
นิรโทษกรรมรอวันตกผลึก
นิรโทษกรรมรอวันตกผลึก : บทบรรณาธิการประจำวันที่10มี.ค.2556
พลันที่สภาผู้แทนราษฎรเดินหน้าสร้างความปรองดองขึ้นมาอีกครั้ง 42 ส.ส.พรรคเพื่อไทยรับลูกส่งตัวแทนยื่นต่อ นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร เพื่อเสนอร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) นิรโทษกรรมแก่ผู้ซึ่งกระทำความผิดเนื่องจากการชุมนุมทางการเมือง การแสดงออกทางการเมืองของประชาชน พ.ศ.... โดยมีเป้าหมายอยู่ที่ผู้เข้าร่วมชุมนุม ทุกกลุ่ม ทุกสี ทหาร ตำรวจ ยกเว้นแกนนำที่เป็นผู้สั่งการ รอบรรจุวาระการประชุม ซึ่งคาดว่าจะเป็นเรื่องเร่งด่วน โดยประธานสภาซึ่งถือเป็นโต้โผใหญ่งานนี้ เตรียมเปิดหารือกับกลุ่มที่เกี่ยวข้องในวันที่ 11 มีนาคม พร้อมเปิดให้ประชาชนแสดงความเห็นฝ่านเฟซบุ๊กทันที
แต่เค้าลางของความปรองดองดูจะมีอุปสรรคไม่น้อย เมื่อ 8 กลุ่มที่เป็นตามเงื่อนไขของกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย (พธม.) หนึ่งในผู้ร่วมเจรจาเสนอมา ประกอบด้วย รัฐบาลพรรคเพื่อไทย พรรคประชาธิปัตย์ กลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) นางนิชา ธุวธรรม (ภรรยา พล.อ.ร่มเกล้า) ตัวแทนผู้สูญเสีย ตัวแทนคณะกรรมการอิสระตรวจสอบและค้นหาความจริงเพื่อการปรองดองแห่งชาติ (คอป.) กลุ่มองค์การพิทักษ์สยาม และผู้ประกอบการในพื้นที่ชุมนุมที่ได้รับผลกระทบจากการชุมนุม โดยนายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภา คนที่ 1 ฐานะคนประสาน ได้เสนอเพิ่มอีก 2 กลุ่มคือ กลุ่มทหาร และพรรคภูมิใจไทย มีบางกลุ่มเริ่มหวาดระแวงต่อร่าง พ.ร.บ.นิรโทษกรรมของ ส.ส.เสื้อแดงที่เสนอมาโดยไม่ผ่านมติพรรค
ร่าง พ.ร.บ.ดังกล่าวถูกมองว่า ต้องการล้างผิดให้แก่ตนเองและพวกพ้อง เนื่องจากนายวรชัย เหมะ ส.ส.สมุทรปราการ พรรคเพื่อไทย ผู้เสนอ และส.ส.บางคน ถูกดำเนินคดีในข้อหาก่อการร้าย หากเสนอกฎหมายให้สภาพิจารณาอาจจะเกิดผลประโยชน์ทับซ้อนขึ้นได้ และหากร่างดังกล่าวถูกบรรจุเข้าพิจารณาเท่ากับเปิดโอกาสให้มีการนำร่าง พ.ร.บ.ปรองดอง 4 ฉบับค้างอยู่ในสภากลับขึ้นมาพิจารณาใหม่ เนื่องจากมีหลักการเดียวกัน นั้นเท่ากับว่า อาจทำให้เกิดการนิรโทษแบบถ้วนหน้า ล้างผิดให้ทุกคน ซึ่งหมายถึงคนที่ถูกคดีหมิ่นเบื้องสูงและฉ้อโกงด้วย
การดำเนินการของสภาครั้งนี้ ถูกตั้งคำถามว่า ทำไมต้องเอาความขัดแย้งใหม่มาสู่บ้านเมือง ไม่ว่ารัฐบาลจะใช้กฎหมายฉบับไหน ทั้งร่างของคณะกรรมการอิสระว่าด้วยการส่งเสริมหลักนิติธรรมแห่งชาติ หรือ คอ.นธ. ที่นายอุกฤษ มงคลนาวิน เป็นประธาน หรือ พ.ร.ก.ของแกนนำคนเสื้อแดง หากยังคำนึงถึงเฉพาะผลประโยชน์บางกลุ่มก็จะถึงทางตันอยู่ดี ชัดเจนแล้วว่า การหารือนัดแรกในวันจันทร์นี้ จะไม่มีตัวแทนจาก คอป. พรรคประชาธิปัตย์ กลุ่มองค์การพิทักษ์สยาม เข้าร่วมด้วยอย่างแน่นอน ซึ่งอาจจะรวมถึงกลุ่มพันธมิตรด้วย
นั่นเท่ากับว่า กระบวนการที่รองประธานสภาดำเนินการมานั้นไม่ได้รับความเชื่อมั่นจากผู้ที่เกี่ยวข้อง ด้วยเหตุของความหวาดระแวงทางการเมืองกับคำพูดสวยหรูที่ว่า การออกกฎหมายนิรโทษกรรมจะต้องไม่รวมแกนนำอยู่ด้วยนั้น เป็นเพียงวาทกรรมตบตาประชาชน เพราะเมื่อถึงเวลากลุ่มคนเหล่านั้นก็จะไม่ยอมรับว่าเป็นแกนนำสั่งการ จนสุดท้ายทุกคนก็ได้ประโยชน์เหมือนกัน ดังนั้นต้องไม่เร่งรัดการออกนิรโทษกรรม แต่ต้องคำนึงถึงเวลาที่เหมาะสม และต้องระมัดระวังการกำหนดเงื่อนไข แยกแยะผู้กระทำความผิดอย่างถูกต้อง จากนั้นเมื่อมีคำพิพากษาของศาลแล้ว มีชื่อใครได้รับโทษบ้างค่อยมีพูดถึงนิรโทษกรรมจะดีกว่า



