
เป้าหมายที่แท้จริง
เป้าหมายที่แท้จริง : บทบรรณาธิการประจำวันที่ 31 มี.ค. 2556
คล้อยหลังการเจรจาดับไฟใต้ของตัวแทนรัฐบาลไทย นำโดย พล.ท.ภราดร พัฒนถาบุตร เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ(สมช.) กับนายฮัสซัน ตอยิบ แกนนำกลุ่มบีอาร์เอ็น ตัวแทนจากกลุ่มพูโล ที่ประเทศมาเลเซีย เมื่อกลางดึกของวันที่ 28 มีนาคม ที่ผ่านมา ซึ่งตลอดระเวลา 12 ชั่วโมง ทั้ง 2 ฝ่ายได้มีการใช้โอกาสแลกเปลี่ยนข้อมูลทัศนคติที่เป็นประเด็นปัญหาของความไม่สงบอย่างเปิดเผยตรงไปตรงมา ในเบื้องต้นทางฝ่ายไทยต้องการให้ลดเหตุความรุนแรงลง ส่วนข้อเสนอของขบวนการให้มีการนิรโทษกรรมผู้ก่อความไม่สงบ ซึ่งมีประมาณ 3 หมื่นคนจนเกิดแรงกระเพื่อมตามมา พร้อมกับความรุนแรงในพื้นที่ตามมาอย่างเห็นได้ชัด
เหตุการณ์แรกเกิดเมื่อเวลา 07.15 น. วันเดียวกัน เมื่อกลุ่มคนร้ายลอบวางระเบิดบรรจุถังแก๊สหนัก 25 กิโลกรัม กลางถนนสายเจาะไอร้อง-ไอร์สะเตียร์ ในพื้นที่ อ.เจาะไอร้อง จ.นราธิวาส ทำให้อาสาสมัครทหารพราน 3 นาย เสียชีวิต ส่วนเพื่อนทหารอีก 5 นาย ได้รับบาดเจ็บ ส่วนในวันรุ่งขึ้นคนร้ายก็ยังคงใช้ระเบิดชนิดเดียวกัน ขนาดและวิธีเดียวกัน ลอบสังหารทหารชุดลาดตระเวนที่ อ.รือเสาะ ทำให้ ร.อ.ศิวัช ศรีอุปโย ผบ.ร้อย.ร.15123 เสียชีวิต และมีกำลังพลได้รับบาดเจ็บอีก 14 นาย นอกจากนี้ยังมีเหตุรุนแรงเกิดขึ้นอีกประปราย ทั้งยิงถล่มฐานทหารพรานที่ยะลา ยิงเอ็ม 79 ใส่ที่ว่าการอำเภอระแงะ 2 ลูกซ้อน โชคดีพลาดเป้า รวมทั้งดักระเบิดรถปลัดอำเภอสุไหงปาดี นราธิวาส แต่ก็รอดมาหวุดหวิด เป็นต้น
แม้รัฐบาลจะยืนยันมาแต่ต้นแล้วว่า การเจรจาดับไฟใต้ครั้งนี้มีจุดประสงค์เพื่อลดความรุนแรงในพื้นที่จังหวัดชายแดนใต้ แต่การจะนำไปสู่เป้าประสงค์นั้น คงต้องใช้เวลาอีกสักระยะหนึ่ง ไม่ใช่ว่าเจรจาจบปุ๊บเสียงปืนเสียงระเบิดจะสงบเงียบไปทันที และทุกครั้งภายหลังการเจรจามักเกิดเหตุน่าสลดใจให้เห็นจนแทบจะกลายเป็นสัญลักษณ์ถึงความพยายามของคนบางกลุ่ม ที่ถูกมองว่าเป็นตัวจริงและไม่ต้องการให้เกิดความสงบ ทำการก่อเหตุท้าทายอยู่ร่ำไป ซึ่งอาจจะเป็นพวกหัวรุนแรงที่ยังไม่ยอมรับการพูดคุย ซึ่งมีประมาณ 20% ที่ยังค่อนข้างแข็งแรงตามที่ตัวแทนจากฝ่ายไทยระบุก็ได้ ขณะนี้ประชาชนในพื้นที่คาดหวังเป็นอย่างมากถึงความสงบในพื้นที่
ต้องยอมรับว่า ทั่วโลกให้ความสนใจกับการเจรจาสันติภาพระหว่างตัวแทนรัฐบาลไทยและผู้แทนของกลุ่มบีอาร์เอ็นครั้งนี้เป็นอย่างมาก เพราะถือเป็นครั้งแรกที่รัฐบาลไทยยอมเปิดการเจรจากับกลุ่มผู้ก่อการร้ายอย่างเปิดเผย หลังจากความขัดแย้งอันนองเลือดในพื้นที่ดำเนินมาอย่างต่อเนื่องนานเกือบ 10 ปี และส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 5,500 ราย แต่การเจรจาครั้งนี้ดูไม่มีความหวังมากนัก ทั้งความไม่ลงตัวในข้อสรุปต่างๆ ของหน่วยงานภาครัฐด้วยกันเอง อีกทั้งผู้ที่ถูกอ้างว่าเป็นผู้แทนของบีอาร์เอ็นก็ไม่ได้มีอำนาจเด็ดขาดในการสั่งการกลุ่มก่อการร้ายในพื้นที่แต่อย่างใด ยังมีเหตุรุนแรงเกิดขึ้นอีก จึงเป็นเรื่องที่รัฐบาลจะต้องฟื้นฟู สร้างความเชื่อมั่น สถานการณ์ต้องลดลง โดยเฉพาะกลุ่มผู้บริสุทธิ์ต้องไม่ถูกทำร้าย ดังนั้นเราต้องหาเป้าหมายที่แท้จริงให้เจอ



