
จับตา'พ.ร.บ.กู้เงิน-แก้รธน.'มาเร็วเคลมเร็ว
จับตา 'พ.ร.บ.กู้เงิน-แก้รัฐธรรมนูญ' มาเร็วเคลมเร็ว : ขยายปมร้อน โดยสมถวิล เทพสวัสดิ์, ประพันธ์ จินดาเลิศอุดมดี
การสไกป์เข้ามาสนทนากับสมาชิกพรรคเพื่อไทยของ "ทักษิณ ชินวัตร" กลายเป็นเรื่องปกติไปแล้ว
การประชุมพรรคเพื่อไทยเมื่อวันอังคารที่ผ่านมาก็เช่นกัน "ทักษิณ" ได้สไกป์เข้ามาพูดคุยกับสมาชิกพรรคเพื่อไทยพร้อมเปิดใจให้ซักถามข้อสงสัยในที่ประชุม 5 คำถาม โดยใช้เวลาพูดคุยประมาณ 35 นาที ซึ่งมี "อภิวันท์ วิริยะชัย" ทำหน้าที่ประธานการประชุม
โดยในการสนทนา "ทักษิณ" ได้พูดถึงการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ฉบับ 2550 เป็นรายมาตรา ที่จะผลักเข้าสู่การพิจารณาสภาโดยกำชับให้สมาชิกไปชี้แจงว่าการแก้ไขรัฐธรรมนูญครั้งนี้ไม่ใช่แก้ไขเพื่อให้ "ทักษิณ" กลับบ้าน แต่เป็นการทำสิ่งที่ไม่ถูกต้องให้ถูกต้อง
นอกจากนี้ "ทักษิณ" ยังพูดถึงร่าง พ.ร.บ.ให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงิน 2 ล้านล้านบาท ที่คณะรัฐมนตรีได้อนุมัติว่า "ร่างพ.ร.บ.จะเข้าสภาการพิจารณาของสภาในวันที่ 28-30 มีนาคม หรือ 2-4 เมษายน ช่วงนี้ห้าม ส.ส.เดินทางไปไหนให้มาร่วมประชุมสภากันอย่างพร้อมเพรียง ส่วนเรื่องการปรับคณะรัฐมนตรีจะปรับเฉพาะสัดส่วนของพรรคชาติไทยพัฒนาเท่านั้น ส่วนพรรคเพื่อไทยไม่ปรับรัฐมนตรีที่มาวันนี้ไม่ต้องกังวลไม่มีอะไร ช่วงที่อยู่สิงคโปร์ 3 วันคิดว่าจะสบายแต่มีคนมาเยี่ยมเยอะมาก"
ระหว่างที่ "ทักษิณ" พูดคุยสัญญาณได้ขาดหายเป็นช่วงๆ ทำให้ "อภิวันท์" พูดแทนเป็นระยะ
หากวิเคราะห์จากคำพูดของ "ทักษิณ" ก็พอจะทำให้ทราบถึงสาเหตุการเปิดเกมเร็วในการแก้ไขรัฐธรรมนูญ เพราะถ้ารอแก้ไขทั้งฉบับอาจสุ่มเสี่ยงหลังจากศาลรัฐธรรมนูญเคยวินิจฉัยเกี่ยวกับการแก้ไขรัฐธรรมนูญทั้งฉบับที่ต้องผ่านกระบวนการทำประชามติ ทำให้การแก้ไขยาวนานกว่าจะแล้วเสร็จ
ก่อนหน้านี้ "วรชัย เหมะ" ส.ส.สมุทรปราการ พรรคเพื่อไทย ในฐานะผู้ยื่นร่าง พ.ร.บ.นิรโทษกรรมต่อประธานสภาผู้แทนราษฎร "สมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์" เมื่อวันที่ 7 มีนาคมที่ผ่านมา ประกาศจะเสนอขอเลื่อน "ร่างพ.ร.บ.นิรโทษกรรม" ที่อยู่ในลำดับท้ายเข้ามาพิจารณาก่อนกฎหมายฉบับอื่น
แต่ล่าสุด "อำนวย คลังผา" ประธานประสานงานพรรคร่วมรัฐบาล (วิปรัฐบาล) บอกว่า บ่ายวันพุธที่ 20 มีนาคม จะมี ส.ว.และ ส.ส.จากพรรคร่วมรัฐบาลเตรียมรวบรวมรายชื่อให้ได้ 1 ใน 5 ยื่นหนังสือขอแก้ไขรัฐธรรมนูญ ฉบับ 2550 เป็นรายมาตราต่อประธานรัฐสภา
สำหรับมาตราที่เสนอแก้ไขมี 3 มาตรา ประกอบด้วย
-มาตรา 237 เรื่องการยุบพรรคการเมืองและการตัดสิทธิผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง และวาระการดำรงตำแหน่งของ ส.ว. โดยจะเสนอให้มี ส.ว.มาจากการเลือกตั้งทั้งหมด 200 คน และไม่ต้องกำหนดวาระการดำรงตำแหน่งเพื่อไม่ให้เป็นการลิดรอนสิทธิ โดยการแก้ไขยึดรัฐธรรมนูญ 2540 เป็นต้นแบบ
-มาตรา 68 เกี่ยวกับอำนาจรับเรื่องตรวจสอบข้อเท็จจริงกรณีบุคคลหรือพรรคการเมืองกระทำความผิดเพื่อล้มล้างการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข จะแก้ไขให้ชัดเจนว่าต้องเสนอผ่านอัยการก่อนเท่านั้นไม่ใช่ศาลรัฐธรรมนูญ
-มาตรา 190 เรื่องการลงนามข้อตกลงระหว่างประเทศ ที่ถือว่าเป็นอุปสรรคต่อการทำงานของทุกรัฐบาล
