
ยอมนิรโทษกรรมแต่'ไม่ปรองดอง'
ยอมนิรโทษกรรมแต่'ไม่ปรองดอง' : ขยายปมร้อน โดยขนิษฐา เทพจร
คลื่นลมทางการเมือง หลังพ้นการเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. ไปแล้ว ได้หวนมาสู่ “สนามการเมืองใหญ่” อีกครั้ง โดยเฉพาะความพยายามออกร่างกฎหมายนิรโทษกรรม
ความเคลื่อนไหวหลัก ที่ถูกสังคมจับตา พุ่งตรงมาที่รัฐสภา ภายใต้กระบวนการประสานสี่ทิศ ของ “เจริญ จรรย์โกมล" รองประธานสภาผู้แทนราษฎร เพราะก่อนหน้านั้นกระบวนการถูกเริ่มต้น นำคู่ขัดแย้ง คือ กลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยมาร่วมโต๊ะเจรจากับกลุ่มเสื้อแดง-คนของรัฐบาลพรรคเพื่อไทย
แม้เวทีที่เกิดขึ้นจะมีเฉพาะตัวแทน ได้แก่ “ปานเทพ พัวพงษ์พันธ์ จากกลุ่มพันธมิตร, ก่อแก้ว พิกุลทอง, วรชัย เหมะ ส.ส.เพื่อไทย ฐานะคน นปช.” มาร่วม ซ้ำยังเป็นการหารืออย่างไม่เป็นทางการ แต่ก็ถือว่าประสบความสำเร็จไปอีกขั้น เพราะในวงเห็นพ้องในหลักการ ของการยกร่างกฎหมายนิรโทษกรรมประชาชนที่มีความผิดฐานฝ่าฝืน พ.ร.ก.การบริหารราชการ ในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ. 2548
จากนั้น “เจริญ” ได้เดินสายคุยกับ ส.ส.อาวุโส แต่ละกลุ่มก๊วนของพรรคประชาธิปัตย์ และล่าสุด คือ "อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ" หัวหน้าพรรค ถึงแนวคิดและหลักการที่ได้ข้อสรุปเบื้องต้น พร้อมนัดหารืออย่างเป็นทางการอีกครั้ง ในจันทร์ที่ 11 มีนาคม เวลา 10.00 น. ที่รัฐสภา
ในชั้นแรก “อภิสิทธิ์” จะเห็นดีเห็นงามกับการออกกฎหมายล้างผิดให้แก่ประชาชนที่ทำผิดกฎหมายห้ามชุมนุม แต่ล่าสุดกลับกลายขอนำเข้าที่ประชุม ส.ส. ของพรรคก่อน...และท่าทีแบ่งรับแบ่งสู้ดังกล่าว ก็ตรงกัน กลุ่มพันธมิตรนั่นอาจหมายถึงเค้าลาง...ของความร่วมมือออกกฎหมายนิรโทษกรรม ส่อมีปัญหา!! ประเด็นที่พรรคประชาธิปัตย์กังวล “นิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ" ส.ส.พัทลุง ฐานะมือกฎหมาย วิเคราะห์ให้ฟังว่า “เป็นเรื่องแปลกที่การออกกฎหมายนิรโทษกรรมครั้งนี้ มีการเชิญ ฝ่ายค้าน, แกนนำกลุ่มมวลชนนอกสภาเข้าไปคุย ทั้งที่ผ่านมา เช่น การออกกฎหมายปรองดอง ไม่เคยเรียกไปคุย นั่นก็แสดงว่าความพยายามที่รัฐบาลตั้งใจที่จะออกร่างกฎหมายนี้ให้สำเร็จมีสูง จึงพยายามล็อบบี้กัน แต่เชื่อว่าประเด็นนี้ยังห่างไกลความสำเร็จ เพราะแต่ละฝ่ายยังมีมุมมองต่างกันมาก อย่างพรรคประชาธิปัตย์ เรายินยอมให้นิรโทษกรรมเฉพาะคนที่ฝ่าฝืนกฎหมายห้ามชุมนุมเท่านั้น โดยไม่รวมการกระทำผิดทางอาญาอื่นๆ เช่น เผาศาลากลาง, ขโมยของ, ฆ่า หรือทำร้ายคนอื่น
