คอลัมนิสต์

ต้องมีแผนจัดการเทศกาล

ต้องมีแผนจัดการเทศกาล

16 เม.ย. 2556

ต้องมีแผนจัดการเทศกาล : บทบรรณาธิการประจำวันที่16เม.ย.2556

 

              เทศกาลสงกรานต์ผ่านไปแล้ว แต่ทุกปีของช่วงเทศกาลนี้ มักจะมีเรื่องราวให้เป็นบทเรียนอยู่เสมอ ที่ผ่านมามีการณรงค์ในเรื่องการลดจำนวนอุบัติเหตุที่มักจะคร่าชีวิตผู้ที่เดินทางไปฉลองเทศกาลในที่ต่างๆ จนถึงขั้นมีการตกรางวัลให้แก่จังหวัดที่มีสถิติอุบัติเหตุลดลงกันเลยทีเดียว ขณะที่หลายหน่วยงานเองก็ช่วยกันคนละไม้ละมือเพื่อรักษาชีวิตและทรัพย์สินของผู้ที่เดินทางในช่วงเทศกาลนี้ โดยที่มีบางหน่วยงานคอยจดสถิติผู้เสียชีวิตและผู้ได้รับบาดเจ็บ จนกลายเป็นประเพณีควบคู่กับเทศกาลไปแล้ว

              แต่เป็นที่น่าสังเกตว่า มาตรการที่เกี่ยวข้องกับการป้องกันอุบัติภัยที่เกิดขึ้นบนท้องถนนเริ่มจะรุนแรงมากขึ้น จนหลายคนออกมาแสดงความเห็นแย้งว่า มาตรการที่หน่วยงานรัฐประกาศออกมานั้น เกินเหตุไปหรือเปล่า บางมาตรการที่ออกมาก็แทบจะเรียกได้ว่า ไม่ได้เกี่ยวข้อง หรือเป็นสาเหตุหลักที่ทำให้เกิดอุบัติเหตุ อย่างกรณีล่าสุดที่มีการประกาศ 11 มาตรการออกมา และถูกต่อต้านจนในที่สุดเพียงแค่วันถัดมาก็ต้องยกเลิกการบังคับใช้ กลายเป็นเพียงแค่การขอความร่วมมือ ซึ่งนั่นก็ถูกตั้งคำถามว่า อำนาจรัฐเมื่อใช้ออกไปแล้วไม่ได้รับการยอมรับ นั่นหมายถึงความเสื่อมของรัฐ หรือความเสื่อมของผู้ที่ใช้อำนาจ

              นอกเหนือจากมาตรการป้องกัน-ลดอุบัติเหตุแล้ว ดูเหมือนว่าทุกเทศกาลที่มีในประเทศไทย ไม่ว่าจะเป็นเทศกาลปีใหม่ ลอยกระทง สงกรานต์ กลายเป็นวันรวมพลครั้งยิ่งใหญ่ของเด็กแว้นไปเรียบร้อยแล้ว ไม่ใช่เฉพาะเมืองหลวงกรุงเทพมหานคร หากแต่หัวเมืองใหญ่ๆ ก็เต็มไปด้วยนักซิ่งป่วนเมือง ซึ่งก็แน่นอนว่า นักบิดไร้สังกัดเหล่านั้น สนุกสนานไปกับเทศกาลโดยที่ไม่สนใจว่า คนอื่นจะเดือดร้อนกับการขับขี่ฉวัดเฉวียน หรือบางครั้งก็ย้อนศรสวนทางกับรถที่วิ่งตามทางปกติ ขณะที่ผู้รักษากฎหมาย ถ้าหากไม่ได้รับการร้องเรียนจนหูชา ก็ไม่ออกมาจัดการกับความสนุกสนานจนเลยเถิดเกินกรอบกฎหมายเหล่านั้น

              อย่างไรก็ตาม การจัดการกับความสนุกสนานจนเกินกรอบกฎหมายเหล่านั้นด้วยหมัดเหล็กตามที่กฎหมายให้อำนาจไว้อย่างเต็มที่ก็อาจทำให้เสียบรรยากาศการเฉลิมฉลองเทศกาลต่างๆ จนทำให้เทศกาลที่น่าจะเป็นช่วงแห่งการจับจ่าย หรือเป็นช่วงของการกอบโกยรายได้จากการท่องเที่ยวทั้งภายในประเทศและจากนักท่องเที่ยวต่างประเทศถูกทำลายโอกาสไปอย่างน่าเสียดาย การมุ่งหวังที่จะให้ระบบเศรษฐกิจขับเคลื่อนไปในช่วงเวลาแบบนี้ ก็จะถูกกำปั้นเหล็กทุบทำลายไปเสียสิ้น

              เทศกาลเฉลิมฉลองของบ้านเรานั้นต่างก็รับรู้กันทุกคนว่าจะมีขึ้นเมื่อใด แต่การบริหารจัดการเพื่อให้ทุกคนได้ร่วมกันฉลองเทศกาลกันอย่างเต็มที่กลับแก้ปัญหากันเฉพาะหน้าเท่านั้น มีเด็กแว้น ก็รอให้มีการร้องเรียนค่อยไปจัดการ แทนที่จะวางแผนเสียตั้งแต่ต้นว่า ถ้าจะให้เด็กเหล่านั้นทำตามกฎหมายจะต้องทำอย่างไรบ้าง เหมือนกับถนนข้าวสารที่จัดโซน กันพื้นที่ให้นักท่องเที่ยวที่ต้องการจะเล่นประแป้งไว้ต่างหากเพื่อจะได้ไม่ต้องไปลอกท่อเอาแป้งเป็นตันๆ ออกหลังเทศกาล จะห้ามแว้น หรือจะกันพื้นที่ให้แว้น เพื่อไม่ให้คนอื่นเดือดร้อน ก็หาวิธีทำกันเถิด อีกไม่นานเทศกาลใหม่ก็จะมีขึ้นอีกแล้ว