คอลัมนิสต์

ต้องพิสูจน์ชัดบัญชีดำไฟใต้

ต้องพิสูจน์ชัดบัญชีดำไฟใต้

15 เม.ย. 2556

ต้องพิสูจน์ชัดบัญชีดำไฟใต้ : บทบรรณาธิการประจำวันที่15เม.ย.2556


               ปัญหาความไม่สงบในจังหวัดชายแดนใต้ ที่ยังมีเหตุการณ์รุนแรงอย่างต่อเนื่องแม้รัฐบาลจะเปิดการเจรจาเพื่อสร้างสันติภาพกับแกนนำกลุ่มบีอาร์เอ็น แต่ก็ยังเกิดข้อสงสัยว่าที่ไปพูดคุยด้วยนั้น เป็นตัวจริงมีอำนาจสั่งการกลุ่มปฏิบัติการในพื้นที่หรือไม่ ทำไมความรุนแรงจึงไม่ลดลง ซึ่งก่อนหน้านี้ก็มีการให้ข้อมูลจากหลายฝ่ายทั้งผู้นำในพื้นที่ นักการเมือง ตลอดจนฝ่ายมั่นคงที่ชี้ลงไปว่าปัญหาไฟใต้มีหลายมิติทับซ้อนกันอยู่ มีเรื่องการค้าของเถื่อน ยาเสพติด ค้ามนุษย์ แทรกอยู่ในความไม่สงบด้วย ไม่ใช่เฉพาะเพียงเรื่องการแบ่งแยกดินแดนเท่านั้น แต่เรื่องธุรกิจมืดเหล่านี้ก็ยังดูเป็นแค่ความอึมครึมขาดความชัดเจนว่าจะมีส่วนเกี่ยวข้องมากน้อยเพียงใดกับสถานการณ์จังหวัดชายแดนใต้ โดยภาครัฐเองก็ไม่จัดการให้จริงจังเพื่อแก้ปมปัญหาไปทีละเปลาะ

               กรณีสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน หรือปปง. ได้เดินหน้าดำเนินการตาม พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการสนับสนุนทางการเงินแก่การก่อการร้าย 2556 หลังจากกฎหมายฉบับนี้ผ่านสภา ด้วยเหตุคณะทำงานเฉพาะกิจเพื่อดำเนินมาตรการทางการเงินเกี่ยวกับการฟอกเงิน หรือแฟตเอฟ ได้กดดันให้ไทยผ่านร่างกฎหมายและบังคับใช้ให้มีประสิทธิภาพ จึงจะปลดล็อกไทยจากบัญชีประเทศเสี่ยงก่อการร้าย ดังนั้น ปปง.จึงต้องแสดงศักยภาพให้เห็นเป็นประจักษ์ ล่าสุดได้เปิดเผยถึงพิรุธการทำธุรกรรมการเงินใน 3 จังหวัดชายแดนใต้ ยะลา ปัตตานี นราธิวาส และ 4 อำเภอของจังหวัดสงขลา มีมูลค่าเฉลี่ยปีละ 5 หมื่นล้านบาท ซึ่งสูงผิดปกติสวนทางกับเหตุการณ์ความไม่สงบในพื้นที่ซึ่งเศรษฐกิจไม่น่าจะเฟื่องฟูขนาดนั้น

               นอกจากนี้ ปปง.ยังเผยถึงบัญชีดำกลุ่มก่อความไม่สงบตามหมายคดีที่มีถึง 4,000 กว่าราย ในจำนวนเหล่านั้นรวมถึงกลุ่มผู้สนับสนุนก่อเหตุในภาคใต้ด้วย เพราะมีส่วนผสมโรงก่อความรุนแรง เพื่อคุ้มครองธุรกิจผิดกฎหมายของตัวเอง ทั้งการค้าของเถื่อนและยาเสพติด เพื่อให้สามารถทำผิดกฎหมายได้ต่อไปอย่างสะดวก จึงเตรียมส่งอัยการพิจารณาหลักฐานประกาศเป็นกลุ่มก่อการร้าย ปปง.มองว่าการก่อเหตุในพื้นที่จะไม่มีการลงทุนเปล่า ต้องใช้กำลังคน อาวุธ ซุ่มโจมตีฐาน หรือการดักสังหารเจ้าหน้าที่รัฐต้องใช้เงินทั้งหมด จึงเป็นการทำ "ธุรกิจก่อการร้าย" เป็นการใช้เงินสนับสนุนจากธุรกิจผิดกฎหมาย มีเงินจ่ายผ่านให้เป็นค่าจ้างก่อความไม่สงบ ดังนั้นจะใช้กฎหมาย ปปง.เข้าไปสกัดกั้นและตัดท่อน้ำเลี้ยง โดยคาดหวังว่าจะตัดปมปัญหาไฟใต้ได้ส่วนหนึ่ง

               การที่ ปปง.ใช้กฎหมายและดำเนินการอย่างเข้มข้นเป็นสิ่งที่ดี แต่มีมุมมองอีกด้านที่เตือนว่าการจะพิจารณาส่งให้ศาลประกาศรายชื่อไม่เคยมีมาก่อนในประเทศไทย ดังนั้นหน่วยงานบังคับใช้กฎหมายจะต้องพิสูจน์หลักฐานให้ได้ชัดเจนก่อนว่าบุคคลดังกล่าวเข้าไปมีส่วนเกี่ยวข้องกับก่อการร้าย เพราะตรงนี้อาจกลายเป็นช่องทางกลั่นแกล้งกล่าวหากันได้ และที่ผ่านมาก็มีเกิดขึ้นบ่อยครั้งต่อเสียงครหาที่กล่าวหานักการเมืองในพื้นที่ไปเอี่ยวธุรกิจมืด อีกทั้งข้อเท็จจริงด้านเศรษฐกิจในพื้นที่ภาคใต้บางประเภทก็มีอัตราการเติบโตสูง อาทิ ธุรกิจที่อยู่อาศัย หรือประมง จึงต้องสำรวจวิเคราะห์ให้ชัดว่าตัวเลขธุรกรรมการเงินในพื้นที่ผิดปรกติจริงหรือไม่ และที่สำคัญที่สุดคือการบังคับใช้กฎหมายต้องทำด้วยใจซื่อตรงมีคุณธรรมจริยธรรมควบคู่ไปด้วย

--------------------

(หมายเหตุ : ต้องพิสูจน์ชัดบัญชีดำไฟใต้ : บทบรรณาธิการประจำวันที่15เม.ย.2556)