คอลัมนิสต์

ทอ.ส่ง'กริพเพน'บินโชว์'ลิม่า 13'ลังกาวี

ทอ.ส่ง'กริพเพน'บินโชว์'ลิม่า 13'ลังกาวี

28 มี.ค. 2556

ทอ.ส่ง'กริพเพน'บินโชว์'ลิม่า 13'บนเกาะลังกาวี : ตะลุยกองทัพ โดยทีมข่าวความมั่นคง

               การจัดแสดงอาวุธยุทโธปกรณ์ภายใต้ชื่อ “ลิม่า 13” ที่กองทัพอากาศมาเลเซีย จัดขึ้นเป็นปีที่ 12 ในระหว่างวันที่ 26-30 มีนาคมนี้  ที่เกาะลังกาวี ประเทศมาเลเซีย โดยมีบริษัทชั้นนำกว่า 200 บริษัทจาก 60 ประเทศทั่วโลก อาทิ สหรัฐอเมริกา อังกฤษ ฝรั่งเศส แคนาดา อิตาลี รัสเซีย สวีเดน สิงคโปร์ รวมถึงมาเลเซีย ที่ต่างนำอาวุธยุทโธปกรณ์อันทันสมัยมาโชว์ศักยภาพ
 
               การจัดแสดงอาวุธยุทโธปกรณ์ดังกล่าวจะจัดขึ้นปีเว้นปี สลับกันระหว่างกองทัพอากาศมาเลเซีย และกองทัพอากาศสิงคโปร์ เพื่อมุ่งหวังสู่การเป็นศูนย์กลางของการจัดงานในภูมิภาคอาเซียน โดยมีการจัดนิทรรศการการบิน และอาวุธทางทะเล การตั้งแสดงอากาศยานแบบต่างๆ รวมถึงการบินแสดงของอากาศยานรบ และหมู่บินผาดแผลงที่มีชื่อเสียงของโลก
 
               สำหรับอากาศยานรบที่นำมาบินโชว์ในครั้งนี้ เช่น เครื่องบินเอฟ-18 จากสหรัฐอเมริกา, ซู-35 จากรัสเซีย, เอฟ-16 จากสิงคโปร์, มิก-17 และมิก-29 จากรัสเซีย ที่กองทัพอากาศมาเลเซียจัดซื้อมาประจำการ รวมถึงเครื่องบินสกายฮอว์ก เครื่องบินโจมตีแบบต่างๆ และเครื่องบินโดยสาร เช่น แอร์บัส ที่บริษัทค้าอาวุธยุทโธปกรณ์ และบริษัทผลิตอากาศยานชั้นนำต่างขนมาประชันกันเต็มที่
 
               ขณะที่กองทัพอากาศไทย พล.อ.อ.ประจิน จั่นตอง ผู้บัญชาการทหารอากาศ (ผบ.ทอ.) ได้นำเครื่องบินรุ่น "กริพเพน" ที่กองทัพอากาศซื้อมาประจำการ มาแสดงเพื่อเชื่อมความสัมพันธ์ระหว่างกองทัพอากาศไทย-มาเลเซีย ในครั้งนี้ด้วยเช่นกัน
 
               ส่วนตัวแทนฝ่ายไทยนอกจาก ผบ.ทอ. แล้วยังมี พล.อ.ธนะศักดิ์ ปฏิมาประกร ผู้บัญชาการทหารสูงสุด (ผบ.ทสส.) เดินทางมาร่วมงานตามคำเชิญของกองทัพอากาศมาเลเซียด้วย
 
               พล.อ.อ.ประจินกล่าวถึงการเดินทางมาในครั้งนี้ว่า กองทัพอากาศไทยได้รับเชิญจากกองทัพอากาศมาเลเซีย เนื่องจากกองทัพอากาศทั้งสองประเทศมีการฝึกร่วมกันเป็นประจำ ซึ่งที่ผ่านมาไทยได้นำเครื่องบินขับไล่เอฟ-5 และเอฟ-16 เข้าร่วมฝึกกับเอฟ-5, เอฟ-18 และมิก-29 ของมาเลเซีย โดยในครั้งนี้กองทัพอากาศมาเลเซียต้องการให้ไทยนำเครื่องบินขับไล่กริพเพนมาร่วมบินโชว์ด้วย
 
               ทั้งนี้ เครื่องบินกริพเพน เป็นเครื่องบินรุ่นล่าสุดที่กองทัพอากาศไทยนำเข้าประจำการ และเป็นโครงการต่อเนื่องจากโครงการ good will visit จากการฝึกร่วม Air Tamal ซึ่งกองทัพอากาศไทยได้นำกริพเพน จำนวน 2 เครื่องมาวางกำลังในงานครั้งนี้ โดยจะนำ 1 เครื่องขึ้นแสดงท่าบินสาธิตเป็นเวลา 5 วัน โดยถือว่าเป็นครั้งแรกที่กองทัพอากาศไทยนำเครื่องขับไล่ขึ้นแสดงในลักษณะนี้
 
