
รู้จักพอ
รู้จักพอ : กระดานความคิด โดยสุทธิชัย หยุ่น http://www.oknation.net/blog/suthichai
ผมมีความเชื่ออย่างสนิทใจว่า ชีวิตของคนเราจะมีความสุขอยู่ที่สามคำเท่านั้น ไม่มากไม่น้อยไปกว่านี้ นั่นคือ “รู้จักพอ”
เพราะความทุกข์ของมนุษย์ทุกวันนี้เกิดจากสาเหตุประการเดียวจริงๆ นั่นคือ ไม่รู้จักพอ ได้อะไรมาก็จะขอมากขึ้นตามลำดับ ที่เคยคิดว่า ถ้าได้อย่างนั่นอย่างนี้แล้วก็ไม่ต้องการอะไรอีก ก็ไม่จริง เพราะพออะไรตามที่เคยใฝ่ฝัน ก็จะเริ่มแสวงหาเพิ่มขึ้น
มีบ้านหลังแรก ก็จะต้องมีหลังที่สอง บ้านเดิมจะเล็กไปแล้วเสมอ มีรถหนึ่งคัน ก็จะหาคันใหม่ที่แพงกว่า ยี่ห้อดังกว่า และใหญ่โตกว่า
มีเงินร้อยต้องการพัน มีพันต้องการหมื่น มีหมื่นต้องการแสน
เชื่อไหมคนมีเงินร้อยล้านยังไม่พอใจเลย เพราะคิดว่าต้องเป็นพันล้านหมื่นล้านและแสนล้าน
ทั้งๆ ที่ตายไปแล้วก็ไม่มีใครใหญ่กว่าโลงศพของตัวเองได้
ดังนั้น ใครที่รู้จักพอ และพอใจในสิ่งที่ตนมีอยู่ และไม่ดิ้นรนขวนขวายหาวัตถุเพิ่มมากขึ้น
แม้ความสุขก็เถอะ หากรู้สึกว่าสุขแล้วมนุษย์ก็จะยังจะไม่พอใจ จะพยายามหาสุขเพิ่มขึ้น และเรียกร้องถึงขั้นที่จะต้องไปอยู่สวรรค์ชั้น 7 ทีเดียว
ทั้งๆ ที่สวรรค์ชั้นล่างก็มีความสุขไม่น้อยแล้ว และสวรรค์นั้นความจริงก็มีแค่ชั้นเดียว เพราะความสุขจริงๆ นั้นคือความว่างเปล่า ความไม่มีอะไร สวรรค์จึงไม่ได้แบ่งเป็นชั้นๆ หากแต่อยู่ที่ใจเราเองเท่านั้น
ผมเห็นด้วยว่า หากประเทศไทยยึดมั่นแนวทาง “เศรษฐกิจพอเพียง” หรือ “เศรษฐกิจแนวทางพุทธ” ความรุนแรงและขัดแย้งอย่างที่เห็นกันทุกวันนี้ก็จะไม่ปรากฏ
เพราะสังคมใด “รู้จักพอ” และ “เดินสายกลาง” ไม่ตึงไปไม่หย่อนไป ก็ย่อมจะมีความปรองดองสมานฉันท์อย่างแท้จริง โดยไม่ต้องทำศึก “สงครามปรองดอง” จนต้องฟาดฟันกันเพื่อพิสูจน์ว่าใครกันแน่ที่จริงใจกับความปรองดอง
เมื่อคนไทยห่างจากความเป็นพุทธ และหลงผิดคิดว่า “พิธีกรรม” ทั้งหลายคือ “เนื้อหา” ของศาสนา เราจึงมีวัฒนธรรมจอมปลอมระบาดไปทั่ว
นิยามของ “ความสุข” ของคนไทยในช่วงหลังจึงกลายเป็นการ “แก่งแย่ง” แสวงหาความร่ำรวยทางวัตถุ ใครมีตำแหน่งฐานะสูงกว่า ใครมีเส้นมีสายมากกว่า ใครไปเรียนรุ่นไหนที่มีนักการเมืองคนดังเป็นเพื่อนร่วมรุ่นมากกว่า
ยิ่งวันก็ยิ่งสร้างระดับความทุกข์ให้แก่ตัวเองหนักหน่วงยิ่งขึ้น
ผมจึงชอบเป็นพิเศษ เมื่อเพื่อนส่งกลอนเปล่าว่าด้วย “วิถีแห่งชีวิต” ของนักปราชญ์ริมถนนของคนจีนมาให้ผมอ่าน
ผมให้พาดหัวเสียใหม่ว่า “รู้จักพอ” และหากใครทำตามนี้ได้ ก็จะมีความสุขล้นพ้น ไม่ต้องดิ้นรนทุรนทุรายเพื่อแสวงหาความสุขมากไปกว่านี้
เพราะความสุขอยู่ที่เราตื่นทุกเช้าสามารถบอกกับตัวเราเองว่า “แค่มีชีวิตอีกวันหนึ่งก็วิเศษแล้ว”
ผมจึงขอถ่ายทอดกลอนเปล่าริมทางมาให้ท่านผู้อ่าน “ชีวิตจิต” ด้วยความสุข เพราะเพียงแค่ผมได้ส่งผ่านความคิดความอ่านเรื่องนี้ผมก็สุขใจไปตลอดวันแล้ว
เงินมาก เงินน้อย พอใช้ ก็พอ
จะเหร่ จะงาม ดูได้ ก็พอ
จะเฒ่า จะเยาว์ แข็งแรงก็พอ
จะจน จะรวย อยู่ได้ก็พอ
สามีกลับช้า กลับมา ก็พอ
ภรรยา ขี้บ่น ใส่ใจบ้าน ก็พอ
เด็กน้อย แต่เล็ก ต้องสอน ให้ดี
ดอกเตอร์ ก็ดี ขายผักก็ดี
เติบโตขึ้นแล้ว ดีดี ก็พอ
บ้านเรือน ใหญ่เล็ก อยู่ได้ ก็พอ
แบรนด์เนมหรือไม่ ใช้ได้ ก็พอ
ทุกข์ยากทั้งปวง แก้ได้ ก็พอ
ยึดมั่น ถือมั่น ปล่อยวาง ดีกว่า
เกิดมา ชาติหนึ่ง ปลอดภัย ก็พอ
ใช่ว่า มีเงิน จะดีร่ำไป
คิดดี ทำดี ชีวิต ย่อมดี
ใครถูก ใครผิด ฟ้ารู้ ก็พอ
สะสมกุศล ชาติหน้า ยิ่งดี
ใดๆ ในโลก หยวนบ้าง ก็ดี
สรรพสิ่งทั้งหลาย เห็นแจ้ง เป็นดี
ทุกผู้ ทุกคน ทุกวี่ทุกวัน
เธอดี ฉันดี โลกก็ ยิ่งดี
กล่าวโดยสรุป พอเพียง ดีสุด
พูดมา มากมาย เข้าใจ เป็นดี
สาธุ!
....................
(หมายเหตุ : รู้จักพอ : กระดานความคิด โดยสุทธิชัย หยุ่น http://www.oknation.net/blog/suthichai)