“ผมให้ข้อสังเกตว่า การออกนิรโทษกรรมครั้งนี้ มีกลลวงเพราะเป้าหมายจริงๆ คือ เขาต้องการนิรโทษกรรมให้แก่แกนนำคนเสื้อแดง โดยนำประชาชนที่ติดคุกไม่ถึง 20 คนเป็นตัวประกัน อีกอย่างคนที่ทำผิดกฎหมายห้ามชุมนุมจริงๆ ที่ถูกจับเมื่อช่วงปี 2553 ตอนนี้เขาพ้นโทษคุมขังกันเกือบหมดแล้ว เพราะโทษติดคุกมีระยะเวลาเพียง 1 ปี โดยกลลวงที่เขาจะยัดเยียด มองว่าอยู่ในส่วนของการแปรญัตติ ในชั้นกรรมาธิการ โดยเพิ่มข้อความในกฎหมายครอบคลุมถึงแกนนำเสื้อแดง ดังนั้นกรณีที่นายเจริญเชิญทุกฝ่ายไปคุย มองว่ายิ่งกว่าเล่นละครปาหี่”
ขณะที่ผลสรุปของการหารือของ "กลุ่มพันธมิตร" ได้ความว่า ในวันที่ 6 มีนาคม นี้ “โฆษกพันธมิตร” จะยื่นหนังสือที่ระบุถึงเงื่อนไขให้รัฐบาลและแกนนำพรรคเพื่อไทยปฏิบัติ ต่อ “เจริญ จรรย์โกมล” ก่อนที่จะตัดสินใจอีกครั้งว่าจะส่งแกนนำระดับมันสมอง เข้าร่วมเจรจาอย่างเป็นทางการในวันที่ 11 มีนาคมนี้ หรือไม่
สำหรับเนื้อหาในจดหมายถูกเปิดเผยคร่าวๆ ว่าเป็นการแสดงจุดยืนและเงื่อนไขในการเข้าร่วม หากรัฐบาลทำได้เราพร้อมจะเข้าร่วม แต่หากทำไม่ได้ กลุ่มพันธมิตรจะขออยู่ในที่ตั้ง สำหรับจุดยืนที่เตรียมเสนอ เป็นข้อเสนอเดิม คือ ต้องไม่เป็นการออกกฎหมายเพื่อช่วยพวกพ้อง, ล้างผิดให้อดีตนายกฯ ทักษิณ ชินวัตร และต้องปฏิบัติตามข้อเสนอของ “นิชา หิรัญบูรณะ ธุวธรรม” ที่ระบุว่าคนที่จะได้รับการนิรโทษกรรมต้องสำนึกผิด-สัญญาว่าจะไม่ทำผิดซ้ำอีก
ซึ่งนั่นก็หมายความว่า สิ่งที่กลุ่มพันธมิตรตั้งเงื่อนไขไว้ เป็น การ์ดสูง ที่คนเพื่อไทย ยากยิ่งจะทะลวง และหากรัฐบาลจะใช้เสียง ส.ส. ในสภาข้างมากลากไป...ยิ่งต้องคิดให้รอบคอบ! โดยเฉพาะมวลชนคนพันธมิตร ที่อาจจะออกมาประท้วงคัดค้าน
และหากรัฐบาลคิดจะใช้มวลชนฝ่ายสนับสนุน...มาเป็นเกราะป้องกันการออกกฎหมายนิรโทษกรรม เชื่อได้ว่า ความขัดแย้งระหว่างกลุ่มขั้วที่เห็นต่างจะเกิดขึ้นอย่างแน่นอน
ทางฟาก ส.ส.พรรคเพื่อไทย ต่างก็คิดในมุมต้นเหตุของความขัดแย้งนี้เช่นกัน แต่น้อยกว่าความกลัวที่กระแสพี่น้องคนเสื้อแดงจะทวนกระแสลม หันมาโจมตี “รัฐบาล" ที่นับวันกระแสตีกลับของคนพวกเดียวกันจะยิ่งทวีความรุนแรง
เห็นได้จาก ปรากฏการณ์ กลุ่มเสื้อแดง ภายใต้ชื่อ “กลุ่ม 29 มกรา” ที่ประท้วงรัฐบาลถึงหน้าประตูทำเนียบรัฐบาล เพื่อให้เร่งออกพ.ร.ก.นิรโทษกรรมนักโทษการเมือง ตั้งแต่ปี 2549 และปรากฏการณ์ “พ.ต.ต.เสงี่ยม สำราญรัตน์" แกนนำ นปช. ชุมพร ฐานะที่ปรึกษาสำนักนายกรัฐมนตรี ที่เล่นของสูง บุกเข้าหา “สมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์" ประธานรัฐสภา ให้แจ้ง ส.ส.แดง ลงชื่อเพื่อยื่นขอประกันตัว “พี่น้องเสื้อแดง” ที่อยู่ในเรือนจำ
ดังนั้น ณ นาทีนี้ ไม่ว่า รัฐบาล-พรรคเพื่อไทย จะเดินตามแนวความคิด ความเห็นไหน...ถนนที่เดินไปก็ล้วนพาไปพบกับความไม่ปรองดองทั้งสิ้น
--------------
(หมายเหตุ : ยอมนิรโทษกรรมแต่'ไม่ปรองดอง' : ขยายปมร้อน โดยขนิษฐา เทพจร)



