คอลัมนิสต์

เงินกู้2ล้านล้านต้องโปร่งใส

เงินกู้2ล้านล้านต้องโปร่งใส

24 มี.ค. 2556

เงินกู้2ล้านล้านต้องโปร่งใส : บทบรรณาธิการประจำวันที่24มี.ค.2556

                ร่างพระราชบัญญัติให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงิน 2 ล้านล้านบาท เพื่อการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคมขนส่งของประเทศ พ.ศ.... ที่ผ่านความเห็นชอบจากคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 19 มีนาคมที่ผ่านมา กลายเป็นประเด็นร้อนทางการเมืองขึ้นมาทันที ซึ่งสภาผู้แทนราษฎรได้รับเรื่องไว้ในวันรุ่งขึ้นและได้บรรจุวาระเพื่อพิจารณาโดยจะใช้วิธีเรียกประชุมสภานัดพิเศษ ไม่จำเป็นต้องใช้มติที่ประชุมขอเลื่อนกฎหมายมาพิจารณาเป็นเรื่องเร่งด่วน และจะถ่ายทอดสดผ่านสถานีโทรทัศน์ช่อง 11 ในระหว่างวันที่ 28-29 มีนาคมนี้
 
                นอกเหนือจากการปลดแอกความเป็นไทยจากการใช้หนี้ในเวลาอันยาวนานถึง 35 ปี และให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินได้ยาวถึงปี 2563 แล้ว โครงการซึ่งถือว่าเป็นจำนวนมากที่สุดในประวัติศาสตร์การกู้เงินของชาติไทยนี้ ยังถูกวิพากษ์วิจารณ์ถึงรายละเอียดที่ไม่สมน้ำสมเนื้อกับโครงการเนื่องเพราะมีเอกสารร่าง พ.ร.บ. เพียง 19 มาตรา รวม 3 แผ่น เหตุผลและหลักการ 2 แผ่นและเอกสารท้ายร่าง พ.ร.บ. ที่ระบุว่าจะใช้เงินกู้ 2 ล้านล้านบาททำอะไรบ้างอีก 2 แผ่น รวมเอกสารขนาดเอสี่ 7 แผ่น แจงว่าประเทศไทยมีความจำเป็นที่จะต้องพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานเพื่อรองรับการขยายตัวของเมืองและการเพิ่มขึ้นของประชากรที่เกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว และรองรับการขยายตัวทางเศรษฐกิจการค้าและการลงทุนทั้งในประเทศและระหว่างประเทศ โดยเฉพาะการเข้าสู่ประชาคมอาเซียน
 
                จึงไม่น่าจะแปลกใจที่ฝ่ายซึ่งไม่เห็นด้วยจะโจมตีว่ารัฐบาลไม่มีความจริงใจในการป้องกันการทุจริตคอร์รัปชั่นจากร่าง พ.ร.บ.นี้เลย เพราะไม่ให้ข้อมูลประกอบการพิจารณาในโครงการตามที่รัฐบาลบอกกับสังคมว่าจะทำ มีแต่เอกสาร 2 แผ่นที่ระบุหัวข้ออะไร มูลค่าโครงการเท่าไหร่ โดยไม่มีรายละเอียดใดๆ เลย จากข้อสงสัยและเป็นที่ถกเถียงกันอยู่ในเรื่องของการกู้เงินครั้งนี้ว่าจะสร้างหนี้สาธารณะสูงที่ 60% ของจีดีพี ขณะที่กระทรวงการคลังออกมาปฏิเสธเสียงแข็งว่ากู้แล้วหนี้สาธารณะไม่ถึง 50% ของจีดีพี ด้วยสมมุติฐานอัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจไทยอยู่ที่ 7.5% ต่อปี รวม 7-8 ปี
 
                ขณะเดียวกัน กลับมีข่าวการแบ่งสันปันส่วนของนักการเมืองและเครือข่าย ที่กำลังจัดสรรแบ่งเค้กก้อนใหญ่ในรูปแบบผลประโยชน์ทับซ้อนด้วยการอาศัยช่องโหว่ของกฎหมายในรูปแบบต่างๆ ในการแทะเล็มเม็ดเงินจำนวนมหาศาลของโครงการ ทั้งในเรื่องของหลักการที่ไม่มีความจำเป็นต้องจัดเป็นเงินกู้นอกงบประมาณ ทั้งที่โครงการมีการใช้เงินเพียง 3 แสนล้านบาทต่อปี สามารถจัดทำงบประมาณแบบขาดดุลได้ หรือวิธีการประมูลโครงการใหญ่ๆ ซึ่งมีข่าวว่าจะให้เอกชนรายเดียวเป็นผู้รับผิดชอบ การแก้ไข พ.ร.บ.ร่วมทุนระหว่างภาครัฐกับเอกชน และเป็นการซ่อนสถานะทางการเงินหรือหนี้ของประเทศที่แท้จริง รวมถึงจะเป็นการสร้างบรรทัดฐานที่ไม่ถูกต้องในการจัดทำประมาณ และอาจขัดเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญด้วย
 
                เราเห็นด้วยกับการพัฒนาประเทศ แต่ยังมีความเป็นห่วงในเรื่องของการทุจริตคอร์รัปชั่น จึงเป็นหน้าที่ของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ที่จะลุกขึ้นมาชี้แจงด้วยตัวเอง เพื่อสร้างความมั่นใจให้แก่ทุกภาคส่วนว่าการดำเนินการของรัฐบาลนั้น เป็นไปด้วยความรัดกุมรอบคอบตรวจสอบได้ทุกขั้นตอน และเป็นหน้าที่ของคนไทยทุกคนที่ถูกกำหนดให้แบกรับภาระหนี้ครั้งนี้ต้องจับตาการทำงานของรัฐบาลอย่างใกล้ชิด