คอลัมนิสต์

ค่าจ้างที่ปรึกษาสูงไปไหม

ค่าจ้างที่ปรึกษาสูงไปไหม

28 มี.ค. 2556

ค่าจ้างที่ปรึกษาสูงไปไหม : บทบรรณาธิการประจำวันที่ 28 มี.ค. 2556

               ร่าง พ.ร.บ.กู้เงินเพื่อการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคมขนส่งของประเทศ มูลค่า 2.2 ล้านล้านบาท ที่ฝ่ายรัฐบาลนำเข้าสู่การพิจารณาของรัฐสภา ถูกจับตาและวิเคราะห์วิจารณ์อย่างมากว่า เหมาะสมเพียงใด ในการก่อหนี้ของประเทศที่มีระยะเวลาผูกพันหรือใช้หนี้นานถึง 50 ปี และตัวเลขหนี้ก้อนมหึมานี้ยังถูกเพ่งเล็งว่า อาจจะส่งผลให้ยอดรวมหนี้สาธารณะสูงเกิน 50% ของจีดีพีหรือผลิตภัณฑ์มวลรวมของประเทศ นั่นเป็นภาวะที่เข้าขั้นเสี่ยงสูงของเศรษฐกิจเมืองไทย แม้รัฐบาลจะชี้แจงข้อดีของการผลักดันเรื่องนี้ว่าจะกระตุ้นเศรษฐกิจให้จีดีพีโตขึ้น สร้างงานสร้างรายได้ และเป็นการปฏิรูปเรื่องโลจิสติกส์หรือการขนส่งสินค้าเชื่อมระหว่างประเทศเพื่อนบ้านรองรับการเติบโตและการเข้าเศรษฐกิจประชาคมอาเซียน
 
               โดยสรุปมีการพัฒนาหลายด้าน เช่น 1.ยุทธศาสตร์ปรับเปลี่ยนรูปแบบการขนส่งสินค้าทางถนนสู่การขนส่งที่มีต้นทุนต่ำกว่า วงเงิน 354,560 ล้านบาท เป็นการพัฒนาโครงข่ายทางรถไฟที่มีอยู่ในปัจจุบันให้เป็นโครงข่ายขนส่งหลัก ก่อสร้างทางรถไฟทางคู่ 11 สาย ปรับปรุงระบบป้องกันอันตรายอุบัติเหตุ นอกจากนี้แผนพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานเพื่อสนับสนุนการขนส่งสินค้าทางลำน้ำและชายฝั่ง วงเงิน 29,819 ล้านบาท ก่อสร้างท่าเรือชุมพร ท่าเรือน้ำลึกสงขลาแห่งที่ 2 ท่าเทียบเรือน้ำลึกปากบารา จ.สตูล ยังมีแผนพัฒนาสิ่งอำนวยความสะดวกด้านขนส่งหลายรูปแบบ เช่น สถานีขนส่งสินค้าทางถนน 15 แห่ง ก่อสร้างรถไฟทางคู่สายชุมทางบ้านภาชี-นครหลวง รวมวงเงิน 16,403 ล้านบาท
 
               ยุทธศาสตร์ที่ 2 คือ โครงสร้างพื้นฐานในการขนส่งไปจุดศูนย์กลางภูมิภาคทั่วประเทศและเชื่อมโยงกับประเทศเพื่อนบ้าน วงเงินถึง 1,042,376 ล้านบาท เป็นการก่อสร้างทางหลวงเชื่อมโยงระหว่างประเทศและทางหลวงในชนบท สนับสนุนท่าอากาศยาน ท่าเรือ และนิคมอุตสาหกรรม รวมทั้งพัฒนาเครือข่ายเชื่อมภูมิภาค วงเงิน 994,430 ล้านบาท ใช้ก่อสร้างโครงการรถไฟความเร็วสูง 4 เส้นทาง และรถไฟทางคู่ 2 สาย ทางหลวงพิเศษอีก 3 สาย และ 3.ยุทธศาสตร์ปรับปรุงระบบขนส่งเพื่อยกระดับความคล่องตัว วงเงิน 593,801 ล้านบาท แยกเป็นขนส่งในเมืองและแหล่งท่องเที่ยว ดังนั้นจะเห็นภาพการพัฒนาที่สวยหรู แต่ความคุ้มค่าการลงทุนยังไม่เป็นที่ชัดเจนว่าประเทศได้ประโยชน์จริงหรือไม่ ท่ามกลางกระแสการคอร์รัปชั่นที่หนาหู
 
               จุดสำคัญอีกประการที่มีการตั้งข้องสังเกตกันมาก นั่นคือ ตัวเลขงบประมาณค่าจ้างที่ปรึกษาโครงการ ซึ่งมีตั้งแต่ไม่กี่สิบล้านจนถึงบางโครงการมีค่าจ้างที่ปรึกษาเป็นหลักพันล้านบาท นับรวมๆ แล้วค่าที่ปรึกษาเป็นมูลค่าเกือบ 6 หมื่นล้านบาท ตลอดแผนงาน 7 ปี ตั้งแต่ปี 2556-2563 ด้วยตัวเลขที่สูงขนาดนี้ ย่อมเป็นการยากที่จะเลี่ยงการตั้งข้อครหาได้ เพราะเป็นที่ทราบกันดีว่า เป็นช่องทางหนึ่งที่ฝ่ายการเมืองมักอาศัยจุดนี้ในการทุจริต ยังไม่นับรวมงบก่อสร้างที่ฝ่ายการเมืองก็มีเส้นสายในบริษัทยักษ์ใหญ่ผ่องถ่ายเงินเข้ากระเป๋าได้ การชี้แจงของรัฐบาลเพื่อยืนยันความโปร่งใสคงไม่เพียงพอ จึงควรถือเป็นหน้าที่ของทุกภาคส่วน องค์กรต่างๆ โดยเฉพาะองค์กรวิชาชีพ เข้ามามีส่วนร่วมตรวจสอบอย่างละเอียด