คอลัมนิสต์

สมช.เชื่อคุยรอบ2ลดเหตุร้ายได้

สมช.เชื่อคุยรอบ2ลดเหตุร้ายได้

21 มี.ค. 2556

สมช.เชื่อคุยรอบ 2 ลดเหตุร้ายได้'ปณิธาน' ห่วง 'โอไอซี' ยกระดับ! : ตะลุยกองทัพ โดยทีมข่าวความมั่นคง

               การเจรจาสันติภาพรอบสองระหว่างทางการไทยกับบีอาร์เอ็นในวันที่ 28 มีนาคม มีรายงานว่า ฝ่ายรัฐจะยื่น 3 เงื่อนไข คือ 1.ลดเหตุรุนแรงรายวัน 2.หยุดการกระทำรุนแรงต่อเป้าหมายอ่อนแอ 3.หยุดคาร์บอมบ์ในเขตเมือง แต่ไม่มีเงื่อนไขการจัดตั้ง “นครรัฐปัตตานี" อย่างที่เป็นข่าว
 
               ส่วนหัวหน้าคณะเจรจายังคงเป็น พล.ท.ภราดร พัฒนถาบุตร เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) พร้อมตัวแทนจากกระทรวงกลาโหม กระทรวงมหาดไทย กระทรวงการต่างประเทศ กระทรวงยุติธรรม กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (กอ.รมน.) ศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.) ตำรวจสันติบาล และภาคประชาสังคม จำนวน 15 คน
 
               สำหรับตัวแทนทั้ง 15 คนของฝ่ายขบวนการ มาเลเซียได้แจ้งผ่านสมช.ว่ามีกลุ่มที่ต้องการเข้าร่วมการเจรจาในครั้งนี้ 9 กลุ่ม นำโดยกลุ่มบีอาร์เอ็น ที่มี นายฮาซัน ตอยิบ เป็นหัวหน้าคณะร่วมกับกลุ่มพูโลเก่า, พูโลใหม่, พูโล 88 (รวม), บีอาร์เอ็น คองเกรส, บีอาร์เอ็น โคออดิเนท, บีไอพีพี, จีเอ็มไอพี (ขบวนการมูจาฮีดีนอิสลามปัตตานี), จีเอ็มพี และจียูพี (กลุ่มอูลามาปัตตานี)
 
               พล.ท.ภราดรระบุว่า ขณะนี้ได้จัดคณะบุคคล 15 คน เรียบร้อยแล้ว แต่ไม่สามารถเปิดเผยชื่อได้ เนื่องจากมาเลเซียอยากให้ปิดเป็นความลับ ตอนนี้เรารู้เพียงกลุ่มที่จะเข้ามาเท่านั้น โดยการพูดคุยจะเน้นการหยุดก่อเหตุรายวัน ส่วนเหตุการณ์รุนแรงในช่วง 2-3 วันที่ผ่านมา เป็น "กลุ่มบีอาร์เอ็นหัวรุนแรง" ที่ยังไม่เห็นด้วยกับการพูดคุย
 
               “ผมมองว่าเป็นเรื่องปกติที่กลุ่มหัวรุนแรงยังไม่เห็นด้วย เพราะปัจจุบันมีหลายกลุ่ม หลายกองกำลัง แต่เมื่อได้พูดคุยกัน กลุ่มแกนนำก็จะไปประสานพูดคุยกับกลุ่มหัวรุนแรง ซึ่งเชื่อว่าจะทำให้สถานการณ์ดีขึ้น แม้ว่าการสื่อสารจะได้ไม่ทั้งหมดก็ตาม” พล.ท.ภราดรกล่าวอย่างมั่นใจ
 
               ทว่า ดร.ปณิธาน วัฒนายากร นักวิชาการความมั่นคงจากภาควิชาความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กลับมองว่า การเจรจาครั้งนี้ทำให้เกิดความเสี่ยงใน 4 ประเด็น คือ
 
               1.ทำให้สถานการณ์ในพื้นที่แปรปรวนขึ้น เกิดการแสดงศักยภาพใหม่ๆ อย่างในรอบหลายวันที่ผ่านมา เพราะรัฐไม่สามารถตีกรอบให้กลุ่มขบวนการที่ก่อเหตุเข้ามาอยู่ในกระบวนการนี้ได้
 
               2.เปิดโอกาสให้ประเทศเพื่อนบ้านเข้ามาแทรกแซง และมีบทบาทในกิจการภายในของประเทศมากขึ้น โดยเป็นเพื่อนบ้านที่มีความทับซ้อนทางเหตุการณ์ และประวัติศาสตร์ ซึ่งถือเป็นจุดที่มีความละเอียดอ่อนพอสมควร เพราะมีปัจจัยที่ทำให้เกิดความได้เปรียบเสียเปรียบ เช่น เรื่องคนสองสัญชาติ, เรื่องการให้ที่พักพิงแก่กลุ่มแกนนำ ซึ่งชัดเจนว่าคนกลุ่มนี้อาศัยอยู่ในมาเลเซีย
 
               นอกจากนี้ ยังทำให้มาเลเซียมีศักยภาพสูงขึ้นในอาเซียน และเวทีนานาชาติ เพราะถูกจับตามองว่า ประสบความสำเร็จในฟิลิปปินส์ และภาคใต้ของไทย ซึ่งเป็นเรื่องที่มาเลเซียต้องการ
 
