คอลัมนิสต์

 กกต.กับพรรคการเมือง

กกต.กับพรรคการเมือง

06 มี.ค. 2556

กกต.กับพรรคการเมือง : บทบรรณาธิการประจำวันที่6มี.ค.2556

             การเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ที่เพิ่งผ่านพ้นไปมีสัญญาณที่ดีในแง่ระบอบประชาธิปไตยเพราะความตื่นตัวของคนกรุงเทพฯ ที่ออกมาใช้สิทธิมากถึง 63.98 เปอร์เซ็นต์ ทำลายสถิติการเลือกตั้งกทม.ตั้งแต่มีมา ประชาชนที่ออกไปใช้สิทธิส่วนหนึ่งมาจากคู่แข่งขันที่มีชื่อเสียงโดยเฉพาะคู่ชิงอย่าง ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร อดีตผู้ว่าฯ ป้องกันในฐานะแชมป์เก่า จากค่ายประชาธิปัตย์กับ พล.ต.อ.พงศพัศ พงษ์เจริญ อดีตรองผบ.ตร. และเลขาฯ ป.ป.ส. สวมเสื้อเพื่อไทยลงท้าชิง สดใหม่ในสนามเลือกตั้ง ทำให้เกิดความคึกคักสีสันตามมา หากว่าด้วยการหาเสียงแล้ว ทั้งสองคนนี้ต่างก็มีฐานอยู่ในพื้นที่ทั้ง ส.ก.และส.ข. แม้จะมากน้อยต่างกัน แต่ก็เป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้การหาเสียงรวมไปถึงการรณรงค์เลือกตั้งของ กกต.กรุงเทพฯ ง่ายขึ้น

             ถึงแม้กกต. จะตั้งเป้าให้คนออกไปใช้สิทธิถึง 70 เปอร์เซ็นต์ แต่ติดขัดเรื่องธรรมชาติเพราะเกิดฝนตกลงมาอย่างหนักในหลายพื้นที่ทำให้ผู้ใช้สิทธิไม่เป็นไปตามเป้าที่วางไว้ แต่ก็ถือว่ามากกว่าทุกครั้ง ประชาชนออกไปลงคะแนนอย่างหนาตาตั้งแต่เช้าจรดปิดหีบ จนโพลล์สำนักต่างๆ ต้องหน้าแตก ถูกลดระดับความน่าเชื่อถือ จากความผิดพลาดในการเก็บข้อมูลเพียงแค่ครึ่งวัน และท่ามกลางการต่อสู้หาเสียงกันจนวินาทีสุดท้าย สิ่งหนึ่งที่ชาวบ้านพอใจคือ ครั้งนี้มีการสาดโคลน โจมตีกันน้อยมาก ว่ากันด้วยนโยบายล้วนๆ ทำได้บ้าง วาดฝันกันบ้างตามแต่ผู้สมัครแต่ละรายจะคิดได้ ส่วนการซื้อเสียงก็ยังไม่ปรากฏชัดเจนทั้งในช่วงโค้งสุดท้ายหรือคืนหมาหอนก็ตาม

             การเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. ผ่านพ้นไปด้วยดีต้องยกให้ความทุ่มเทของกกต.กรุงเทพฯ ที่พยายามชี้แจงขั้นตอนต่างๆ พร้อมทั้งเตือนบรรดาผู้สมัครเกี่ยวกับการละเมิดกฎหมายเลือกตั้งท้องถิ่นเป็นระยะ รวมถึงการรณรงค์ให้พรรคการเมืองหรือกลุ่มผู้สมัครอิสระประกาศทีมงานที่จะเข้ามาเป็นรองผู้ว่าฯ หากได้รับความไว้วางใจจากประชาชน แม้จะไม่มีกฎหมายบังคับ แต่เป็นสิ่งหนึ่งที่จะช่วยให้คนกรุงเทพฯ ตัดสินใจได้ง่ายขึ้นเพราะสภาพความเป็นจริงกรุงเทพเป็นมหานครใหญ่ การบริหารโดยผู้ว่าฯ เพียงคนเดียวย่อมไม่ได้ ดังนั้นทีมงานจึงมีความสำคัญ แต่การเปิดตัวผู้ช่วยหรือทีมบริหาร กลับมีเพียงบางพรรคและผู้สมัครอิสระบางคนเท่านั้น ตรงนี้อาจเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้ผู้สมัครได้รับชัยชนะ

             การออกมาใช้สิทธิของประชาชนครั้งนี้น่าจะเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีของการเมืองไทยทั้งระดับท้องถิ่นและระดับชาติ ไม่ใช่เฉพาะพื้นที่กรุงเทพฯ เท่านั้น แต่กกต.ควรจะครอบคลุมทั่วทุกจังหวัด ตั้งแต่การเลือกตั้ง ส.ส., ส.อบจ.เรื่อยลงไปถึงระดับส.ท. คณะกรรมการการเลือกตั้งระดับท้องถิ่น ควรจะมีแผนการรณรงค์ในทุกระยะ ออกไปให้ความรู้กับชาวบ้านถึงสิทธิ เพื่อเลือกบุคคลที่จะเข้าไปเป็นตัวแทนในการบริหารงานทุกระดับ ที่ผ่านมามีการประชาสัมพันธ์ก็เฉพาะช่วงก่อนการเลือกตั้ง ระยะเวลาสั้นๆ ทำให้ชาวบ้านไม่เกิดความกระตือรือร้น ไม่เห็นความสำคัญของระบอบประชาธิปไตย ขณะเดียวกันพรรคการเมืองต้องมีส่วนในการคัดสรรบุคคลมาลงเลือกตั้ง ถ้าได้คนดีมีชื่อเสียงจะทำให้เกิดความตื่นตัวเพิ่มมากขึ้น