
ใบเหลือง'สุขุมพันธุ์'ไม่ง่าย
ใบเหลือง'สุขุมพันธุ์'ไม่ง่าย : ขยายปมร้อน โดย ชนิกานต์ พุ่มหิรัญ , อรรถยุทธ บุตรศรีภูมิ
จากการที่ พล.ต.ท.ทวีศักดิ์ ตู้จินดา ประธาน กกต.กทม.ออกมาให้สัมภาษณ์ว่า ขณะนี้ กกต.กทม.มีมติเสียงข้างมากให้ส่งคำร้องคัดค้านการเลือกตั้งผู้ว่าราชการ กทม.ที่เกี่ยวโยงกับ ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร 2 คำร้องให้แก่ "กกต.กลาง" พิจารณา ทำให้หลายฝ่ายตีความว่า กรณีดังกล่าวอาจมีการเลือกตั้งใหม่ จนกระทั่งเกิดความสงสัยว่า อำนาจของ กกต.กทม.มีแค่ไหน อย่างไร
จากการตรวจสอบพบว่า อำนาจสั่งการให้มีการเลือกตั้งใหม่ ก่อนที่จะประกาศรับรองผล เป็นหน้าที่ของ "กกต.กลาง" ตาม พ.ร.บ.การเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น ส่วน "กกต.จังหวัด" มีหน้าที่รวบรวมหลักฐาน สำนวนและทำความเห็นเพื่อนำเสนอต่อ กกต.กลางเท่านั้น และไม่ว่าจะเห็นว่าเรื่องมีมูลหรือไม่ก็ต้องนำเสนอต่อ "กกต.กลาง" เป็นผู้พิจารณาเท่านั้น
ที่ผ่านมา "กกต.กลาง" เคยแสดงความไม่พอใจ "กกต.จังหวัด" หลายครั้ง ที่มักให้ข่าวทำนองว่า สมควรสั่งเลือกตั้งใหม่หรือเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งกับผู้สมัครรายใดไปก่อนที่ "กกต.กลาง" จะมีคำวินิจฉัย เพราะเห็นว่าเป็นการกดดันการใช้ดุลพินิจของ "กกต.กลาง"
ซึ่งครั้งนี้ก็เช่นกัน "สดศรี สัตยธรรม" กกต.ด้านกิจการพรรคการเมือง ได้กล่าวตำหนิ กกต.กทม.ที่ออกมาให้ข้อมูลสื่อ โดยบอกว่า "เรื่องนี้เป็นความลับเเละเรื่องไม่ยุติที่ กกต.กทม. กกต.กลางเคยส่งคำเตือนไปยัง กกต.จังหวัดต่างๆ เเล้วว่า เรื่องใดที่ยังไม่ยุติ กกต.จังหวัดไม่ควรเปิดเผย เพราะทำให้เกิดความกดดันต่อ กกต.กลาง เเละเรื่องเหล่านี้เป็นความลับทางราชการ กรณีนี้ กกต.กทม.อาจเข้าใจบทบาทที่ผิดไป"
จากการตรวจสอบเรื่องร้องคัดค้านที่เกี่ยวโยงกับ "ม.ร.ว.สุขุมพันธ์" ที่ กกต.กทม.เห็นว่ามีมูล มี 2 เรื่อง ได้แก่ 1.กรณีนายศิริโชค โสภา ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ โพสต์รูปภาพตัดต่อรถหาเสียงของ พล.ต.อ.พงศพัศ พงษ์เจริญ อดีตผู้สมัคร พร้อมทีมงานหาเสียง ซึ่งในนั้นมี น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี รวมอยู่ด้วย ขณะที่ฉากหลังเป็นภาพเหตุการณ์ไฟใหม้กรุงเทพฯ เมื่อเหตุการณ์ชุมนุมทางการเมือง ซึ่งมองว่าเป็นการใส่ร้าย
2.กรณีที่นายเสรี วงษ์มณฑา โพสต์เฟซบุ๊กด้วยข้อความที่ระบุว่า "ใครก็ตามที่ไม่ต้องการให้เพื่อไทยยึดครองกรุงเทพ ปราการด่านสุดท้ายที่เหลืออยู่ เราต้องถามตัวเองว่าจะลงคะแนนให้ใครที่จะทำให้พงศพัศไม่ได้เป็นผู้ว่า คำตอบก็คือคุณชายสุขุมพันธุ์หมายเลข 16" ซึ่ง กกต.กทม.มองว่า กรณีดังกล่าวอาจเข้าข่ายการจูงใจให้เข้าใจผิดในผู้สมัคร
อย่างไรก็ตาม ทั้งสองเรื่องยังเป็นที่ถกเถียงว่า ความผิดดังกล่าวชัดเจนจนสมควรสั่งเลือกตั้งใหม่หรือไม่ เพราะการโพสต์เฟซบุ๊กนั้น ถือเป็นเรื่องใหม่ที่ยังไม่เคยมีการตีความ และอาจจะเชื่อมโยงไม่ถึง ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ อีกทั้ง โดยเฉพาะในส่วนของนายเสรี ยิ่งสร้างความสงสัยว่า เกี่ยวข้องอย่างไร เพราะนายเสรีไม่ได้มีสภาพหัวคะแนน หรือสมาชิกพรรคประชาธิปัตย์