ดังนั้นเรื่องที่จะเข้าสภาผู้แทนราษฎรในสัปดาห์นี้เป็นเรื่อง "การแก้ไขรัฐธรรมนูญ ฉบับ 2550 เป็นรายมาตรา" หลังจาก "อุดมเดช รัตนเสถียร" ที่ปรึกษาคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมรัฐบาล หรือวิปรัฐบาล ได้หารือร่วมกับวิปรัฐบาล เมื่อวันจันทร์ที่ 18 มีนาคมที่ผ่านมา เกี่ยวกับผลการศึกษาการแก้ไขรัฐธรรมนูญของ 50 ส.ว.ที่มี "ดิเรก ถึงฝั่ง" ส.ว.นนทบุรี เป็นประธานคณะกรรมการสมานฉันท์เพื่อการปฏิรูปการเมืองและศึกษาการแก้ไขรัฐธรรมนูญ
"อำนวย" บอกว่า การยื่นเรื่องขอแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับ 2550 ต่อประธานรัฐสภาในวันที่ 20 มีนาคม เพื่อให้ประธานบรรจุเข้าสู่วาระไว้ก่อน ส่วนการพิจารณาจะทำหลังจากสภาพิจารณาร่างพ.ร.บ.ให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงิน 2 ล้านล้านบาท ให้เสร็จก่อน
"ในวันจันทร์ที่ 25 มีนาคมนี้ ผู้ที่เกี่ยวข้องกับร่าง พ.ร.บ.กู้เงิน 2 ล้านล้านบาท จะมาชี้แจงต่อวิปรัฐบาล ก่อนจะส่งเรื่องให้สภาบรรจุเข้าสู่วาระในวันที่ 27 มีนาคม จากนั้นคาดว่าประมาณเดือนเมษายนจะมีการนำเรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญเป็นรายมาตราขึ้นมาพิจารณาในที่ประชุม" ประธานวิปรัฐบาล ชี้แจงรายละเอียดเกี่ยวกับการพิจารณาร่าง พ.ร.บ.กู้เงิน และการแก้ไขรัฐธรรมนูญ
ส่วนการแก้ไขรัฐธรรมนูญรายมาตราครั้งนี้เป็นการศึกษาของ "พรรคร่วมรัฐบาลและวุฒิสมาชิก" โดยไม่มีฝ่ายค้านเข้ามาร่วมเป็นกรรมการด้วย เรื่องนี้ "อำนวย" ชี้แจงว่า เคยเป็นฝ่ายค้านมาก่อนในสมัยที่พรรคประชาธิปัตย์เป็นรัฐบาลมีการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ส.ส.ระบบเขต 375 คน และระบบสัดส่วน 125 คน โดยไม่มีฝ่ายค้านเข้ามาร่วมพิจารณารัฐบาลในขณะนั้นก็เดินหน้าทำงานต่อไปได้ ก็ถือเป็นเอกสิทธิ์ และการแก้ไขรัฐธรรมนูญครั้งนี้ถือเป็นการแก้ไขตามที่ได้รับปากไว้กับประชาชน จึงต้องเร่งพิจารณา ส่วนจะถึงขั้นเปิดประชุมสมัยวิสามัญเพื่อแก้ไขรัฐธรรมนูญหรือไม่ คงต้องดูว่ามีกฎหมายสำคัญเรื่องไหนที่ต้องเร่งพิจารณาด้วย เพราะมีกฎหมายบางฉบับต้องเร่งทำ เช่น ร่างพ.ร.บ.มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ เป็นต้น
สำหรับข้อเสนอแนะของ "พล.ท.ภราดร พัฒนถาบุตร" เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) ที่ให้รัฐบาลชะลอกฎหมายนิรโทรกรรมและปรองดองออกไปก่อน เพื่อลดความขัดแย้งช่วงเดือนเมษายน "อำนวย" บอกว่า เรื่องนี้แล้วแต่มุมมองแต่ละคน มีหลักเกณฑ์ในการนำกฎหมายเข้าสภาโดยจะดูว่ากฎหมายใดทำแล้วประชาชนได้ประโยชน์มากที่สุด มีผลกระทบน้อยที่สุด การทำงานยึดระบบรัฐสภาเป็นหลัก
"หากเรื่องไหนยังมีคนไม่เข้าใจก็ต้องอธิบายเราต้องเปิดกว้าง กรณีร่าง พ.ร.บ.นิรโทษกรรมมีสมาชิกบางคนไม่เห็นด้วยทางพรรคก็ให้เจ้าของร่างมาชี้แจงแต่สัปดาห์นี้เรื่องไม่เข้าที่ประชุมพรรค เพราะคุณวรชัย ประสบอุบัติเหตุจักรยานล้มได้รับบาดเจ็บฟันหลุด 1 ซี่ และขาเป็นแผลได้โทรมาลาไม่สามารถมาชี้แจงต่อที่ประชุมพรรคได้" ประธานวิปรัฐบาลกล่าว
........................................
(หมายเหตุ : จับตา 'พ.ร.บ.กู้เงิน-แก้รัฐธรรมนูญ' มาเร็วเคลมเร็ว : ขยายปมร้อน โดยสมถวิล เทพสวัสดิ์, ประพันธ์ จินดาเลิศอุดมดี )



