
ความหวังดับไฟใต้
ความหวังดับไฟใต้ : บทบรรณาธิการประจำวันที่9เม.ย.2556
ไม่ใช่เรื่องแปลกอะไรที่ พล.ท.ภราดร พัฒนถาบุตร เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) จะให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่เกิดเหตุรุนแรงขึ้นบ่อยครั้งในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ช่วงนี้ ว่า เทียบจำนวนแล้วไม่มากกว่าปีที่ผ่านมา เพียงแต่เกิดเหตุรุนแรงกับเจ้าหน้าที่ระดับสูงที่ทำงานในพื้นที่ จึงทำให้ดูเหมือนว่าเป็นเหตุรุนแรงกว่าปกติ แต่การพูดคุยเจรจากับผู้ก่อเหตุนั้น จะยังคงดำเนินต่อไป ซึ่งนั่นก็เป็นเพราะการเจรจาที่ว่านั้น เลขาฯ สมช.คือผู้นำในส่วนของเจ้าหน้าที่รัฐ แต่กับเหตุระเบิดที่เกิดขึ้นรายวัน คร่าชีวิตเจ้าหน้าที่ทหาร ข้าราชการพลเรือนไปเรื่อยๆ คำตอบของผู้ที่ดูแลงานด้านความมั่นคงควรจะให้ความมั่นใจแก่ประชาชนในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ และคนไทยทั้งประเทศได้มั่นใจกว่าการพูดเพียงเพื่อจะบอกว่า สิ่งที่เกิดขึ้นนั้นไม่มีอะไร
เหตุยิงระเบิดเอ็ม 79 ใส่บ้านนายนัจมุดดีน อูมา ที่ปรึกษา ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกรัฐมนตรี แม้จะไม่ใช่ครั้งแรกที่เกิดขึ้น แต่นายนัจมุดดีน ก็ให้สัมภาษณ์ว่า น่าจะเกี่ยวกับการที่ไปพูดคุยเจรจากับกลุ่มผู้ก่อเหตุเพื่อสันติภาพ แล้วอาจมีบางส่วนในกลุ่มนั้นไม่พอใจ จึงได้ก่อเหตุขึ้น นั่นยิ่งเพิ่มความไม่มั่นใจมากขึ้นไปอีกว่า การไปตั้งโต๊ะเจรจากับกลุ่มคนที่หน่วยงานด้านความมั่นคงของไทยระบุว่า เป็นระดับนำของกลุ่มผู้ก่อเหตุรุนแรงในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้นั้น ถูกตัวหรือไม่ พอๆ กับข้อสงสัยว่า ตกลงในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้มีกลุ่มที่ก่อเหตุรุนแรงอยู่กี่กลุ่ม และใครคือผู้นำที่แท้จริง
ในขณะเดียวกัน การพูดคุยเจรจากับกลุ่มคนที่หน่วยงานด้านความมั่นคงเชื่อว่าจะเป็นแกนนำครั้งล่าสุด ก็ไม่ได้มีข้อตกลงอะไรที่พอจะผูกมัดเป็นหลักประกันได้ว่า จะนำไปสู่การปฏิบัติได้อย่างเป็นรูปธรรม สิ่งที่หน่วยงานด้านความมั่นคงร้องขอไปว่า อย่าได้ปฏิบัติการกับเป้าหมายที่อ่อนแอ หรือใช้ระเบิด ที่สร้างความเสียหายรุนแรง แต่เหตุระเบิดก็เกิดขึ้นกับบุคคลระดับรองผู้ว่าราชการจังหวัด และป้องกันจังหวัด โดยที่คำตอบในกรณีนี้ก็คือ ถนนสายนี้มักจะมีการก่อเหตุเป็นประจำ หนำซ้ำยังบอกว่า ข้าราชการระดับสูงกำลังตกเป็นเป้า ซึ่งก็ยิ่งทำให้เกิดคำถามตามมาได้ว่า รู้แล้วเหตุใดถึงไม่ป้องกันเพื่อสร้างขวัญกำลังใจให้ผู้ที่ปฏิบัติงานในพื้นที่
แม้จะมีความเชื่อมั่นว่า การพูดคุยเจรจาการสร้างความเชื่อมั่น และการให้ความเป็นธรรม คือทางออกในการแก้ปัญหาความไม่สงบในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ แต่ความคลางแคลงใจว่า กลุ่มคนที่มาพูดคุยเจรจานั้นใช่ตัวจริงหรือไม่ ก็ยังคงอยู่เต็มเปี่ยม หรือหากตัวจริง เงื่อนไขในการเจรจาที่ต่างฝ่ายต่างเสนอในสิ่งที่ยากจะปฏิบัติแล้ว เมื่อใดจะเจอจุดลงตัว ขณะที่ความรุนแรงที่เกิดขึ้นรายวัน แต่กำหนดการพูดคุยเจรจาดูเหมือนจะเดือนละครั้ง ที่สร้างความเชื่อมั่นว่า สันติภาพจะต้องเกิดขึ้นนั้น หากไร้ซึ่งกรอบเวลาสุดท้ายก็จะกลายเป็นวาทกรรมที่เอาแต่สร้างความหวังที่จับต้องไม่ได้



