
เชื่อ'แพทย์ชนบท'ผู้ปฏิบัติจริง
เชื่อ'แพทย์ชนบท'ผู้ปฏิบัติจริง : กระดานความคิด โดยทองแถม นาถจำนง
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข จะเปลี่ยนระบบเบี้ยเลี้ยงเหมาจ่าย หรือเบี้ยกันดาร ของแพทย์ ทันตแพทย์ เภสัชกร พยาบาล บุคลากรวิชาชีพด้านสุขภาพ ในชนบท ให้เป็นระบบการจ่ายตามภาระงาน ทางกลุ่มแพทย์ชนบทไม่เห็นด้วย เพราะการจ่ายตามภาระงานนั้น เหมาะสมกับสถานพยาบาลในเขตเมือง ซึ่งเป็นคนละบริบทกับโรงพยาบาลชุมชน
การคิดคำนวณอัตราการจ่ายเบี้ยเลี้ยงเหมาจ่ายใช้ปัจจัยหลัก คือ ความกันดารของพื้นที่ และจำนวนปีที่อยู่ในโรงพยาบาลชุมชน
บุคลากรด้านสุขภาพ (แพทย์ พยาบาล ฯลฯ) ที่ไปทำงานในพื้นที่ชนบทกันดาร ต้องเสียสละ เพราะอย่างน้อยที่สุดหากไปทำงานโรงพยาบาลเอกชน ก็จะมีรายได้มากกว่าเยอะ
และที่ควรให้เพิ่มตามอายุการทำงานในชนบทด้วย ก็เพื่อแก้ปัญหาแพทย์ส่วนใหญ่ยอมทำงานในโรงพยาบาลในชนบทเพียงสองปีแล้วก็ย้ายเข้าเมือง ข้อเรียกร้องของกลุ่มแพทย์ชนบทจึงน่ารับฟังอย่างยิ่ง
ฝ่ายบริหารส่วนกลางในกระทรวงสาธารณสุขก็คงอธิบายว่า ระบบการจ่ายตามภาระงานเป็นการปรับปรุงการจ่ายงบประมาณให้เหมาะสม แต่ก็น่าคิดว่า ระหว่างผู้ปฏิบัติงานจริงในชนบท กับนักบริหารที่คิดแบบธุรกิจ ฝ่ายไหนคิดถูก
มีตัวอย่างว่า นโยบายด้านสุขภาพจากส่วนกลางถูกต้อง แต่การจัดสรรงบประมาณให้โรงพยาบาลชนบทผิดพลาด คือทางกระทรวงมีนโยบายสร้างนำซ่อม หมายถึงให้เน้นการรักษาสุขภาพ สร้างเสริมความแข็งแรง เพื่อให้การเจ็บป่วยน้อยลง
บางโรงพยาบาลชุมชนจึงหันมาส่งเสริมให้ประชาชนสร้างเสริมสุขภาพจนสุขภาพดีขึ้นมาก ได้ผลสำเร็จดีมาก ทำให้คนเจ็บป่วยลดลง ผู้ป่วยที่มารักษาที่โรงพยาบาลน้อยลง ทางส่วนกลางจึงจัดสรรงบประมาณไปให้น้อยลง ผลสุดท้ายโรงพยาบาลเป็นหนี้สินมากถึงสิบกว่าล้านบาท ผู้อำนวยการก็ท้อแท้ขอลาออกจากราชการ เพราะทุ่มเทให้การดูแลสุขภาพเชิงรุกมาตลอด แต่งบประมาณส่วนใหญ่จะจัดสรรลงไปให้ตามผลงานการดูแลผู้ป่วย ยิ่งผู้ป่วยมาก ยิ่งโรคหนักมาก ก็จะได้รับเงินมากขึ้น ซึ่งก็คือการจ่ายตามภาระงานนั่นเอง
โรงพยาบาลชุมชนที่ทำงานด้าน “สร้างนำซ่อม” ได้สำเร็จ แต่กระทรวงกลับจัดสรรงบประมาณให้น้อยลง เพราะคิดอย่างกลไกว่า จ่ายงบประมาณตามจำนวนคนป่วย อันนี้มันคิดแบบนักธุรกิจ ไม่ใช่นักบริหารสาธารณสุข
การยกเลิกหรือลดเบี้ยเลี้ยงเหมาจ่าย เปลี่ยนมาเป็นการจ่ายตามภาระงานหรือเบี้ยขยัน ที่กระทรวงเรียกว่า P4P ไม่สอดคล้องกับบริบทของโรงพยาบาลชุมชน
ยิ่งถ้าคิดให้ยาวไกลไปแล้วก็น่าห่วง
นโยบายของรัฐ รวมถึงผู้บริหารด้านแพทย์ในมหาวิทยาลัย ต่างพากันหนุนเรื่องทำให้ไทยเป็นฮับการแพทย์ของประชาคมอาเซียน หรือกระทั่งเป็นฮับการแพทย์ของโลกเลยทีเดียว
ซึ่งกลุ่มทุนใหญ่ได้ลงทุนและเตรียมการไปมากแล้ว ปัญหาสำหรับชาวบ้านในอนาคตก็คือ บุคลากรสุขภาพ (แพทย์ พยาบาล ฯลฯ) จะถูกดึงดูดไปทำงานบริการให้ชาวต่างชาติ เนื่องจากรายได้สูง ต่อไปในชนบทหรือแม้กระทั่งโรงพยาบาลรัฐใน กทม.เอง ก็จะเกิดปัญหาขาดแคลนบุคลากรอย่างแน่นอน
ไม่แน่ว่า การปรับเปลี่ยนยกเลิกระบบเหมาจ่ายคราวนี้ จะทำให้บุคลากรสุขภาพย้ายไปอยู่ตามฮับการแพทย์บริการคนต่างชาติมากน้อยเพียงใด
.............
(หมายเหตุ : เชื่อ'แพทย์ชนบท'ผู้ปฏิบัติจริง : กระดานความคิด โดยทองแถม นาถจำนง / http://www.oknation.net/blog/thongtham)