"คมสัน โพธิ์คง" อาจารย์คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช เห็นว่า กรณีนี้ไม่ถือว่าผิดกฎหมาย ไม่ถือว่าเป็นการใส่ร้ายผู้สมัคร หาก กกต.กทม.มองว่าเอื้อประโยชน์หรือจูงใจให้เป็นคุณเป็นโทษแก่ผู้สมัคร นายเสรีไม่ได้มีตำแหน่งหรือมีอำนาจหน้าที่ที่จะเอื้อประโยชน์ให้แก่ใครก็ได้ กรณีนี้นายเสรีมีเจตนาที่จะสามารถชื่นชอบบุคคลใดบุคคลหนึ่งก็ได้ เป็นความคิดเห็นโดยสุจริต เป็นความชอบส่วนตัวไม่สามารถเอื้อประโยชน์ได้
"การตีความครั้งนี้เป็นการตีความกฎหมายที่เพี้ยน และกรณีนี้ผู้ที่ชี้ขาดโดยตรงคือ กกต.กลาง ไม่ใช่หน้าที่ของ กกต.กทม." นายคมสันระบุ
ขณะที่ในการประชุม กกต.กทม.เสียงข้างน้อยเห็นว่า หากเรื่องดังกล่าวมีมูลควรเรียก ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ มารับทราบข้อกล่าวหาก่อนจึงส่งเรื่องต่อให้ กกต.กลาง แต่ที่ผ่านมายังไม่ได้ทำแต่อย่างใด
และยังมีเรื่องภายหลังอีก 2 เรื่อง คือ 1.พรรคเพื่อไทยร้องว่า แกนนำพรรคประชาธิปัตย์จำนวน 4 คน ปราศรัยโค้งสุดท้ายเชื่อมโยงเหตุการณ์เผาบ้านเผาเมือง และกล่าวหาเรื่องการกินรวบประเทศ ผูกขาดประเทศ โดยผู้ร้องเห็นว่า ตามมาตรา 57 ของ พ.ร.บ.เลือกตั้งท้องถิ่น กรณีที่จงใจให้ผู้มีสิทธิเลือกตั้งเข้าใจผิดในคะแนนนิยม 2.กรณีที่นายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ ร้องว่า ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์แต่งตั้งคณะที่ปรึกษากิตติมศักดิ์ 31 คน ซึ่งผิด พ.ร.บ.ว่าด้วยการบริหารราชการ กทม. ที่ให้ตั้งที่ปรึกษาได้เพียง 9 คน จึงทำหน้าที่เกินกว่าอำนาจของผู้ว่าฯ เป็นการหาเสียงแบบหลอกลวง
แต่ทั้งสองกรณีร้องหลังเสร็จสิ้นการเลือกตั้ง กกต.จึงไม่อาจนำมาพิจารณาเพื่อสั่งให้มีใบเหลือง ใบแดงก่อนรับรองผลได้ หาก กกต.พบว่าเข้าข่ายความผิดก็จะส่งให้ศาลอุทธรณ์เป็นผู้พิจารณา
สำหรับแนวทางในการตัดสินจากนี้เป็นได้ 3 ทางคือ 1.หากเห็นว่า "ไม่มีหลักฐานอันควรเชื่อได้ว่า" เรื่องร้องคัดค้านทั้งสองเรื่องทำให้การเลือกตั้งไม่สุจริต เที่ยงธรรม ก็สามารถยุติเรื่องและ "รับรองผลได้ทันที"
2.กรณีที่เห็นว่ามีหลักฐานอันควรเชื่อว่าเรื่องคัดค้านมี "หลักฐานอันควรเชื่อได้ว่า" ทำให้การเลือกตั้งไม่สุจริต กกต. "สั่งเลือกตั้งใหม่ได้" แต่ไม่สามารถสั่งเพิกถอนสิทธิเลือกตั้ง ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ได้ เนื่องไม่ได้เป็นผู้กระทำผิดโดยตรง โดยสั่งเลือกตั้งใหม่ภายใน 30 วันนับแต่วันเลือกตั้ง หรือภายในวันที่ 2 เมษายน ซึ่งเหลืออีกประมาณสองสัปดาห์เท่านั้น จึงค่อนข้างยากที่จะเตรียมการเลือกตั้งในเขตใหญ่เช่น กทม.
3.ในกรณีที่เห็นว่า "ต้องสืบสวนสอบสวนเพิ่มเติม" นั้น กกต.ต้องทำตามประกาศ คปค.ฉบับที่ 32 คือ ประกาศรับรองไปก่อนภายใน 30 วันนับแต่วันเลือกตั้ง จากนั้นเมื่อสรุปเรื่องได้และเห็นควรให้มีการเลือกตั้งใหม่ก็ให้ส่งเรื่องให้ศาลอุทธรณ์เป็นผู้พิจารณาซึ่ง กกต.ต้องส่งเรื่องให้ศาลอุทธรณ์พิจารณาให้แล้วเสร็จภายในหนึ่งปี นับแต่วันเลือกตั้ง และระหว่างที่ศาลอุทธรณ์รับเรื่องนั้น ผู้ว่าฯ กทม.ต้องหยุดปฏิบัติหน้าที่ โดยให้ "รองผู้ว่าฯ กทม." รักษาการไปพลาง
..............
(หมายเหตุ : ใบเหลือง'สุขุมพันธุ์'ไม่ง่าย : ขยายปมร้อน โดย ชนิกานต์ พุ่มหิรัญ , อรรถยุทธ บุตรศรีภูมิ)



