คอลัมนิสต์

นักท่องเที่ยวจีนครองไทยและโลก

นักท่องเที่ยวจีนครองไทยและโลก

19 มี.ค. 2556

นักท่องเที่ยวจีนครองไทยและโลก : โลกสาระจิปาถะ โดยกวี จงกิจถาวร

              ปีนี้มีการคาดกันไว้ว่า นักท่องเที่ยวจีนทั้งหมดประมาณ 70 ล้านคน จะเดินทางไปเที่ยวต่างประเทศ ประเทศไหนคนจีนชอบมาเที่ยวที่สุดถือว่าแจ็กพอต แน่นอน หนึ่งในประเทศนักท่องเที่ยวชาวจีนชอบมากๆ คือ ไท้กว๋อ หรือประเทศไทย แต่นักท่องเที่ยวจีนรุ่นเก่าบางคนเรียกไทยว่า “เซี้ยนหลอ” หรือ ”สยามประเทศ” นั่นเอง ตรุษจีนที่ผ่านมามีนักท่องเที่ยวจากผืนแผ่นดินใหญ่ในช่วงหนึ่งอาทิตย์ถึงสี่แสนกว่าคน นับว่าเป็นประวัติศาสตร์การท่องเที่ยวของไทยที่มีคนชาติเดียวกันมาเที่ยวกันขนาดนี้

              ต้องยอมรับว่า ไทยได้เปรียบกว่าประเทศอื่นๆ ในภูมิภาค เพราะไทยรู้รสนิยมของนักท่องเที่ยวจีนดีคือ ต้องกินดี กินอร่อย ทำตัวสบาย ไม่มีใครมาต่อว่า มีสถานที่ช็อปปิ้งที่ใหญ่และหนวกหู สามารถคุยกันเองเสียงดังกับเพื่อนๆ ที่มาด้วยกันได้ เพื่อตัดสินใจซื้อของแบรนด์เนมหรือไม่ (ส่วนใหญ่จะซื้อมากกว่าหนึ่งชิ้น)

              ใครก็ตามที่ไปช็อปปิ้งในยุโรป จะรู้สึกว่ามันมีบรรยากาศที่แตกต่างกัน ใครไม่คุ้นเคยลูกค้าจีนมีหวังบ้าตาย ในยุโรปนั้นลูกค้าฝรั่งชอบซื้อของแพงๆ แบบเงียบๆ ใช้สติด้วย ไม่ได้ใช้สตางค์อย่างเดียวแบบจีน

              ตอนนี้ปัญหาใหญ่คือ สินค้าแบรนด์ดังๆ แพงๆ ที่เคยเอ็กซ์คูลซีฟมาก่อน ตอนนี้ไม่ได้เป็นเช่นนั้นอีกต่อไปแล้ว เพราะคนจีนรายได้ชั้นกลางถือกระเป๋าหลุยส์ วิตตอง จนเป็นเรื่องธรรมดา ทำให้กระเป๋าสีน้ำตาลมีอักษรย่อวายแอล กลายเป็นของโหลไปแล้ว คนยุโรปรวยๆ ที่ชอบสินค้าแบรนด์เนม เดี๋ยวนี้ไม่ซื้อกระเป๋าหลุยส์แล้ว มุ่งหาสินค้าแบรนด์เนมอย่างเช่น บุลการี เป็นต้น ซึ่งคนจีนยังไม่รู้จัก

              ปีที่แล้วคนจีนมาเที่ยวไทยมากเกือบสามล้านคน คือ 2,789,345 คน เพิ่มจากปี 2011 ถึงหนึ่งล้านคน แนวโน้มนี้ยิ่งดีขึ้นเรื่อยๆ เนื่องจากสัมพันธ์จีน-ญี่ปุ่นยังไม่กลับเขาสู่สถานการณ์ปกติที่เป็นมิตรต่อกัน ทำให้นักท่องเที่ยวจีนหันมาเลือกไทยแทน แต่แปลกคนไทยกลับเลือกไปเที่ยวญี่ปุ่นมากกว่าจีน เดียวนี้คนจีนมาไทยใช้เงินมากขึ้นเรื่อยๆ ปีที่แล้วนักท่องเที่ยวจีนใช้เงินในไทยเฉลี่ยคนละ 1,462 ดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มจากคนละ 854 ดอลลาร์สหรัฐ ในปี 2008

              ในสมัยโน้นเรามักบ่นกันว่า ทัวร์จีนเป็นทัวร์ลูกหมู ถูกมากๆ ขณะนี้โรงแรมห้าดาวดังๆ เต็มไปด้วยนักท่องเที่ยวจีนจนกระทั่งบางโรงแรมรู้สึกหนาว เพราะแขกโรงแรมบางคน โดยเฉพาะยุโรป ไม่ชอบโรงแรมมีแขกจีนมากเกินไป เพราะบรรยากาศมันเป็นคนละแบบที่พวกเขาเคยชอบ แม้แต่รายการอาหารเช้าที่เสิร์ฟก็ยังเปลี่ยนแปลงไปมาก นอกจากอาหารญี่ปุ่น กิมจิ เป็นต้น หลายโรงแรมห้าดาวเริ่มเสิร์ฟไข่เค็ม ไช้เท้าดอง น้ำเต้าหู้ เพื่อเอาใจลูกค้าจีนโดยเฉพาะ

              เมื่อมีคนจีนมีเงินออกมานอกประเทศมากขึ้นทุกวัน ธุรกิจต่างๆ ทั่วโลกที่อยากได้รับทรัพย์ลูกค้าจีน จำเป็นต้องปรับตัวอย่างหนัก จนบางครั้งบริษัทต่างๆ ถึงกับไม่เอาลูกค้าจีน เพราะกลัวเสียลูกค้าเก่าแก่ที่มีนิสัยใจคอที่ต่างกันออกไป ส่วนบางบริษัทก็เลือกเอาลูกค้าจีนแทน อีกหน่อยทั้งโลกจะชินไปเอง เพราะทุกประเทศต้องการเงินตราต่างประเทศทั้งนั้น โดยเฉพาะในยุคเศรษฐกิจรัดตัวแบบนี้