               3.ทำให้ไทยถูกลดน้ำหนักลงในการตีกรอบให้มาเลเซียเข้ามาแก้ปัญหาชายแดน เช่น ส่งคนที่กระทำผิดกฎหมายเข้ามา หรือเข้ามาช่วยพัฒนาระบบการศึกษาของไทย โดยเฉพาะเรื่องอิสลามศึกษาที่มาเลเซียทำได้ดี ขณะที่ของไทยมีปัญหา คือ ร.ร.ตาดีกา-ปอเนาะ ยังไม่ค่อยมีคุณภาพ ซึ่งการทดสอบคุณภาพการศึกษาเด็กภาคใต้คะแนนต่ำที่สุด และมีการสอนหลักศาสนาบิดเบือน
 
               4.เปิดโอกาสให้นานาชาติ เช่น ประเทศในตะวันออกกลาง ที่เคยสนับสนุนขบวนการเหล่านี้ ซึ่งเมื่อเรายกระดับขึ้นมาแล้วจะมีหลายประเทศในโอไอซีเข้ามาหนุนขบวนการนี้อย่างเป็นทางการ ทำให้เขามีสมัครพรรคพวก มีพลัง ทั้งการเงิน และทางการเมือง
 
               ดร.ปณิธานกล่าวเตือนว่า "เมื่อก่อนกลุ่มเหล่านี้อาจจะไม่มีตัวตน แต่เมื่อมาวันนี้เมื่อมีการรับรองจากรัฐบาลไทยแล้วคงจะมีอีกหลายประเทศประกาศพร้อมที่จะสนับสนุน ผมคิดว่าหลายประเทศกำลังเตรียมที่จะแสดงท่าที เพราะปกติเขาก็ต้องการให้กลุ่มเหล่านี้เข้ามามีบทบาทมากกว่าผู้สังเกตการณ์ในโอไอซีอยู่แล้ว"

               เขายังเปรียบเทียบการแก้ปัญหาความไม่สงบของไทยกับของฟิลิปปินส์ โดยชี้ว่า ที่ผ่านมา ทางการไทยจะไม่เจรจากับกลุ่มเหล่านี้ หากยังมีความคิดที่จะตั้งรัฐอิสระ และยังก่อความรุนแรงอยู่ เช่นเดียวกับฟิลิปปินส์กับกลุ่มโมโรที่รัฐบาลฟิลิปินส์จะไม่เจรจาด้วย ตราบใดที่โมโรยังมีแนวคิดจัดตั้งรัฐอิสระ และมีการก่อการร้าย
 
               รศ.ดร.ปณิธาน ระบุว่า มีการยื่นเงื่อนไขว่า หากโมโรยกเลิกแนวคิด 2 เรื่องนี้ ฟิลิปปินส์ก็จะยอมในเรื่องเขตปกครองพิเศษ ซึ่งทำให้การชะงักงันในช่วง 20 ปีหลังผ่อนคลายลงไป ประกอบกับฟิลิปปินส์มีขีดความสามารถในการปราบปรามอย่างจริงจัง มีการสนับสนุนจากสหรัฐอเมริกาหลังเหตุการณ์ 911 เป็นต้นมา ซึ่งมีการปราบปรามกลุ่มการก่อการร้ายทั่วโลก
 
               "หลังจากนั้นฟิลิปปินส์ก็สามารถกดดัน และสามารถล่าสังหารกลุ่มแกนนำได้เยอะ ทำให้กลุ่มเหล่านั้นต้องหันมาใช้วิธีรอมชอม ปรองดอง พูดง่ายๆ ว่า กลุ่มเหล่านี้ (โมโร) ค่อนข้างเสียเปรียบในการต่อสู้ จึงทำให้มีความโอนอ่อนผ่อนตามบนโต๊ะเจรจา" รศ.ดร.ปณิธาน เปรียบเทียบความแตกต่างระหว่างไทยและฟิลิปปินส์
 
               รศ.ดร.ปณิธาน ย้ำว่า แต่ในสถานการณ์ของเรากลับกัน เพราะกลุ่มเหล่านี้กำลังเข้มแข็งขึ้นตามลำดับ หากเอาข้อมูลจากศูนย์เฝ้าระวังไฟใต้ในปี 2555 จะพบว่า มีการโจมตีสูงที่สุดในรอบ 9 ปี และมีความสามารถในการประสานงานกันมากขึ้นอย่างที่ไม่เคยเห็นมาก่อน แม้จะอาจเทียบไม่ได้กับในอัฟกานิสถาน หรืออิรัก แต่ก็ถือว่ามีขีดความสามารถมากกว่าที่เคยมีมา
 
               "โดยธรรมชาติแล้ว กลุ่มที่กำลังได้เปรียบในการต่อสู้จะไม่มาเจรจา ยกเว้นคนที่ไม่ได้อยู่ในกองกำลังเหล่านี้โดยตรงก็อาจอยากจะเข้ามาเจรจาด้วยเหตุผลบางประการ" รศ.ดร.ปณิธาน กล่าวทิ้งท้าย

......................................................................................................


(หมายเหตุ : สมช.เชื่อคุยรอบ 2 ลดเหตุร้ายได้'ปณิธาน' ห่วง 'โอไอซี' ยกระดับ! : ตะลุยกองทัพ โดยทีมข่าวความมั่นคง )