
สัมพันธ์พิลึกไทย-เกาหลีเหนือ
สัมพันธ์พิลึกไทย-เกาหลีเหนือ : โลกสาระจิปาถะ โดยกวี จงกิจถาวร
ไทยเป็นประเทศแรกในเอเชียที่ประกาศว่า ได้เตรียมพร้อมอพยพคนไทยออกจากเกาหลีใต้ หวั่นสงครามปะทุกับเกาหลีเหนือ เป็นกระต่ายตื่นตูมอีกแล้ว ทำให้ส่งสัญญาณการทูตผิดๆ ต่อประชาคมโลก ทั้งๆ ที่รัฐบาลเกาหลีใต้ยังไม่ได้ประกาศภาวะฉุกเฉิน ชี้ประชาชนยังทำงาน ไปมาหาสู่กันดี ทั้งหมดแสดงให้เห็นว่า ผู้ใหญ่บ้านเรายังขาดความรู้และความเข้าใจทั่วๆ ไปในคาบสมุทรเกาหลี
สองเกาหลีแยกกันหลังสงครามหกสิบปีก่อน สายเลือดเดียวกันแต่ประจันหน้า เพราะการเมืองในยุคสงครามเย็นทำพิษ ขณะนี้เป็นประเทศที่ยังไม่ได้รวมเป็นประเทศเดียวกัน ผิดกับเวียดนามและเยอรมันซึ่งได้กลายเป็นประเทศเดียวกันเรียบร้อยแล้ว
เกาหลีใต้ถือได้ว่ายักษ์ใหญ่เศรษฐกิจอันดับ 11 ของโลก ส่วนเกาหลีเหนือเคยมีเศรษฐกิจแข็งกว่าทางใต้หลังเลิกสงครามใหม่ๆ เนื่องจากระบบการเมืองปิดและเศรษฐกิจรัฐคุมเจ้าเดียวของตระกูลคิม ทำให้เศรษฐกิจและการลงทุนไม่เจริญ ล้าสมัย ค่อยๆ กลายเป็นประเทศยากจน จนหลายเป็นประเทศมีนิสัยอันธพาลขึ้นมา ยอมให้ประชาชนอดตาย กลับเอางบประมาณประเทศเป็นหมื่นล้านเหรียญสหรัฐมาผลาญสร้างคลังอาวุธ เพื่อเพิ่มอำนาจต่อรองการเมืองระหว่างประเทศ
สัมพันธ์ไทยทั้งสองเกาหลีดี ทั้งคู่มีสถานทูตในไทย แต่มีความแตกต่างกัน เกาหลีเหนือชอบทำอะไรลับๆ ในไทย ใช้เป็นสถานที่ซื้อของหรือเป็นนายหน้าให้กรุงเปียงยางทำธุรกิจต่างๆ เพราะทำที่อื่นไม่ได้ ประเด็นนี้สำคัญ เนื่องจากมีมติต่างๆ ของคณะกรรมธิการความมั่นคงถาวรขององค์การสหประชาชาติที่ไทยต้องปฏิบัติ (เราไม่ค่อยสนใจเรื่องนี้เท่าไร เพื่อผลประโยชน์ทางการค้าและอื่นๆ ในอนาคต มันจะส่งผลร้ายต่อไทย และความตั้งใจจะสมัครเป็นสมาชิกคณะกรรมาธิการความมั่นคงองค์การสหประชาชาติในอีก 5 ปีข้างหน้า
ในคาบสมุทรเกาหลี มีคนไทยทั้งหมด 44,000 คน อาศัยและทำงานในเกาหลีใต้ ในเกาหลีเหนือมีประมาณ 10 คนเป็นช่างเทคนิค มีสาวไทยอีก3,000 กว่าคนแต่งงานกับคนเกาหลี คงจำกันได้ว่า บ่อยครั้งจะมีนายหน้าออกหาเจ้าสาวในบ้านนอกแถวอีสาน ให้หนุ่มบ้านนาเกาหลี ได้ค่านายหน้าหัวละหลายพัน บางคนโชคดี บางคนโชคร้ายขึ้นอยู่กับสภาพเจ้าบ่าวในเกาหลีว่ามีฐานะหรือเปล่า
ลึกๆ รัฐบาลไทยกลัวเกาหลีเหนือมาก ถือเป็นประเทศมีผู้นำที่คาดการณ์อะไรไม่ได้ พร้อมทำทุกอย่างเพื่อความอยู่รอดและเรียกร้องความสนใจ คงจำกันได้ในไทย มีเรื่องอื้อฉาวปลายปี 2000 เมื่อเจ้าหน้าที่การทูตเกาหลีเหนือในกรุงเทพฯ ลักพาตัวเจ้าหน้าที่การทูตในสถานทูตเดียวกันที่ขอแปรพักตร์ไปอยู่ประเทศที่สาม แต่เรื่องแดงเสียก่อน เพราะรถยนต์ที่ใช้ในการลักพาตัวนักการทูตคนนั้นเกิดคว่ำกลางทางแถวๆ ชายแดนไทย-ลาวที่หนองคาย
ที่น่าสนใจคือมีคนไทยกลุ่มหนึ่งที่เป็นนักวิชาการและลูกสิษย์จำนวนหนึ่งที่สนใจในปรัชญาการเมืองของเกาหลีเหนือที่เรียกว่าจูเช (Juche) ซึ่งมุ่งไปที่การช่วยเหลือตัวเอง การไปมาหาสู่ระหว่างคนไทยเหล่านี้กับทางรัฐบาลเกาหลีมีอย่างสม่ำเสมอ คนไทยกลุ่มนี้ไม่สนใจเค ป๊อป หรือ เดจังกึม เพราะถือว่าเป็นการล้างสมองของโลกตะวันตกซึ่งเกาหลีใต้เป็นส่วนหนึ่ง
ในอนาคต ไทยควรมีนโยบายที่ชัดเจนมากกว่านี้ สนับสนุนมติองค์การสหประชาชาติ และส่งเสริมความมั่นคงในคาบสมุทรเกาหลี คุมเข้มไม่ให้ประเทศใช้ดินแดนไทยในทางที่อาจจะก่อให้เกิดสภาวะไร้เสถียรภาพในภูมิภาคได้



