คอลัมนิสต์

มือที่สามกับแนวรบด้านใหม่ในพม่า

มือที่สามกับแนวรบด้านใหม่ในพม่า

29 มี.ค. 2556

มือที่สามกับแนวรบด้านใหม่ในพม่า : บทบรรณาธิการประจำวันที่ 29 มี.ค. 2556

               ทั่วโลกได้หันมาสนใจปัญหาพม่าอีกครั้งหนึ่ง หลังจากเกิดจลาจลเลือดยืดเยื้อนานร่วมสัปดาห์ระหว่างชาวพุทธกับมุสลิมในเมืองเมกถิลา ทางภาคกลางของประเทศ ห่างจากกรุงเนปิดอว์ ไปทางเหนือประมาณ 130 กิโลเมตร มีผู้เสียชีวิตร่วมครึ่งร้อย กระทั่งประธานาธิบดีเต็ง เส่ง ต้องประกาศใช้กฎอัยการศึก พร้อมกับส่งทหารเข้าไปควบคุมสถานการณ์ มองเผินๆ ความรุนแรงครั้งใหม่นี้ตอกย้ำถึงความขัดแย้งทางศาสนาและชาติพันธุ์ที่ฝังลึกมานาน แต่เพิ่งปะทุให้เห็นเป็นครั้งแรกเมื่อจู่ๆ พลันเกิดการปะทะกันระหว่างชาวพุทธกับชาวมุสลิมโรฮิงยาในรัฐยะไข่ ทางตะวันตกของประเทศเมื่อปีที่แล้ว ทำให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 180 ราย ไร้ที่อยู่อาศัยอีกกว่าแสนคน
 
               ประชาคมโลกรวมทั้งสื่อต่างๆ พยายามตอกย้ำว่าเหตุจลาจลที่เมืองเมกถิลา ซึ่งถือว่ารุนแรงที่สุดรองจากจลาจลที่ยะไข่ เป็น "ศึกศาสนา" ระหว่างชาวพุทธกับมุสลิมและเป็นสัญญาณเตือนรัฐบาลพม่าว่าจะต้องเร่งแก้ไขปัญหาอันละเอียดอ่อนนี้ให้ดี ไม่เช่นนั้นจะกลายเป็นระเบิดเวลาลูกใหญ่ที่จะขัดขวางความพยายามปฏิรูปประเทศที่กำลังเดินหน้าอย่างไม่หยุดยั้ง อย่างไรก็ดี เริ่มมีเสียงเตือนเช่นกันว่าอย่ามองปัญหานี้เพียงผิวเผินแล้วรีบด่วนสรุปว่าเป็นศึกศาสนา เพราะหากมองให้ลึกซึ้งจะพบว่าความรุนแรงที่เมืองเมกถิลาไม่ใช่เรื่องของน้ำผึ้งหยดเดียวจากเหตุวิวาทของพ่อค้าร้านทองที่เป็นมุสลิมกับลูกค้าที่เป็นชาวพุทธ หากแต่เป็น "กระบวนการสร้างความเกลียดชัง" ผ่านการวางแผนอย่างเป็นระบบและมีการโฆษณาชวนเชื่อผ่านการปล่อยข่าวลือต่างๆ จนทำให้ชาวบ้านที่ไม่รู้อิโหน่อิเหน่ถูกลากเข้ามาเป็นเครื่องมือและตกเป็นเหยื่อของแผนร้ายนี้
 
               ข้อที่น่าสังเกตที่สื่อตะวันตกมองข้ามก็คือคำให้การของชาวเมืองเมกถิลาหลายคนที่ยืนยันตรงกันว่าคนก่อเหตุไม่ใช่คนในท้องถิ่นแต่เป็นคนนอก เนื่องจากชาวพุทธและมุสลิมต่างอยู่ร่วมกันอย่างสันติมานานหลายชั่วรุ่นโดยไม่เคยมีประวัติว่าเกิดความเกลียดชังจนไม่สามารถอยู่ร่วมโลกได้อีกต่อไป คำให้การนี้สอดคล้องกับการสาวลึกย้อนรอยเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นหลังจากรัฐบาลพม่ายอมเปิดประตูประเทศให้กว้างขึ้น แล้วพบข้อมูลที่น่าสนใจว่าเหตุรุนแรงทุกครั้งมักจะเกิดขึ้นในช่วงที่คนสำคัญของพม่าเดินทางไปเยือนต่างประเทศหรือคนสำคัญของต่างประเทศเดินทางเยือนพม่า อาทิ เหตุรุนแรงที่รัฐยะไข่มีขึ้นก่อนหน้านางอองซาน ซูจี เดินทางไปเยือนยุโรปเป็นครั้งแรก ส่วนการปราบปรามการประท้วงเหมืองทองแดงที่ลัตปะด่องมีขึ้นเพียงสิบวันหลังจากประนาธิบดีบารัก โอบามาเยือนประเทศนี้เป็นเป็นครั้งแรก ขณะที่จลาจลล่าสุด มีขึ้นเพียงสามวันก่อนที่นายอีริก ชมิดท์ ประธานกรรมการบริหารของบริษัทกูเกิลเยือนประเทศนี้และสิบวันก่อนที่จะมีการเผยแพร่รายงานผลการสอบสวนเหตุปราบปรามการประท้วงเหมืองทองแดง
 
               หลักฐานนี้ทำให้น่าเชื่อได้ว่าทุกอย่างมีการวางแผนและเตรียมการล่วงหน้าอย่างเป็นระบบหาใช่น้ำผึ้งหยดเดียวไม่ ถ้าหากย้อนกลับมาดูสถานการณ์รุนแรงในภาคใต้ของไทย จะพบเห็นข้อมูลสำคัญที่คล้ายคลึงกับเหตุที่เกิดขึ้นในพม่า สำคัญแต่ว่าทุกฝ่ายจะตระหนักหรือไม่หรือตระหนักรู้แต่คล้อยตามสถานการณ์เพื่อผลประโยชน์แอบแฝงบางประการ