คอลัมนิสต์

เจ้ากระทรวงบัวแก้วหายไปไหน

เจ้ากระทรวงบัวแก้วหายไปไหน

05 เม.ย. 2556

เจ้ากระทรวงบัวแก้วหายไปไหน : บทบรรณาธิการประจำวันที่ 5 เม.ย. 2556

               ท่ามกลางอุณหภูมิที่ร้อนอบอ้าวผิดปรกติก่อนจะย่างเข้าสู่เทศกาลสงกรานต์ในสัปดาห์หน้า พลอยกดดันให้อุณหภูมิการเมืองในประเทศทวีความร้อนระอุมากขึ้น เมื่อส.ส.พรรคร่วมรัฐบาลใช้วิธีไม่ปรกติลงมติผ่านร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญทั้ง 3 ฉบับ แทนที่จะมุ่งแก้ไขปัญหาปากท้องของประชาชน หรือมากกว่าจะเร่งทำความเข้าใจกับประชาชนให้มากขึ้นก่อนหน้าที่ศาลโลกจะเปิดโอกาสให้ไทยและกัมพูชาให้การด้วยวาจาเป็นครั้งสุดท้ายระหว่างวันที่ 15-19 เมษายนนี้ เกี่ยวกับการตีความคำพิพากษาคดีปราสาทพระวิหารปี 2505 ก่อนจะพิพากษาตัดสินเป็นที่สุดในช่วงเดือนพฤศจิกายน ซึ่งเกือบทุกฝ่ายเชื่อว่าจะเป็นระเบิดเวลาลูกใหญ่ที่พร้อมหล่นใส่กลางตักรัฐบาลหากยังนิ่งนอนใจด้วยความประมาทในความรู้สึกนึกคิดของประชาชนไทยมากเกินไป
 
               ความรุ่มร้อนทั้งกายและใจนี้ยิ่งถมทับทวีคูณจากสถานการณ์รอบๆ ประเทศไทย ซึ่งเต็มไปด้วยปัญหาความรุนแรงไม่แพ้กัน ไม่ว่าจะเป็นการปะทะระหว่างชาวพุทธกับชาวมุสลิมในเมืองเมกถิลา เขตหงสาวดีทางภาคกลางของพม่า ตามด้วยเกิดเหตุไฟปริศนาเผาไหม้โรงเรียนมุสลิมในย่างกุ้ง จนมีเด็กนักเรียนเสียชีวิต 13 ราย ซึ่งสาเหตุยังไม่แน่ชัดว่ามาจากปัญหาความขัดแย้งทางศาสนาและชาติพันธุ์หรือจากมือที่สามที่วางแผนยั่วยุให้คนสองกลุ่มปะทะกันเพื่อหวังผลทางการเมือง หรือกรณีทนายความชื่อดังและกลุ่มนักเคลื่อนไหวภาคเอกชนในฟิลิปปินส์ได้รวมตัวกันเรียกร้องให้สหประชาชาติเร่งเข้าไปแทรกแซงและสอบสวนกรณีที่ทหารมาเลเซียได้ละเมิดสิทธิมนุษย์ในรัฐซาบาห์ด้วยการส่งทหารและเครื่องบินรบไปกวาดล้างกลุ่มติดอาวุธผู้ภักดีต่อสุลต่านซูลู ทางภาคใต้ของฟิลิปปินส์ เจ้าของรัฐซาบาห์มาตั้งแต่ครั้งบรรพบุรุษ ทำให้ชาวฟิลิปปินส์เกือบ 5,000 คนต้องอพยพหนีภัย
 
               แต่เหตุการณ์ที่ทำให้ประเทศไทยและทวีปเอเชียแทบจะลุกเป็นไฟก็คือสถานการณ์ที่คาบสมุทรเกาหลี เมื่อสื่อตะวันตกมุ่งประโคมข่าวว่าเกาหลีเหนืออาจเปิดฉากสงครามโจมตีเกาหลีใต้และสหรัฐ เห็นได้จากการเคลื่อนย้ายขีปนาวุธพิสัยกลาง ไปยังพื้นที่ชายฝั่งตะวันออก ซึ่งสหรัฐถือเป็นเรื่องจริงจังมากถึงกับเตรียมมาตรการตอบโต้ไว้ล่วงหน้า แม้ว่าชาวเกาหลีใต้ส่วนใหญ่จะมองเป็นเหตุการณ์ปรกติโดยผู้เชี่ยวชาญปัญหาเกาหลีชี้ว่าอาจเป็นเพียงแค่การทดลองยิงขีปนาวุธเนื่องในพิธีเฉลิมฉลองวันคล้ายวันเกิดของอดีตประธานาธิบดีคิม อิล-ซุง ผู้ก่อตั้งเกาหลีเหนือ เห็นได้จากการประกาศเขตห้ามบิน และเขตห้ามเดินเรือ ตลอดแนวชายฝั่งตะวันออก จนถึงเดือนสิ้นเดือนนี้ ซึ่งเป็นช่วงที่เกาหลีใต้กับสหรัฐกำลังซ้อมรบกันอยู่
 
               คำถามก็คือสารพัดความตึงเครียดที่เกิดขึ้นรอบๆภูมิภาคนี้ อันอาจจะมีผลกระทบต่อประเทศไทยโดยตรงหรือโดยอ้อม แต่นายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล รัฐมนตรีต่างประเทศกลับนิ่งเฉยเหมือนกับลอยตัวอยู่เหนือปัญหา หรือเหมือนกับมนุษย์ล่องหนไม่มีคนพบเห็น ทั้งๆ ที่มีหน้าที่สำคัญในฐานะเป็นปราการด่านหน้าที่จะแสดงจุดยืนที่ชัดเจนของประเทศไทยต่อปัญหาเหล่านั้นหรือเร่งทำความเข้าใจกับประชาชนไม่ให้ปริวิตกมากเกินไป หรือว่ายุคนี้ไม่จำเป็นต้องมีเจ้ากระทรวงบัวแก้วอีกต่อไป