คอลัมนิสต์

(ไม่)เชื่อมั่นธนาคาร

(ไม่)เชื่อมั่นธนาคาร

04 มิ.ย. 2552

แต่ดั้งเดิมนั้นธนาคารเป็นสถาบันทางการเงินที่ได้รับความเชื่อถือจากคนทั่วไปเป็นอย่างสูง ไม่ว่าธนาคารเองหรือผู้ทำงานในธนาคารซึ่งได้รับการยกย่องว่าซื่อสัตย์สุจริตมั่นคง แต่บัดนี้ชื่อเสียงดีๆ เหล่านั้นก็สั่นคลอนไปทั่วโลกเพราะผู้บริหารของธนาคารเองตามโลกไม่ทันห

เศรษฐกิจของโลกที่พังพินาศอยู่ทุกวันนี้ต้นเหตุก็เกิดจากวงการธนาคารในอเมริกา โดยเฉพาะนายธนาคารประเภท “วาณิชธนกิจ” ถูกโทษว่าเป็นตัวต้นเหตุ นายธนาคารพวกนี้ได้รับสมญานามว่า “นักเล่นแร่แปรธาตุทางการเงิน” ซึ่งบอกความหมายอยู่แล้วเพราะฉะนั้นด้วยการผาดโผนในสไตล์การทำงานของนายธนาคารประเภทนี้จึงพาให้วงการเงินประสบหายนะไปทั่วโลกโดยลามปามไปถึงธนาคารพาณิชย์ธรรมดาที่เรารู้จักกัน

 ข่าวคราวความไม่เรียบร้อยในวงการธนาคารบ้านเรามีให้เห็นแทบทุกสัปดาห์ไม่ว่าข่าวที่พนักงานธนาคารระดับผู้บริหารเชิดเงินธนาคารหนีไป แล้วบางธนาคารก็ทำท่ายึกยักไม่ยอมให้ผู้ฝากเงินถอนเงินไปโดยสะดวก อ้างว่าจะต้องตรวจสอบโน่นตรวจสอบนี่ทำให้ผู้ฝากเงินเสียความรู้สึกไปอย่างมาก

 เมื่อเร็วๆ นี้ธนาคารของรัฐแห่งหนึ่งปล่อยให้พนักงานโกงเงินไปได้หลายร้อยล้าน ตามข่าวกล่าวว่าอดีตนายธนาคารหนุ่มผู้นี้ทำการทุจริตมาช้านานแล้วโดยยักยอกเงินจากดอกเบี้ยที่จะโอนให้ลูกค้าออกไปทีละเล็กทีละน้อย ทันทีที่มีข่าว ผู้บริหารระดับสูงของธนาคารก็รีบออกข่าวว่าเงินที่ถูกยักยอกไปนั้นเป็นของธนาคารไม่ใช่ของลูกค้า (เป็นเรื่องเล็กผู้ฝากเงินอย่าตกอกตกใจไปเลย)

 พูดถึงเรื่องดอกเบี้ยจากเงินฝากธนาคารนั้นผมไม่ทราบว่าจะมีผู้ฝากเงินสักกี่คนที่ตรวจสอบความถูกต้องของยอดดอกเบี้ยที่ธนาคารโอนให้ เพราะนอกจากตัวเลขที่พิมพ์ในสมุดผู้ฝากเล็กและเลอะเลือนแล้วการสำแดงรายการยังยากในการทำความเข้าใจของคนทั่วไป โดยเฉพาะในหมู่คนสูงอายุที่สายตาไม่ดีและเรื่องบัญชีเงินฝากนี้ส่วนมากก็เป็นเรื่องเฉพาะตัวไม่อยากให้คนอื่นได้มาเห็นได้มาตรวจสอบ

 ผู้ฝากเงินบางคนเมื่อทราบข่าวการทุจริตครั้งนี้แล้วก็เกิดอาการโรคประสาทว่าตนจะถูกยักยอกเงินไปสักเท่าไร

 บางครั้งคนฝากเงินเกิดได้ลาภอันมิควรได้กล่าวคือเงินในบัญชีเกิดงอกขึ้นมาเอง ไล่ไปไล่มาได้ความว่าพนักงานของธนาคารกดเลขผิด เหตุเช่นนี้มีบ่อยๆ แต่ไม่ค่อยได้เป็นข่าว

 เรื่องไม่เรียบร้อยทั้งหลายเหล่านี้ไม่ได้มีแต่เพียงในวงการธนาคารของเมืองไทยเรา เมื่อเร็วๆ นี้มีข่าวอื้อฉาวไปทั่วโลกเนื่องจากธนาคารในนิวซีแลนด์ทำผิดพลาด เรื่องมีอยู่ว่ากระทาชายนายหนึ่งขอกู้เงินแบงก์แค่หมื่นดอลลาร์แต่ธนาคารโอนเงินให้ถึง 10 ล้านดอลลาร์พ่อหนุ่มนั้นเลยเชิดเงินหนีไป

 เรื่องเกี่ยวกับธนาคารนั้นมีเรื่องจะพูดอีกมากแต่หน้ากระดาษจำกัดผมจึงขอสรุปส่งท้ายว่าธนาคารต้องหันมาดู “ระบบงานภายใน” อย่างจริงจังเสียใหม่เพื่อสร้างความมั่นใจให้แก่ประชาชนผู้ใช้บริการ และควรนำเทคโนโลยีใหม่ๆ ที่ทดสอบแล้วออกมาเป็นเครื่องมือให้ลูกค้าช่วยตรวจสอบความถูกต้อง เช่นง่ายๆ ทำไมธนาคารไม่ทำสมุดคู่ฝากประเภท “อี-บุ๊ก” ออกใช้บ้าง ลองคิดดู

นายหนูใหญ่
[email protected]