
อย่ากลับไปเลย'สตช.'
อย่ากลับไปเลย'สตช.' : ขยายปมร้อน โดยศรุติ ศรุตา
ภายหลังการเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร นักวิชาการอย่างน้อย 2 คน มองถึงอนาคตของ พล.ต.อ.พงศพัศ พงษ์เจริญ ว่า ควรจะอยู่ที่ใด เมื่อไม่ได้รับเลือกให้เป็นผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร
สุขุม นวลสกุล นักวิชาการด้านรัฐศาสตร์ คัดค้านการกลับเข้าไปรับตำแหน่ง รอง ผบ.ตร.อีกครั้ง เพราะการสมัครรับเลือกตั้งครั้งนี้เท่ากับประกาศแล้วว่า อยู่ข้างใดข้างหนึ่ง ขณะที่ตำรวจนั้นอยู่ในส่วนที่ต้องทำหน้าที่พิทักษ์ความยุติธรรม
ไชยันต์ ไชยพร อาจารย์คณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย บอกว่า ถ้าจะกลับไปก็ต้องสลัดคราบการเมืองออกไปให้ได้
ถึงแม้ว่าเรื่องนี้เป็นสิทธิโดยชอบของ พล.ต.อ.พงศพัศ ว่าจะกลับไปรับตำแหน่งเดิมหรือไม่ก็ตาม
ก่อนหน้านี้ พล.ต.ท.คำรณวิทย์ ธูปกระจ่าง ผบช.น.ก็ประกาศตัวชัดเจนมาแล้วในการเลือกข้างฝ่ายการเมือง
ทันทีที่ทำเช่นนั้นก็ถูกวิพากษ์วิจารณ์ว่า จะทำให้การอำนวยความยุติธรรมแก่กลุ่มการเมืองทุกฝ่ายอย่างเท่าเทียมกันได้อย่างไร
ฝ่ายอำนวยการยุติธรรมชั้นต้นจะทำหน้าที่สลายความขัดแย้งทางการเมืองได้อย่างไร ในเมื่อฝ่ายข้าราชการประจำที่มีทั้งอำนาจการจับกุมคุมขัง และอำนวยการยุติธรรมในเบื้องต้น เลือกที่จะแอบอิงอยู่กับฝ่ายการเมือง
กรณี พล.ต.อ.พงศพัศนั้น นอกจากความผิดพลาดเล็กๆ น้อยๆ ในการหาเสียง เช่น ไปหลุดคำปราศรัยบนเวทีว่า เลือกตั้งวันอาทิตย์ที่ 9 มีนาคมแล้ว เมื่อเทียบกับคะแนนที่ได้มาแล้วมันแทบเอามาเป็นประเด็นไม่ได้เลย
แล้วก็ชัดเจนว่า ถ้าไม่มีกระแส "กลัวทักษิณ-เสื้อแดงยึดเมืองหลวง" ไม่แน่ว่า พล.ต.อ.พงศพัศ อาจคว้าชัยในการเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครครั้งนี้เลยก็ได้
เพราะตั้งแต่เริ่มหาเสียง เฉพาะตัว พล.ต.อ.พงศพัศ ยึดหลักไม่ให้ร้าย ไม่ป้ายสี เดินหน้าหาเสียง บางเรื่องอาจหวือหวา แต่ว่าลงถึงตัวคนทุกระดับ จนภาพของคนชอบพูดในพรรคเพื่อไทยรายอื่นๆ หายไปจากสื่อไปได้พักใหญ่เลยทีเดียว
ความขัดแย้งที่เกิดจากคำพูดเสียดสีก็พลอยหายไปด้วย !
นี่ต้องเรียกว่า เป็นความสามารถของ พล.ต.อ.พงศพัศ ซึ่งเป็นนักพูดอยู่แล้ว ที่พรรคเพื่อไทยเองน่าเอาไปเป็นแนวทางในการปรับปรุงวิธีการนำเสนอข้อมูลข่าวสารให้แก่ประชาชน
วิธีการหาเสียงแบบไม่ให้ร้ายใครส่งผลให้พรรคเพื่อไทยที่เดิมมีฐานเสียงในเมืองหลวง (โดยประมาณ) อยู่ที่ 6 แสนคะแนน ก็กลายเป็นว่า ได้มาถึง 1 ล้านคะแนนเศษเลยทีเดียว
เพิ่มพรวดเดียว 4 แสนคะแนนเศษ นี่ย่อมต้องให้เครดิตพล.ต.อ.พงศพัศ ไปเต็มๆ
อัตราที่เพิ่มนั้น มากกว่าคะแนนของพรรคประชาธิปัตย์ที่เดิมมีอยู่ 9 แสนคะแนน เพิ่มเป็น 1.2 ล้านคะแนนเสียอีก
แต่หากให้ พล.ต.อ.พงศพัศ กลับไปรับตำแหน่งรอง ผบ.ตร. ก็จะทำให้พรรคเพื่อไทยเสียโอกาสนี้ไปทันที ขณะที่ตัว พล.ต.อ.พงศพัศเองก็จะมีโลโก้พรรคเพื่อไทยติดตรึงอยู่ที่หน้าผาก
แล้วความน่าเชื่อถือมันอยู่ตรงไหน ?
สู้เอา พล.ต.อ.พงศพัศ ซึ่งได้รับการตอบรับจากคนเมืองหลวงมาทำงานการเมืองต่อ รอแค่ว่าถึงเดือนเมษายนนี้ เพื่อให้ "การเปลี่ยนแปลง" มีเหตุมีผล แล้วมอบตำแหน่งแห่งที่ให้ทำก็จะทำให้ทั้งพรรคเพื่อไทย ทั้งพล.ต.อ.พงศพัศ วงการสีกากี และประชาชนคนที่ชื่นชอบ ต่างก็ "ได้" ด้วยกันทั้งหมด
ยิ่งในช่วงเดือนเมษายนข้างหน้านี้ อะไรต่อมิอะไรมันจะผุดโผล่ขึ้นออกมาฟ้องตัวเอง เพราะภาวะเศรษฐกิจโลกเริ่มทรุด โครงการประชานิยมบ้านเราก็กำลังฟ้องตัวเองว่า จะทำให้รัฐบักโกรก แต่การได้คนที่พูดจาคล่องปากคล่องคอ มีสีสัน มาเล่าแจ้งแถลงไขให้ชาวบ้านฟัง มันน่าจะดีกว่าปล่อยให้คนที่พูดจาชวนทะเลาะ รักษาสภาพการเมืองน้ำเน่าเป็นไหนๆ
พอเถอะคำว่า "มีวันนี้เพราะพี่ให้" หรือ "รัฐตำรวจ" ในเมื่อตำรวจจะเล่นการเมืองก็จัดให้สมใจไปเลยเสียดีกว่า
.........
(หมายเหตุ : อย่ากลับไปเลย'สตช.' : ขยายปมร้อน โดยศรุติ ศรุตา)