               “เครื่องบินกริพเพนที่เหลืออีก 6 ลำ จะเข้ามาประจำการในช่วงเดือนเมษายน และกันยายนนี้ เมื่อมาถึงก็จะครบ 12 เครื่อง หรือ 1 ฝูงบิน ซึ่งจะทำให้เขี้ยวเล็บในการดูแลน่านฟ้าของไทยสมบูรณ์แบบมากยิ่งขึ้น สำหรับศักยภาพในภูมิภาคนั้นขณะนี้มี 3 ประเทศที่อยู่ระดับแนวหน้าคือ สิงคโปร์ ไทย และมาเลเซีย ส่วนการฝึกร่วมและการแลกเปลี่ยนความรู้ รวมถึงการมาร่วมงานในลักษณะนี้ เราได้แสดงถึงความสัมพันธ์และความร่วมมือที่สร้างสรรค์ เพราะเราไม่ใช่ศัตรูกัน สุดท้ายก็ต้องมาอยู่รวมกันในประชาคมอาเซียน”
 
               พล.อ.อ.ประจินเผยด้วยว่า ที่ผ่านมาไทยก็เคยจัดแอร์โชว์มาหลายครั้ง แต่ไม่ประสบความสำเร็จ เนื่องจากในภูมิภาคนี้มีสิงคโปร์เป็นจัดประจำอยู่แล้ว และมาเลเซียก็มาจัดภายหลัง ซึ่งได้รับการยอมรับ และมีลูกค้ามากขึ้น ถ้าไทยจัดอีกก็จะเป็นการแข่งขัน และสปอนเซอร์อาจจะเห็นว่าไม่คุ้มค่าในการลงทุน โดยในส่วนของกองทัพอากาศไทยจะเป็นการจัดนิทรรศการภายในปีละ 2 ครั้ง
 
               ผบ.ทอ.ยังกล่าวถึงยุทธศาสตร์ด้านกำลังรบทางอากาศของมาเลเซียว่า การวางแผนและการจัดซื้ออาวุธ รวมทั้งเครื่องบินรบของมาเลเซียเป็นไปตามยุทธศาสตร์ของ นายมหาธีร์ โมฮัมหมัด อดีตนายกรัฐมนตรีมาเลเซีย ที่ระบุว่าจะต้องมีความเท่าเทียมหรือดีกว่าประเทศภูมิภาค โดยมาเลเซียต้องการความหลากหลายโดยมีการจัดซื้ออาวุธหลายแบบจากหลายประเทศ แต่ต้องไม่กระทบต่อมิตรประเทศ ซึ่งการที่มาเลเซียมีทั้งเอฟ-18, มิก-29 และซู-30 เป็นการจัดซื้อที่มีปัจจัยด้านการเมืองเข้ามาเกี่ยวข้อง และแม้จะมีความสิ้นเปลืองเรื่องการส่งกำลังบำรุง เพราะมีเครื่องบินหลายแบบ แต่งบประมาณด้านการป้องกันประเทศที่มีมากถึง 2% ของจีดีพี เมื่อเทียบกับฐานเงินงบประมาณของประเทศถือว่าได้รับการจัดสรรจำนวนมาก เพราะการเมืองกับการทหารของมาเลเซียไปด้วยกัน
 
               "ความสัมพันธ์ระหว่างกองทัพอากาศไทยและกองทัพอากาศมาเลเซีย มีความสัมพันธ์ที่ดี สามารถพูดคุยกันได้ทุกเรื่องเกี่ยวกับความมั่นคงในภูมิภาคอาเซียน โดยเฉพาะกรณีช่องแคบมะละกาที่ทางมาเลเซียได้ชวนไทยเข้าร่วมโครงการ High Sky แต่ขณะนั้นไทยยังไม่พร้อม ซึ่งหากเครื่องบินกริพเพนของเรามาครบ 12 เครื่อง พร้อมกับเครื่องบิน saab-340 ที่ติดระบบแจ้งเตือนภัยทางอากาศสามารถทำภารกิจได้ เราก็จะเข้าร่วมโครงการได้ แต่ทั้งนี้ก็ขึ้นอยู่ว่ารัฐบาลจะสนับสนุนเพียงไหน" ผบ.ทอ.ย้ำความสัมพันธ์อันดีเยี่ยมกับมาเลเซีย
 
               นอกจากนี้ กองทัพอากาศทั้งสองประเทศยังได้มีการตั้งคณะกรรมการประสานงานร่วมกัน ที่เรียกว่า Air working group เพื่อพิจารณาแลกเปลี่ยนการฝึก ศึกษา โดยมาเลเซียมีความตื่นตัวอย่างมากในการเข้าสู่ประชาคมอาเซียนในปี 2558
 
               โดยในช่วง 2 ปีนี้จะเป็นช่วงการเตรียมการอย่างใกล้ชิดระหว่างไทยและมาเลเซียที่จะทำให้ทั้งสองประเทศมีความสัมพันธ์ที่แน่นแฟ้นยิ่งขึ้นทั้งในลักษณะของการบินไปมาระหว่างประเทศ รวมทั้งภารกิจการช่วยเหลือในการบรรเทาสาธารณภัย และภารกิจเพื่อมนุษยธรรม

........................................................................................

( หมายเหตุ : ทอ.ส่ง'กริพเพน'บินโชว์'ลิม่า 13'บนเกาะลังกาวี : ตะลุยกองทัพ โดยทีมข่าวความมั่นคง )