
ฝึกทร.56ทอ.ส่ง'กริพเพน'ร่วมซ้อม
ระดม 3 หมื่นนายฝึกทร.56 ทอ.ส่ง'กริพเพน'ร่วมซ้อม : ตะลุยกองทัพ โดยทีมข่าวความมั่นคง
การฝึกกองทัพเรือประจำปี 2556 ที่อ่าวสัตหีบ จ.ชลบุรี เป็นการฝึกภาคพื้นทางทะเล เพื่อทดสอบขีดความสามารถ และบูรณาการหน่วยต่างๆ ในกองทัพเรือเข้าด้วยกัน ซึ่งการฝึกกองทัพเรือได้จัดให้มีเป็นประจำทุกปี เพื่อประสานการปฏิบัติด้านการฝึกให้เป็นหนึ่งเดียว ด้วยการนำสาขาการปฏิบัติการต่างๆ ทั้งในส่วนของกำลังรบ ส่วนบัญชาการ รวมทั้งยุทธบริการ และส่วนการศึกษา
สำหรับการฝึกในปีนี้จะปรับแผนการฝึกเพื่อให้สอดคล้องกับสภาวะแวดล้อมจริงที่ประเทศไทย และประเทศเพื่อนบ้าน ที่กำลังจะเข้าร่วมเป็นประชาคมอาเซียนในปี 2558 ซึ่งสอดคล้องกับยุทธศาสตร์ และนโยบายของกองทัพเรือที่เน้นการฝึกในลักษณะ "รบอย่างไร ฝึกอย่างนั้น"
ทั้งนี้ การฝึกกองทัพเรือกำหนดจัดขึ้นระหว่างวันที่ 6 กุมภาพันธ์-26 เมษายน 2556 โดย พล.ร.อ.สุรศักดิ์ หรุ่นเริงรมย์ ผู้บัญชาการทหารเรือ มอบหมายให้ พล.ร.อ.ณรงค์ พิพัฒนาศัย รองผู้บัญชาการทหารเรือ เป็นผู้อำนวยการกองการฝึก
การฝึกกองทัพเรือแบ่งออกเป็น 2 ส่วน คือ ส่วนของการฝึกปัญหาที่บังคับการ และการฝึกภาคสนามทางทะเล โดยจะฝึกในพื้นที่อ่าวไทย ขณะที่การฝึกปัญหาที่บังคับการ เป็นการฝึกเกี่ยวกับการควบคุมบังคับบัญชา การอำนวยการยุทธ์ และสาขาปฏิบัติการของหน่วยกำลังต่างๆ โดยนำ "เครื่องฝึกจำลองยุทธ์" มาใช้ในการประเมินผลการยุทธ์ด้วย
ส่วนการฝึกภาคสนามทางทะเล เป็นการฝึกทดสอบขีดความสามารถระดับหน่วยกำลังที่เข้าร่วมการฝึก และระดับกองทัพเรือ ทั้งปฏิบัติการยุทธ์สะเทินน้ำสะเทินบก การฝึกการควบคุมทะเล การส่งกลับผู้ป่วยในทะเล ด้วยเครื่องบินสะเทินน้ำสะเทินบกแบบ CL-215
นอกจากนี้ ยังมีการฝึกการดำเนินกลยุทธ์บนฝั่ง และส่งทางอากาศ การส่งกลับทางสายแพทย์ การปฏิบัติการของชุดปฏิบัติการนิวเคลียร์ ชีวะ เคมี การฝึกป้องกันพื้นที่ และฝึกปฏิบัติการร่วมระหว่างกำลังจากหน่วยบัญชาการต่อสู้อากาศยานและรักษาฝั่ง และกำลังทางเรือ
การฝึกในปีนี้ได้จัดกำลังพลและยุทโธปกรณ์จากหน่วยต่างๆ ของกองทัพเรือเข้าร่วมการฝึก ทั้งกำลังทางเรือ และอากาศยานจากกองเรือยุทธการ กำลังจากหน่วยบัญชาการนาวิกโยธิน และหน่วยบัญชาการต่อสู้อากาศยานและรักษาฝั่ง โดยมีกำลังพลเข้าร่วมการฝึกประมาณ 30,000 นาย โดยการฝึกสะเทินน้ำสะเทินบกจะใช้ "เรือหลวงอ่างทอง" เป็นเรือบัญชาการ
พล.ร.อ.สุรศักดิ์ กล่าวว่า การฝึกครั้งนี้เพื่อทดสอบสมรรถนะ และขีดความสามารถของกองทัพเรือ ทั้งยุทโธปกรณ์ และกำลังพลเพื่อให้เกิดความมั่นใจในการปฏิบัติภารกิจป้องกันประเทศและการรักษาผลประโยชน์ทางทะเล รวมทั้งการช่วยเหลือบรรเทาสาธารณภัย ซึ่งได้ประสานความร่วมมือกับกองทัพอากาศ และส่วนอื่นๆ เพื่อให้การปฏิบัติงานเป็นหนึ่งเดียว และเกิดประสิทธิภาพสูงสุด
