
หยุดขบวนการค้าสัตว์ป่า
หยุดขบวนการค้าสัตว์ป่า : บทบรรณาธิการประจำวันที่ 13 มี.ค.2556
ประเทศไทยกำลังถูกจับตาจากนานาประเทศในเรื่องการค้าสัตว์ป่า โดยเฉพาะปัญหาช้างซึ่งถูกระบุว่าเป็นตลาดใหญ่ระดับต้นๆ ของโลก ที่มีธุรกิจเกี่ยวเนื่องกับช้างมากมาย การประชุมอนุสัญญาว่าด้วยการค้าระหว่างประเทศซึ่งชนิดพันธุ์สัตว์ป่าและพืชป่าที่ใกล้สูญพันธุ์ (ไซเตส) ที่จัดขึ้นในประเทศไทยมีวาระเกี่ยวกับช้างที่ถูกหยิบยกขึ้นมาเพื่อหาทางออกร่วมกัน หลังจากพบว่าช้างจากแอฟริกาและทั่วโลกถูกฆ่าแล้วนำงาบางส่วนถูกส่งเข้ามาแปรรูปเป็นเครื่องประดับ มีการวางขายกันอย่างเปิดเผย เป็นผลให้ช้างทั่วโลกรวมถึงประเทศไทยลดจำนวนลง ขณะเดียวกันขบวนการฆ่าช้างและธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องกลับพบเจ้าหน้าที่ของรัฐเข้าไปมีส่วนทั้งอำนวยความสะดวกและร่วมในการล่าตามเขตอุทยานแห่งชาติซึ่งพื้นที่ที่ประสบปัญหามากที่สุดคือ ป่าแก่งกระจานซึ่งล่าสุดพบว่ามีการฆ่าแม่ช้างเพื่อนำลูกช้างออกไปขาย
การล่าสัตว์ป่าในประเทศไทยกำลังเป็นปัญหาใหญ่และขยายวงขึ้นเรื่อยๆ จากความต้องการทั้งในและนอกประเทศ พื้นที่เขตอุทยานและเขตป่าสงวน ถูกกลุ่มพรานพื้นเมืองและประเทศเพื่อนบ้าน เข้ามาล่าสัตว์เพื่อส่งออกไปขาย บางส่วนก็ถูกจับเป็นตามแต่ความต้องการของตลาด ทำให้ขณะนี้ปริมาณสัตว์ป่าอย่างต่อเนื่อง นอกจากการล่าเป็นอาหารของคนในท้องถิ่นแล้ว ธุรกิจนี้ยังทุ่มเงินจ้างนายพรานพื้นเมืองออกล่าสัตว์ตามใบสั่ง เม็ดเงินเหล่านี้เองที่ทำให้วงจรปัญหาเติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่อง มูลค่าตลาดการค้าสัตว์ทั่วโลกจึงมีเงินหมุนนับหมื่นล้านเลยทีเดียว เป็นแรงจูงใจให้กลุ่มนักล่ากล้าเสี่ยงเข้าไปในพื้นที่ป่าสงวนหรือเขตอุทยานฯ รวมถึงการจ่ายเงินให้กับเจ้าหน้าที่รัฐบางคนเพื่อเปิดไฟเขียวในการเข้าพื้นที่ไล่ล่า
ถึงแม้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องไม่ว่ากรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช, สำนักงานตำรวจแห่งชาติ หรือแม้กระทั่งกองทัพ จะพยายามสอดส่องแต่ปัญหาก็ยังไม่คลี่คลาย เนื่องจากความต้องการของตลาดมีสูง ประกอบกับกฎหมายในบ้านเรา ยังมีโทษน้อย เมื่อเทียบกับความเสียหายของสัตว์ป่าและธรรมชาติ ตามแนวชายแดนซึ่งเป็นเส้นทางการขนส่ง กำลังของเจ้าหน้าที่ก็ยังไม่เพียงพอ สัตว์ป่าจำนวนมากสามารถเล็ดลอดออกนอกประเทศไปได้ ทำให้ขบวนการค้ายังมีอยู่ ถึงขนาดพล.ต.ท.หาญพล นิตย์วิบูลย์ ผบช.ภ. 7 สั่งให้สืบสวนขยายผลทางคดีไปยังกลุ่มนายทุนและปางช้างบางแห่ง ที่เชื่อว่าร่วมขบวนการอยู่ด้วย
การประชุมไซเตส ที่จัดขึ้นในบ้านเราขณะนี้ถือเป็นเวทีสำคัญที่มีผู้เกี่ยวข้องจากทั่วทุกมุมโลกเข้ามาถกปัญหาในแง่มุมต่างๆ ข้อมูลเหล่านี้ล้วนมีประโยชน์กับการอนุรักษ์สัตว์ป่าบ้านเราทั้งสิ้น หน่วยงานที่เกี่ยวข้องหรือรัฐบาลต้องนำปัญหาข้อเสนอแนะต่างๆ มาปรับใช้และหาวาระที่มีส่วนเกี่ยวเนื่องกับประเทศไทย เอามาศึกษาแก้ไขอย่างน้อยก็เพื่อลดระดับภาพลักษณ์ด้านลบเกี่ยวกับอุตสาหกรรมต่อเนื่องกับชีวิตสัตว์ป่า ที่สำคัญรัฐบาลต้องวางแผนทั้งระยะสั้นและระยะยาว เอาจริงเอาจังเพื่อจัดการกับปัญหาและใช้กฎหมายอย่างเด็ดขาดเพื่อปกป้องสัตว์ป่าและป้องปรามขบวนการนี้ให้ได้



