
นับหนึ่งนิรโทษกรรม
นับหนึ่งนิรโทษกรรม : ขยายปมร้อน โดยศรุติ ศรุตา
หลายคนสงสัยว่า ความมั่นอกมั่นใจของ วรชัย เหมะ ส.ส.ปากน้ำ ที่พักหลังทุกครั้งที่มีรายการ "โฟนอิน" ไม่ว่าสถานที่จะอยู่ที่ไหน วรชัย "จัดให้ไม่มีขาด" ที่เดินทางไปยื่นร่าง พ.ร.บ.นิรโทษกรรม ต่อ สมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานรัฐสภา นั้นเขาเอามาจากไหน
เพราะ เจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภา ที่ลงทุนลงแรงเดินหน้าเชิญฝ่ายนั้นฝ่ายนี้มาหารือโดยเอาคำว่า "ปรองดอง" ไปมัดคอทุกๆ ฝ่าย
แต่สุดท้ายทั้งพรรคฝ่ายค้าน ทั้งกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ที่ทำท่าว่าจะเอาด้วยก่อนหน้านี้ ก็เสนอเงื่อนไขย้อนกลับมา จนทำให้ เจริญ จำต้องเดินหน้าหารือกันในเฉพาะ "คนกันเอง" ที่เออออห่อหมกด้วยเท่านั้น เพื่อให้ภาพของ "รองประธานสภา" พอจะยังดูดี
แต่ที่ช็อกมากไปกว่าวงถกปรองดองเกือบล่ม ก็คือ วิปรัฐบาลมีมติไม่เร่งดันร่าง พ.ร.บ.นิรโทษกรรม ที่ วรชัย เสนอในบ่ายวันเดียวกันนั่นเอง
จะเป็นไปได้อย่างไรว่า พรรคเพื่อไทยจะหักหน้า วรชัย ได้ขนาดนี้ ก็ในเมื่อการเคลื่อนไหวของ วรชัย สอดคล้องกับกระแสข่าวมาตลอดว่าได้ "ไฟเขียว" จากแดนไกลให้ขับเคลื่อน
เพราะหากปล่อยเวลาเนิ่นนานออกไปจนสิ้นสมัยประชุมสภาสมัยนี้ โอกาสที่จะได้ยื่น นิรโทษกรรม ก็ไม่รู้จะเกิดขึ้นได้อีกเมื่อไหร่ เพราะสมัยหน้าฝ่ายค้านยื่นซักฟอกได้อีกครั้ง
การที่ วรชัย เอากฎหมายมาคาไว้ที่สภา รอเพียงการผลักดันให้ขึ้นมาพิจารณาในวาระแรก แม้ว่า วิปรัฐบาลจะมีมติให้เก็บเอาไว้ก่อน แต่ก็ไม่ได้หมายความว่า "เหตุผล" ในวันข้างหน้าจะเปลี่ยนไป โดยเฉพาะการที่มีคำสั่งให้กองทัพส่งตัวแทนเข้าร่วมประชุมกับ เจริญ จรรย์โกมล แล้วก็ไม่ได้มีปฏิกิริยาอะไรหลังจากนั้น
นอกจากนั้น ยังมีการประเมินว่า การรวมตัวของกลุ่มที่ต่อต้านคัดค้านยังต่อกันไม่ติด แม้ว่า กลุ่ม เสธ.อ้าย ยังมีอยู่ แต่ก็เชื่อว่า ช่วงเดือนเมษายนนี้แรงต้านจะมีแค่ประปราย แล้วก็เป็นช่วงท้ายสมัยประชุมสภา
ที่สำคัญช่วงใกล้เทศกาลเฉลิมฉลองวันสงกรานต์จิตใจผู้คนคงจะจดจ่อกับการสาดน้ำดับร้อน มากกว่าจะสนใจการประชุมสภา ที่ก่อนหน้านี้ก็สร้างความน่าเบื่อหน่าย เพราะขนาดแทบจะหาประเด็นมาถกเถียงกันไม่ได้ ยังล่มแล้วล่มอีก
สถานการณ์เช่นนี้แหละที่ อะไรก็เกิดขึ้นได้ !
การยื่นร่าง พ.ร.บ.นิรโทษกรรม ที่เนื้อหายกเลิกทั้งคดีความที่พิพากษาไปแล้วและคดีที่กำลังอยู่ในขั้นตอนกระบวนการทางกฎหมายก็ให้ยุติลง เพราะถือว่าเป็นผลมาจาก วันที่ 19 กันยายน 2549 คาไว้ในสภา เปรียบไปก็เหมือนกับ เอาปืนใหญ่ไปตั้งเรียงรายตามแนวชายแดนที่กำลังคุกรุ่น แต่ภายในประเทศกำลังเตรียมเทศกาลเฉลิมฉลอง
ยิ่งประธานวุฒิสภา นิคม ไวยรัชพานิช ก็ออกมาหนุนกฎหมายนิรโทษกรรมฉบับนี้แล้ว กระแสปรองดองภายใต้เงื่อนไขของคนเพื่อไทย ถ้าเข้าสภาได้ มีการตั้งกรรมาธิการเต็มคณะ อาจพิจารณารวดเดียว 3 วาระ ก่อนส่งให้วุฒิสภาพิจารณาเสร็จสรรพ ออกมาบังคับใช้ในเร็ววัน
ส่วนวันข้างหน้าฝ่ายค้าน หรือกลุ่มพันธมิตรจะค่อยๆ ไปนัดหมายการชุมนุมคัดค้าน ก็คงจะช้าเกินไป เพราะอ้างได้เต็มที่ว่า ตัวแทนของประชาชนให้ความเห็นชอบไปแล้ว
จากนั้นค่อยมาเริ่มกระบวนการว่า แล้วใครล่ะที่จะได้อานิสงส์จากกฎหมายฉบับนี้
แน่นอน คนไกลบ้านย่อมฉลาดพอที่จะไม่ผลีผลามโดดรับเอาในห้วงเวลาเดียวกับกลุ่มคนเสื้อแดง-เสื้อเหลือง
รออยู่ได้ตั้งนาน อดใจอีกสักหน่อยจะเป็นไรไป
............
(หมายเหตุ : นับหนึ่งนิรโทษกรรม : ขยายปมร้อน โดยศรุติ ศรุตา)



