คอลัมนิสต์

จากแธตเชอร์สู่ยิ่งลักษณ์

จากแธตเชอร์สู่ยิ่งลักษณ์

12 เม.ย. 2556

จากมาร์กาเร็ต แธตเชอร์สู่ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร : บทบรรณาธิการประจำวันที่ 12 เม.ย. 2556


               โลกต้องสูญเสียหญิงเก่งไร้เทียมทานคนหนึ่งที่ยากจะหาใครมาแทนได้ เธอผู้นี้คือ บารอนเนสส์ หรือท่านผู้หญิงมาร์กาเร็ต แธตเชอร์ นายกรัฐมนตรีหญิงคนแรกและคนเดียวของอังกฤษ ผู้สามารถครองใจประชาชนจนได้รับเลือกให้นั่งทำงานที่บ้านเลขที่ 10 ถนนดาวนิ่งสตรีทถึง 3 สมัยซ้อน รวมระยะเวลาทั้งสิ้น 11 ปี  ซึ่งถึงแก่อสัญกรรมอย่างสงบด้วยโรคหัวใจวายเฉียบพลันด้วยวัย 87 ปี สำหรับคนรุ่นใหม่แล้ว อาจจะไม่ค่อยคุ้นชื่อของ "นางสิงห์เหล็ก" สักเท่าใดนัก แต่สำหรับคนที่เติบโตในช่วงทศวรรษที่ 2523 แล้ว ยากจะไม่มีใครรู้จัก โดยเฉพาะชาวอังกฤษ ซึ่งมีทั้งรักและชังมากพอๆ กัน รักเพราะปลื้มใจที่เธอทำให้อังกฤษกลับมายิ่งใหญ่อีกครั้ง จากที่กลายเป็นอาทิตย์อัสดงมานาน ส่วนคนที่เกลียดก็เพราะความใจแข็ง เชื่อมั่นตัวเอง ดื้อดึงไม่ยอมฟังเสียงใคร หากเชื่อว่าสิ่งที่ทำนั้นถูกต้องแล้ว แม้จะต้องแลกด้วยเลือดเนื้อและน้ำตาของประชาชนก็ตามที
 
               สมญา "นางสิงห์เหล็ก" ของท่านผู้หญิงมาร์กาเร็ต แธตเชอร์ ไม่ได้มาง่ายๆ เพียงเพราะเธอเป็นหญิงหรืออาศัยความเป็นหญิงไต่เต้ามาสู่จุดสูงสุดทางการเมืองเหมือนกับผู้นำหญิงรุ่นใหม่หลายคน หากเป็นเพราะเธอมีจิตใจแข็งแกร่งเยี่ยงชายในร่างของผู้หญิงต่างหาก ซึ่งกว่าจะมาถึงจุดนี้ได้ เธอต้องอดทน อดกลั้นกับคำเยาะเย้ย การเสียดสีและการกลั่นแกล้งจากนักการเมืองชายที่ผูกขาดการเมืองมาตลอด กาลเวลาในยุคนั้นก็พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่า ความเชื่อมั่นในหลักการ ในตัวบทกฎหมายและการมุ่งมั่นปกป้องประโยชน์ของประเทศชาติโดยไม่ยอมให้ใครมาจูงจมูกง่ายๆ จนเป็นที่รู้จักกันในชื่อของ "ลัทธิแธตเชอร์" ทำให้อังกฤษที่กำลังง่อยเปลี้ยเสียขาสามารถก้าวข้ามยุคตกต่ำทั้งทางเศรษฐกิจและการเมืองระดับประเทศและระหว่างประเทศ กลับมายิ่งใหญ่อีกครั้ง
 
               ผลงานที่ท่านผู้หญิงมาร์กาเร็ต แธตเชอร์ ฝากไว้ในแผ่นดินมาจากการคิดมุมต่างและไม่ไหวหวั่นไปกับการต่อต้าน ไม่ว่าจะกรณียืนกรานเดินหน้าแปรรูปรัฐวิสาหกิจทั้งภาคอุตสาหกรรมและสาธารณูปโภค การเปิดเสรีตลาดหุ้น รวมทั้งลิดรอนอำนาจล้นฟ้าของสหภาพแรงงาน เพื่อแก้วิกฤติเศรษฐกิจที่รุมเร้าในขณะนั้น การกล้าประกาศสงครามกับอาร์เจนตินา ที่ส่งทหารไปยึดครองหมู่เกาะฟอล์กแลนด์ ทั้งๆ ที่อยู่ห่างไกลกันคนละทวีป การยืนหยัดในหลักการ "ยอมหักไม่ยอมงอ" ไม่ยอมเจรจาและไม่ยอมใจอ่อนกับนักโทษที่เป็นพลพรรคของกลุ่มติดอาวุธกองทัพปลดปล่อยไอริช (ไออาร์เอ) ซึ่งอดอาหารประท้วงเรียกร้องขอสถานภาพการเป็นนักโทษการเมือง โดยยืนกรานว่านักโทษไออาร์เอเป็นอาชญากรที่จะต้องถูกดำเนินคดีตามกฎหมาย แม้ว่าจะมีนักโทษไออาร์เอเสียชีวิตจากการอดอาหารประท้วงถึง 10 คน หรือแม้ว่าเธอจะกลายเป็นเป้าการลอบสังหารของไออาร์เอ ตลอดจนการจับมือกับผู้นำโลกเสรีนิยมอย่างประธานาธิบดีโรนัลด์ เรแกนแห่งสหรัฐ และผู้นำโลกสังคมนิยมอย่างประธานาธิบดีมิกฮาอิล กอร์บาชอฟ แห่งสหภาพโซเวียต จนทำให้สงครามเย็นที่ยืดเยื้อมานานยุติลงได้
 
               ถ้าหาก น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ศึกษาบทเรียนของท่านผู้หญิงมาร์กาเร็ต แธตเชอร์ อย่างลึกซึ้งแล้ว เธอก็อาจได้ชื่อว่า เป็น "นางสิงห์ผู้งามสง่าและอ่อนโยน" หากเธอยึดมั่นในผลประโยชน์ของประเทศชาติเป็นสำคัญ