
ปฏิบัติการ'ถั่งโถมโหมไฟใต้'หรือ'ดับไฟด้วยน้ำมัน'
ปฏิบัติการ'ถั่งโถมโหมไฟใต้'หรือ'ดับไฟด้วยน้ำมัน' : กระดานความคิด โดยพล.ท.นันทเดช เมฆสวัสดิ์
โลกปลายศตวรรษที่ 20 ได้ปิดฉากความรุนแรงของเหล่ามนุษยชาติลงด้วยสงครามตามแบบที่ใช้อาวุธไฮเทคในอ่าวเปอร์เซีย (1991) และสงครามในโคโซโว (1999) แต่ก็ไม่สามารถจะยุติการก่อการร้ายให้สงบลงได้ ดังนั้นในศตวรรษที่ 21 จึงเปิดฉากขึ้นมาด้วยความรุนแรงจากการตอบโต้กลับของกลุ่มก่อการร้ายอย่างโหดเหี้ยมต่อเนื่องกัน 5 ครั้ง เริ่มจากเหตุการณ์ 911 (เวิลด์เทรด เซ็นเตอร์) และแพร่กระจาย “สงครามขนาดเล็ก ไม่ตามแบบ ไม่เบ็ดเสร็จ” ออกไปทั่วทุกภูมิภาคของโลก ตั้งแต่นั้นมาจนถึงปัจจุบันนี้สถานภาพของประเทศไทยคือ เซฟเฮ้าส์ ที่ดีที่สุดของกลุ่มก่อการร้ายสากล ถึงขนาดที่องครักษ์ของนายฮัมบาลี แกนนำกลุ่มเจไอ องค์กรเครือข่ายสำคัญที่สุดของกลุ่มอัล-ไกดา ยังหลบหนีสหรัฐเข้ามาทำบัตรประชาชนในไทย เพื่อสมัครเข้าเป็นทหารไทยที่ จ.ยะลา ได้อย่างสบายๆ
อย่างไรก็ตาม ประเทศไทยยังโชคดีที่สงครามก่อการร้ายภายในประเทศจำกัดเขตอยู่แต่ใน 3 จังหวัดและ 4 อำเภอในชายแดนภาคใต้เท่านั้น เพราะบารมีของในหลวงและการแสดงเจตจำนงที่ชัดเจนของพี่น้องชาวไทยที่นับถือศาสนาอิสลามในจังหวัดอื่นๆ ว่า “ไม่เห็นด้วยกับการก่อเหตุรุนแรงขึ้น” นอกจากนั้นทางกลุ่มก่อการร้ายสากลหลากหลายทั่วโลกก็ไม่ได้เปิดโอกาสให้กลุ่มก่อเหตุร้ายในภาคใต้ของไทยมีโอกาสเข้ามาติดต่อด้วย ซึ่งดูได้จากวิธีการทำระเบิดที่พัฒนาขึ้นแค่ “การเพิ่มปริมาณ” เท่านั้น
วันนี้ประเทศไทยได้ลงนามในข้อตกลงที่จะเจรจาหาความสงบให้แก่ชายแดนภาคใต้กับกลุ่มโจรหมดอายุเรียบร้อยไปแล้ว โดยใช้ตราครุฑประดับคู่ไปกับตราประทับของกลุ่มโจร ซึ่งหมายความถึงพันธะความผูกพันทางกฎหมายระหว่างรัฐบาลไทยกับกลุ่มโจรได้เกิดขึ้นมาแล้วอย่างเป็นทางการ เรื่องนี้ได้กลายเป็นประเด็นร้อนของสื่อต่างประเทศที่เสนอข่าวออกไปอย่างกว้างขวาง ท่ามกลางความสับสนของหน่วยงานข่าวกรองต่างประเทศในไทยที่มีการรวมตัวกันเป็นประชาคมข่าวกรอง (INTELLIGENCE COMMUNITY) เพราะไม่เห็นว่าสัญญาดังกล่าวจะเกิดผลดีอะไรต่อประเทศไทย ในทิศทางตรงกันข้าม อาจจะเกิดผลในทางลบตามมาอีก เช่น
1.การลงนามครั้งนี้จะถูกบันทึกโดยหน่วยงานข่าวกรองของประเทศมหาอำนาจทุกประเทศ ซึ่งจะส่งผลทำให้มีการยกระดับการติดตามกลุ่มก่อการร้ายสากลที่เข้ามายังประเทศไทยอย่างเป็นระบบมากขึ้น โดยเฉพาะสหรัฐ ที่มีการเฝ้าดูและติดตามบุคคลสำคัญต่างๆ ของกลุ่มก่อการร้ายสากลอยู่ถึง 4 บัญชีด้วยกัน ซึ่งอาจจะทำให้ประเทศไทยเปลี่ยนจาก SAFE HOUSE มาเป็น TARGET ของกลุ่มก่อการร้ายได้เมื่อมีลูกมือเป็นคนไทยแล้ว
