
เดือดร้อนอีกแล้ว
ท่ามกลางสภาพปากกัดตีนถีบของประชาชนผู้ทำมาหากิน เพื่อให้อยู่รอดจากค่าครองชีพที่สูงขึ้นอย่างรวดเร็ว อันเนื่องมาจากค่าน้ำมันที่สูงขึ้นเกือบเท่าตัวเมื่อเทียบกับต้นปี ที่ชัดเจนก็คือเบนซิน 95 ที่ขณะนี้เกือบทะลุ 40 บาทต่อลิตร
รัฐบาลทราบหรือไม่ว่ามีรถยนต์ที่ผลิตมาตั้งแต่ปี 2535 ลงไปที่ต้องใช้น้ำมันเบนซิน 95 เท่านั้น ทั่วประเทศมีเป็นล้านคัน อย่างนี้ไม่ทำให้ผู้ต้องทนขับรถยนต์ดังกล่าว เพราะไม่มีเงินจะซื้อคันใหม่คุมแค้นรัฐบาลได้อย่างไร ?
ปล่อยให้บริษัทน้ำมันคิดค่าการตลาด 6 บาทเศษ ขณะที่น้ำมันชนิดอื่นค่าการตลาด 1 บาทเท่านั้น นี่มันปล้นกันเห็นๆ
พูดถึงเรื่องตำรวจยิ่งน่าเศร้าใจ !
ปกติประชาชนผู้หาเช้ากินค่ำหรือผู้ประกอบธุรกิจที่เข้าทางตำรวจเลวๆ ต้องควักเงินจากกระเป๋าจ่ายโดยไม่เต็มใจอยู่แล้ว ไม่ว่าการปล้นรายวันจากการดักจับความผิดจราจรในลักษณะด่านลอย หรือโผเข้ากั้นรถที่วิ่งผ่านกลุ่มตำรวจที่ยืนคอยเหยื่อเหมือนพวกนักเลงโต หรือจากการที่ต้องเจียดรายได้จากน้ำกามของโสเภณีในสถานอาบ อบ นวด ซึ่งลูกค้าที่ไปใช้บริการแอบไปเล่นยาเสพติด เพราะตำรวจไม่เข้าไปตรวจ (จ่ายประจำเดือนอยู่แล้ว) และ ฯลฯ
ช่วงนี้ผู้ที่เป็นเบี้ยล่างตำรวจ เพราะประกอบอาชีพสีเทา (ซึ่งเป็นธุรกิจที่ไม่ผิดศีลธรรม ไม่ใช่โจรผู้ร้ายตามหลักอาชญาวิทยา แต่เพราะกฎหมายกำหนดให้เป็นความผิด) พากันเดือดร้อนหนัก
ก็พวกมีตำแหน่งใหญ่ในหน่วยงานที่มีอำนาจให้คุณให้โทษต่อประชาชน พากันมาร้องขอให้ช่วยกันหน่อย เพราะกำลังจะมีการโยกย้ายแต่งตั้งตำรวจ โดยเฉพาะระดับนายพลต้องใช้เงิน ขอให้ช่วยสัก 3 ล้าน 5 ล้าน เพื่อรักษาตำแหน่ง เพื่อซื้อตำแหน่ง ที่จะช่วยเหลือพวกคุณๆ ทั้งหลายได้ พอถามว่าจะเอาไปให้โคร ?
คำตอบคือ "ก็รู้ๆ กันอยู่ ไม่น่าถาม"
ขณะนี้พวกผู้มีอุปการคุณ ทั้งประจำและที่ถูกจู่โจมกรรโชก พากันหลบลงรูกันเป็นแถว ก็โธ๋ !!! แค่เลี้ยงลูกน้องบริวารของกิจการยังเอาตัวไม่รอดเลย เดือดร้อนจริงๆ
หน่วยงานของคุณไถง ปราศจากศัตรู น่ะ ไปคุมกันให้ดี
คมพิทักษ์ราษฎร์