ผู้บัญชาการทหารเรือ กล่าวอีกว่า การฝึกในปีนี้นอกจากกำลังพลประมาณ 30,000 นาย จากหน่วยบัญชาการนาวิกโยธิน หน่วยบัญชาการต่อสู้อากาศยานและชายฝั่ง และหน่วยขึ้นตรงอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องแล้ว
"กองทัพเรือยังได้ประสานงานกับกองทัพอากาศนำเครื่องบินกริพเพน ซึ่งเป็นเครื่องบินขับไล่ที่มีขีดความสามารถสูงสุดของกองทัพอากาศมาร่วมฝึกโจมตีข้าศึกทางอากาศด้วยการยิงระเบิดนำวิถีเคลียร์พื้นที่หน้าหาด เพื่อให้ยานรบสะเทินน้ำสะเทินบกเข้าควบคุมพื้นที่เป้าหมายได้อย่างรวดเร็ว" ผู้บัญชาการทหารเรือ เผยถึงความร่วมมือกับกองทัพอากาศ
พล.ร.อ.สุรศักดิ์ กล่าวอีกว่า การฝึกกองทัพเรือในปีนี้นอกจากจะมีเรือหลวงอ่างทองเป็นเรือบัญชาการแล้ว ยังมีเรือรบอีกหลายลำ เช่น เรือหลวงเจ้าพระยา, เรือหลวงบางปะกง และ เรือหลวงปัตตานี เข้าร่วมในการฝึกด้วย
นอกจากนี้ ยังได้มีการจำลองยุทธ์การปฏิบัติภารกิจ "ช่วยเหลือตัวประกัน" ด้วยการส่งหน่วยปฏิบัติการสงครามพิเศษจากเฮลิคอปเตอร์เบลล์ 212 ไปยังเรือหลวงปัตตานีเพื่อชิงตัวประกันก่อนจะควบคุมการปฏิบัติการทางอากาศไว้ทั้งหมด
ส่วนการฝึกปฏิบัติการสะเทินน้ำสะเทินบกในการฝึกภาคทะเลได้ปล่อยยานรบสะเทินน้ำสะเทินบกแบบ AAV/BTR และเรือระบายพลขนาดกลาง หรือ LCM ลงสู่ผิวน้ำเพื่อโจมตีโฉบฉวยข้าศึก ซึ่งถือเป็นหัวใจสำคัญของการปฏิบัติภารกิจเพื่อพิชิตเป้าหมาย
ทั้งนี้ สาเหตุที่การฝึกภาคพื้นทะเลในการฝึกกองทัพเรือประจำปี 2556 ได้เลือกใช้เรือหลวงอ่างทองมาเป็นเรือบัญชาการ เนื่องจากเป็นเรือที่มีความพร้อม และมีขีดความสามารถในการเคลื่อนกำลังจากทะเลสู่ฝั่งสูง ซึ่งนอกจากจะมีอู่ลอยที่ใช้เป็นจุดรับ-ปล่อยเรือ ยาน และยุทโธปกรณ์แล้ว ยังมีดาดฟ้าเพื่อรับส่งเฮลิคอปเตอร์ได้ 2 เครื่อง และรองรับรถถังแบบเอ็ม 60 ได้อีก 15 คันด้วย
พล.ร.อ.สุรศักดิ์ ระบุว่า การฝึกกองทัพเรือจะมีการ "ประเมินผลการปฏิบัติ" ทุกครั้ง และภาพรวมของการฝึกก็เป็นที่น่าพอใจ แม้ว่าจะเกิดความผิดพลาดขึ้นบ้าง แต่ก็เป็นเพียงเรื่องเล็กๆ ที่สามารถแก้ไขได้ และจะมีการปรับปรุงพัฒนาขีดความสามารถเพื่อให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น
"ในอนาคตหากกองทัพเรือมีเรือดำน้ำก็จะเป็นเรื่องดี เพราะช่วยให้สามารถยกระดับความสามารถให้ทัดเทียมกับประเทศอื่น และหากมีการฝึกร่วมก็จะสามารถเข้าร่วมการฝึกกับนานาประเทศได้อันจะเป็นประโยชน์ต่อการพัฒนาขีดความสามารถของประเทศให้สูงขึ้น" พล.ร.อ.สุรศักดิ์ กล่าวถึงความคาดหวังในการพัฒนาขีดความสามารถของราชนาวีไทย
............................................................
( หมายเหตุ : ระดม3หมื่นนายฝึกทร.56ทอ.ส่ง'กริพเพน'ร่วมซ้อม : ตะลุยกองทัพ โดยทีมข่าวความมั่นคง )



