คอลัมนิสต์

รัฐธรรมนูญในฐานะเกราะกายสิทธิ์

รัฐธรรมนูญในฐานะเกราะกายสิทธิ์

03 มิ.ย. 2552

เมื่อหลายเดือนก่อน เมื่อกระแสการแก้ไขรัฐธรรมนูญนั้นพุ่งแรงเกือบทุกหน้าของหนังสือพิมพ์ (เรียกว่าความแรงระดับแพนด้าตกลูกในตอนนี้เลยครับ) มีอาจารย์ผู้ใหญ่ท่านหนึ่งที่ถูกเชื้อเชิญให้มานั่งแท่น/รับหน้า เป็นผู้ใหญ่แห่งรัฐธรรมนูญใหม่ (ตามประสาที่ว่า การปฏิรูปกา

 แต่คำถามที่น่าสนใจที่จะถามต่อก็คือ ถ้ารัฐธรรมนูญไม่ใช่ทุกสิ่งทุกอย่าง แล้วมันมีนัยสำคัญอย่างไรบ้างล่ะ?

 อย่ามาตอบว่า มันสำคัญที่จิตสำนึก เพราะมันเป็นคำตอบแบบขอไปที มากกว่าคำตอบแบบจริงจัง
 
 ผมขอลองตอบเรื่องนัยสำคัญของรัฐธรรมนูญสามประการ

 ประการแรก ปัญหาที่เราพบจากการปฏิรูปการเมืองก็คือ เราบรรจุเรื่องต่างๆ ไว้ในรัฐธรรมนูญมากจนเกินไป จนทำให้การแก้ปัญหาเป็นไปอย่างยุ่งยาก กล่าวคือ การเขียนรัฐธรรมนูญนั้นมีเจตนารมณ์ที่ดี ในแง่ของการพยายามที่จะบัญญัติหลักการสำคัญที่กำกับพฤติกรรมของมนุษย์เอาไว้ไม่ให้หันไปในทางที่ไม่ดี

 แต่ปัญหาที่ตามมาก็คือ การทำให้รัฐธรรมนูญนั้นแก้ไขยากนั้น อาจไม่ได้แปลว่าจะทำให้เกิดพฤติกรรมที่พึงปรารถนาได้ แต่อาจจะหมายถึงการทำให้เกิดพฤติกรรมที่เบี่ยงเบนออกไป หรือดิ้นรนเพื่อจะเล็ดลอดออกไปจากสิ่งที่ควรจะเป็น

 ดังนั้น สิ่งที่ควรพิจารณาในประเด็นนี้จึงมีด้วยกันสองเรื่อง เรื่องแรกก็คือ จะหาความลงตัวในเรื่องของการให้แรงจูงใจและการลงโทษในตัวบทกฎหมายรัฐธรรมนูญอย่างไร และเรื่องที่สองก็คือ จะเอาทุกอย่างใส่ไว้ในรัฐธรรมนูญ หรือจะแยกออกมาเป็นกฎหมายเฉพาะเรื่อง

 ทั้งหมดนี้เราอาจจะต้องยอมรับว่า การปรากฏตัวของพลังเสื้อเหลือง-พันธมิตรนั้นเป็นบทเรียนสำคัญที่ชี้ให้เห็นว่า การแก้รัฐธรรมนูญยากหรือง่ายนั้นไม่ใช่เรื่องของตัวกฎหมายอย่างเดียว แต่อยู่ที่การมีการรวมตัวของประชาชนที่เข้มแข็งที่จะคัดง้างกับการเปลี่ยนแปลงกฎหมาย และในขณะเดียวกัน การมีการทำรัฐประหารก็เป็นอีกตัวบ่งชี้หนึ่งได้เช่นกันว่ารัฐธรรมนูญที่แก้ยากนั้นทำให้ต้องหันไปหาการฉีกรัฐธรรมนูญแทน

 ประการที่สอง จากประสบการณ์ที่ผมลงไปพบปะสัมผัสกับกลุ่มแกนนำประชาชนที่ต่อสู้เพื่อเรียกร้องให้เกิดการเปลี่ยนแปลงที่เป็นธรรม อาทิ เรื่องที่ดูไกลตัว อย่างการดูแลลุ่มแม่น้ำ สิ่งที่เราพบก็คือ ท่ามกลางดงกฎหมายที่มีมากมาย และหน่วยงานจำนวนมหาศาล สิ่งเหล่านี้อ้างว่ามีไว้บริการประชาชน แต่มักจะทำให้ประชาชนไร้อำนาจเพราะถูกผลักออก หรือเลื่อนไปเรื่อย อ้างไปเรื่อย

 สิ่งที่พบก็คือ คำตอบของพวกเขาว่าเขายืนหยัดต่อสู้กับความไม่เป็นธรรมอย่างไร และใช้กฎหมายตัวไหนในการต่อสู้ ท่ามกลางความสับสนเรื่องความรับผิดชอบของหน่วยงาน และกฎหมายจำนวนมากที่เราไม่มีทางเข้าใจได้ง่ายๆ

 คำตอบของพวกเขาก็คือ เขาใช้รัฐธรรมนูญนี่แหละครับ รัฐธรรมนูญที่นักวิชาการบอกว่า ไม่ได้เป็นทุกสิ่งทุกอย่างของการแก้ไขปัญหาทางการเมืองนี่แหละครับ เขาใช้เป็นเกราะกายสิทธิ์และอาวุธป้องกันตัวพวกเขา เพื่อยืนยันว่าอำนาจการปกครองเป็นของเขา

 ประการที่สาม ประเด็นท้าทายในการแก้ไขรัฐธรรมนูญนั้นอาจไม่ใช่อยู่ที่ว่ามีกฎหมายรัฐธรรมนูญที่ลอกเอาส่วนดีของประเทศอื่นๆ มาใช้ แต่อาจจะอยู่ที่การทำให้รัฐธรรมนูญเป็น "ข้อตกลงร่วมกัน" หรือรัฐธรรมนูญเองเป็น "คุณธรรม" พื้นฐานของสังคม มากกว่าการมองว่าต้องมีคุณธรรมทางศาสนาเข้ามากำกับนักการเมือง

 เมื่อเราสามารถมองว่ารัฐธรรมนูญนั้นเป็นคุณธรรมพื้นฐาน รัฐธรรมนูญก็จะกลายสภาพเป็น "ศีล" ของทุกคน และทำให้ไม่เกิดการละเมิด และมีการปฏิบัติและบังคับใช้อย่างเท่าเทียมกัน

 ถ้าเรามองว่ารัฐธรรมนูญเป็นข้อตกลงที่เป็น "ศีลธรรมทางโลก" เราก็จะตั้งหลักเรื่องของหลักนิติธรรมได้ (rule of law) ในแง่ที่ว่าจะไม่มีใครละเมิดสิ่งนี้ และทำให้ระบบการเมืองนั้นมีการกำกับอย่างชัดเจน
 ฝากเอาไว้พิจารณา ในกรณีที่การแก้รัฐธรรมนูญที่ไม่ค่อยเป็นข่าวช่วงนี้อาจจะแทรกกระแสลูกแพนด้าออกมายืนอยู่ที่ข่าวหน้าหนึ่งกันได้บ้างครับ