2.ทางด้านกลุ่มก่อการร้ายสากลเองก็จะมีการบันทึกรายชื่อกลุ่มก่อการร้ายใหม่ๆ ในประเทศไทยเพิ่มเติมขึ้นเช่นกัน เพื่อเตรียมหาทางเข้ามาสนับสนุน โดยเฉพาะช่วยเหลือทางด้านเทคนิคการจัดทำคาร์บอมบ์ เรื่องนี้จึงเป็นอันตรายที่สุดสำหรับจังหวะก้าวต่อไปของการแก้ไขปัญหาการก่อการร้ายในภาคใต้ของประเทศไทย ซึ่งเป็นประเทศที่มีมหานครขนาดใหญ่มาก แต่ยังไม่มีการจัดระบบต่อต้านการก่อการร้ายสากลขึ้นอย่างเป็นรูปแบบเลย
3.ปัญหาการก่อการร้ายในภาคใต้ของไทย ไม่เหมือนฟิลิปปินส์หรืออินโดนีเซีย เพราะทั้ง 2 ประเทศนั้นถูกขึ้นบัญชีเป็น “การก่อการร้ายสากล” มานานแล้ว และกลุ่มก่อการร้ายก็สามารถครอบครองพื้นที่ได้บางส่วนอีกด้วย ดังนั้นการใช้มาเลเซียเป็นตัวกลางในการเจรจาของฟิลิปปินส์และอินโดนีเซียก็เพื่อป้องกันการแทรกแซงของพวกมหาอำนาจเท่านั้นเอง สุดท้ายมาเลเซียก็ได้ประโยชน์ไปเพียงประเทศเดียว (ได้คะแนนเสียงจากประเทศอิสลามหัวรุนแรงและประชากรในตอนเหนือของมาเลเซีย) แต่ปัญหาในฟิลิปปินส์กับอินโดนีเซียก็ยังไม่หมดไป คุกรุ่นรอเวลาที่จะระเบิดขึ้นมาอีกครั้งหนึ่งและอาจลามมาถึงมาเลเซียเองด้วยอย่างหนีไม่พ้น (สมน้ำหน้า)
ขอพูดในขอบเขตของประเทศไทยบ้าง จะเห็นได้ว่า โจรหมดอายุที่มาทำสัญญานั้น แม้แต่ในกลุ่มตนเองยังไม่ได้รับการยอมรับ มีชื่อเป็น “นักหาเงิน” ตัวยงที่รู้กันดีในวงการข่าวกรอง การหยุดยิงจึงเป็นเรื่องที่ฝันกลางแดดครับ นอกจากนั้นการใช้ชื่อ “คุณทักษิณ” เข้ามาเกี่ยวข้องด้วยยิ่งไปกันใหญ่ ก็รู้กันดีอยู่แล้วว่าเพราะเหตุใด หรือจะเป็นการ “ถั่งโถมโหมไฟใต้” ให้ไฟแค้นลุกโชนขึ้นมาใหม่อีกครั้งหนึ่ง ตามปกติก็มีการเจรจากันอยู่แล้ว ไม่เห็นต้องลงชื่อประทับตรากันแบบนี้เลย จะไว้ใจกันได้หรือไม่ไม่ได้อยู่ที่สัญญา แต่อยู่ที่การกระทำครับ เพียงแต่มอบ ให้ทหารเป็นเจ้าภาพจัดการเอง มีตำรวจและ ศอ.บต.ตามหลัง จะเกิดเอกภาพ โดยให้สิทธิ์ทหารในการโยกย้ายข้าราชการใน 3 จังหวัดชายแดนใต้ได้เอง พร้อมๆ กับการกวาดล้างยาเสพติด, ของเถื่อน 108 ชนิดอย่างจริงจัง โจรก็จะหมดเงินสนับสนุน ม.21 ก็จะประสบผลสำเร็จในที่สุด ทำแค่นั้นก็พอ ไม่ต้องไปเซ็นสัญญาอะไรหรอกครับ ในโลกยุคนี้ไม่เหมือนโลกใน 4-5 ปีที่ผ่านมา ลองไปตรวจสอบให้ละเอียดก่อน ดูให้ดีว่าสัญญาที่ทำไปนั้นมันจะส่งผลอะไรที่นึกไม่ถึงบ้าง อย่านึกว่า หมูๆ ถ้าโจรมันอ้างสัญญากลับไปที่สหประชาชาติ ประเทศอิสลาม หรือกองทุนเอ็นจีโอต่างๆ ขอทุนหรือขอแบ่งพื้นที่ โดยอ้างประวัติศาสตร์ หรือขออาวุธ ฯลฯ นอกจากนั้นกลุ่มคนที่เซ็นสัญญาเองก็จะหิ้วสัญญา ฉวยโอกาสนำไปหาเงินบ้าง แต่ที่สำคัญคือ การทำให้กลุ่มก่อการร้ายในไทยมีความสำคัญขึ้น เป็นที่สนใจของกลุ่มก่อการร้ายสากลขึ้นมาในชั่วพริบตาเดียว แค่นี้ก็ยุ่งตายแล้วครับ
9 ปีในภาคใต้มีการพัฒนาอะไรไปบ้างในการต่อสู้กับกลุ่มโจร ลองมานั่งพูดคุยทบทวนดูใหม่ โดยเฉพาะในข้อห้ามที่มีมาแต่โบราณมากๆ แล้ว 2 ข้อ คือ (1) อย่านำเรื่องการเมืองลงมาในพื้นที่ขัดแย้ง และ (2) อย่าทำสงครามกองโจรด้วยความชำนาญเป็นข้อห้ามสำคัญที่สุด แต่จงทำสงครามกองโจรด้วยงานข่าวกรองและการใช้เทคโนโลยี (MI6 หน่วยงานของเจมส์บอนสอนไว้ครับ)



