประชากรแฝง มีการย้ายถิ่นฐาน การเดินทางเคลื่อนไหวเปลี่ยนแปลงค่อนข้างสูง และด้วยสภาพทางภูมิศาสตร์ในบริบทความเป็นเมืองของกรุงเทพฯ เช่นนี้ ทำให้กรุงเทพฯ เป็นเมืองที่มีอาชญากรรมสูงที่สุดและรุนแรงที่สุด

               “ถ้าสามารถลดอาชญากรรมที่เกิดขึ้นในนครบาล(กรุงเทพฯ)ได้ ก็ถือว่าเราสำเร็จ” ดร.สีลาภรณ์ บัวสาย รองผู้อำนวยการสำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย (สกว.) พูดถึงเป้าหมายในการเลือกพื้นที่นครบาลเป็นพื้นที่นำร่องในการดำเนินโครงการจัดตั้งสำนักวิจัยและพัฒนา โดยทำงานร่วมกับ สกว.มีวัตถุประสงค์หลักคือ การส่งเสริมสนับสนุนให้ตำรวจทำงานวิจัยควบคู่ไปกับการทำงานแก้ไขและป้องกันอาชญากรรมที่เกิดขึ้นในพื้นที่รับผิดชอบของตำรวจนครบาล

               การวางแผนการทำงานด้านสังคมของ สกว.ในครั้งนี้ นับได้ว่าเป็นการก้าวเดินก้าวใหญ่ที่สำคัญยิ่งและควรค่าที่จะได้รับการสนับสนุนส่งเสริม

               การทำงานที่ผ่านการคิด การวางแผนด้วยกระบวนการทางปัญญาอย่างเป็นระบบ ซึ่งหมายถึงการทำงานแก้ไขและป้องกันอาชญากรรมในบริบทของการทำงานวิจัยนั้น เป็นสถานการณ์ที่ตำรวจไทยดำเนินการอยู่แล้วในชีวิตประจำวันของการทำงาน...เพราะฉะนั้น การที่ สกว.เพิ่มบทบาทนักวิจัยให้แก่ตำรวจจึงไม่ใช่เรื่องที่เป็นไปไม่ได้

               สิ่งที่สำคัญคือ การดำเนินงานในลักษณะเช่นนี้ก่อให้เกิดประโยชน์มากกว่าการที่นักวิชาการผู้ทรงคุณวุฒิทั้งหลายทำวิจัยอย่างเลิศหรูอลังการ แต่มิได้นำมาใช้ประโยชน์หรือมีลักษณะเป็นการทำวิจัยที่ไม่สามารถนำมาปฏิบัติได้ในโลกแห่งความเป็นจริงหรือที่นิยมเรียกว่า การทำงานวิจัยบนหอคอยนั่นเอง

               เมื่อเกิดการกระทำผิดขึ้น ตำรวจจะทำการรวบรวมพยานหลักฐานต่างๆ ในขั้นตอนนี้ตำรวจจะต้องคิด วิเคราะห์ ทบทวนความรู้และประสบการณ์ที่ผ่านมาว่า อาชญากรรมที่เกิดขึ้นในครั้งนี้มีความเหมือน ความต่างจากที่ผ่านมาอย่างไร พยานหลักฐานต่างๆ ที่จะต้องเก็บรวบรวมควรจะต้องประกอบไปด้วยอะไร วิธีการให้ได้มาซึ่งพยานหลักฐานต่างๆ นั้นจะต้องทำอย่างไร เมื่อดำเนินการแล้วจะต้องทำการสรุปวิเคราะห์คิดวางแผนในการจับกุมผู้กระทำผิด ซึ่งในขั้นตอนนี้ก็จะต้องมีการคิดทบทวนความรู้ และประสบการณ์เดิม รวมถึงการนำนวัตกรรมต่างๆ ที่ใช้แล้วประสบความสำเร็จมาปรับประยุกต์ใช้ หรืออาจคิดใหม่ ทำใหม่เพื่อให้ได้ข้อสรุปใหม่ๆ...ตัวอย่างของกระบวนการทำงานดังกล่าวมีความสอดคล้องกับกระบวนการในการทำวิจัย...สิ่งที่น่าสนใจคือ สกว.กำลังชวนตำรวจพัฒนาและรวบรวมความคิดอย่างเป็นระบบและจัดระเบียบความรู้ไม่ให้กระจัดกระจายและสามารถส่งต่อให้แก่บุคคลหรือหน่วยงานที่มารับช่วงต่องานของตำรวจได้อย่างมีประสิทธิภาพ...มิใช่ความรู้ติดตัวอยู่กับสารวัตร หรือผู้กำกับ เมื่อโยกย้ายคนมารับหน้าที่ใหม่ก็ต้องนับหนึ่งใหม่ ทำให้โจรได้ใจและพัฒนางานช้ากว่าที่ควรจะเป็น ทั้งๆ ที่ในความเป็นจริงแล้ว ตำรวจไทยมีความสามารถทางปัญญา...ไม่น้อย!!

               การที่ สกว.ทำการเสริมพลังอำนาจของตำรวจในรูปแบบของการใช้ยุทธศาสตร์การขับเคลื่อนโดยการปรับเปลี่ยนโครงสร้าง(การรวมกลุ่มตำรวจ (เพื่อจัดตั้งองค์กร) ในชื่อว่า สำนักวิจัยและพัฒนาตำรวจนครบาล) และการปรับเปลี่ยนวัฒนธรรมในการทำงานของตำรวจ (ทำงานบนพื้นฐานที่ผสมผสานกับองค์ความรู้ทางการวิจัยเพื่อพัฒนาวิธีคิดและนวัตกรรมที่สามารถนำมาใช้ในการแก้ไขและป้องกันอาชญากรรมที่มีประสิทธิภาพและคุ้มค่า) เป็นการทำงานอย่างมืออาชีพและเป็นวิธีการสร้างตำรวจมืออาชีพตามนโยบายของ พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ

               วิธีการเลี้ยงโจรไว้จับโจร หรือ การอุ้ม ฯลฯ แบบตำรวจโบราณคงจะหมดไปในอนาคตอันใกล้นี้!!