คอลัมนิสต์

'ตอยิบ'บีอาร์เอ็นตัวจริงสั่งหยุดยิงได้หรือไม่

'ตอยิบ'บีอาร์เอ็นตัวจริงสั่งหยุดยิงได้หรือไม่

04 มี.ค. 2556

ฮาซัน ตอยิบ:'บีอาร์เอ็น'ตัวจริง! สั่งหยุดยิงได้หรือไม่...ยังต้องพิสูจน์ : ตะลุยกองทัพ โดยทีมข่าวความมั่นคง

              เป็นประเด็นร้อนส่งท้ายเดือนกุมภาพันธ์ สำหรับพิธีลงนาม “general consensus document to launch a dialogue process for peace in the border province of southern Thailand” ระหว่างรัฐบาลไทยกับกลุ่มขบวนการบีอาร์เอ็น ที่ประเทศมาเลเซีย ท่ามกลางความกังวลว่าจะเป็นการยกระดับปัญหาไปสู่เวทีสากล และกลุ่มที่มาเจรจาด้วยอาจไม่ได้มีอำนาจสั่งการในพื้นที่จริง

              กระนั้น ไม่ว่าผลลัพธ์จะเป็นอย่างไร การเจรจาดังกล่าวก็ได้ผ่านไปแล้ว โดยตัวแทนฝ่ายไทย ประกอบด้วย พล.ท.ภราดร พัฒนถาบุตร เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง เลขาธิการศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.) พล.อ.นิพัทธ์ ทองเล็ก รองปลัดกระทรวงกลาโหม พล.ต.ท.สฤษดิ์ชัย เอนกเวียง ผู้บัญชาการตำรวจสันติบาล

              ขณะที่ตัวแทนกลุ่มบีอาร์เอ็น นำโดย นายฮาซัน ตอยิบ หรือ นายอาแซ เจ๊ะหลง ในฐานะหัวหน้าสภาการเมืองของกลุ่มบีอาร์เอ็น

              สำหรับการเจรจาพูดคุยกันระหว่างรัฐบาลไทยกับบีอาร์เอ็นในครั้งนี้ไม่ได้เกิดขึ้นเป็นครั้งแรก แต่มีความพยายามที่จะพูดคุยตั้งแต่สมัยที่ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี หลังจากเกิดเหตุการณ์ปล้นปืนที่กองพันพัฒนาที่ 4 อ.เจาะไอร้อง จ.นราธิวาส แต่สุดท้ายก็คว้าน้ำเหลว เพราะกลุ่มก่อความไม่สงบยังไม่กล้าเปิดตัว

              แต่รัฐบาลไทยหลายยุคหลายสมัยก็ยังคงมีความพยายามที่จะเจรจาเพื่อแสวงหาสันติภาพ ตั้งแต่ในยุครัฐบาล พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ เรื่อยมาจนถึงรัฐบาล นายสมัคร สุนทรเวช และ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ แต่ก็คว้าน้ำเหลวเรื่อยมา

              กระทั่งเมื่อวันที่ 17 มีนาคม 2555 พ.ต.ท.ทักษิณ ที่กลายเป็น "อดีตนายกรัฐมนตรี" ได้เริ่มเจรจาใหม่อีกครั้ง โดยมี นายนาจิบ ราซัค นายกรัฐมนตรีมาเลเซีย เป็นตัวกลางเจรจาที่มาเลเซีย โดยเบื้องต้นได้ข้อยุติว่า กลุ่มก่อความไม่สงบยอมที่จะยุติการก่อเหตุรุนแรง

              แต่ก็สงบแค่ช่วงสั้นๆ เพราะจากนั้นก็เกิดเหตุคาร์บอมบ์ครั้งใหญ่พร้อมกัน 2 จุดที่โรงแรมลีการ์เดนส์ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา และคาร์บอมบ์กลางเมืองยะลา ทำให้มีผู้ชีวิตรวมกันถึง 13 ศพ เพราะแนวร่วมบางส่วนไม่เห็นด้วยกับการเจรจาสันติภาพ จึงก่อเหตุล้มโต๊ะเจรจาที่มาเลเซีย

              อย่างไรก็ตาม หลังจากนั้น พ.ต.ท.ทักษิณก็ยังมอบหมายให้ พ.ต.อ.ทวี เดินหน้า "เจรจาลับ" เรื่อยมา กระทั่งเกิดโต๊ะเจรจาเมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา โดยมีข้อตกลงที่จะมีการพัฒนาเพื่อให้เกิดความสันติสุขในพื้นที่

              แหล่งข่าวความมั่นคงใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ให้ข้อมูลเกี่ยวกับ นายฮาซัน ตอยิบ หัวหน้าการเจรจากลุ่มบีอาร์เอ็นว่า นายฮาซันจบการศึกษาจากโรงเรียนในประเทศไทย และไปศึกษาต่อที่อินโดนีเซีย โดยได้เป็นประธานชมรมของกลุ่มบีอาร์เอ็น

              จากนั้นได้กลับมาเป็น "ครูสอนศาสนา" ที่ อ.รือเสาะ จ.นราธิวาส ก่อนที่จะตั้งโรงเรียนปอเนาะ และถูกทางการเพ่งเล็งว่าเป็นแหล่งบ่มเพาะเด็กและเยาวชนไปก่อเหตุรุนแรง

              แหล่งข่าวคนเดิมระบุว่า นายอาซันหนีไปอยู่มาเลเซียนานกว่า 20 ปี ซึ่งถือว่าเป็น "ตัวจริง" ของกลุ่มบีอาร์เอ็น ส่วนสาเหตุที่นายฮาซันยอมนั่งโต๊ะเจรจากับทางการไทยในครั้งนี้ เนื่องจากถูก "ตำรวจสันติบาลมาเลเซีย" บีบบังคับด้วยเงื่อนไขบางประการ เพราะโดยปกติแล้วกลุ่มขบวนการจะไม่ยอมเจรจาโดยเด็ดขาด เพราะหากเปิดตัวให้คนรู้จักก็เท่ากับพ่ายแพ้ในทางยุทธศาสตร์

              เขามองว่า การเปิดตัวของกลุ่มขบวนการในครั้งนี้ ทำให้เกิดผลเสียต่อการเคลื่อนไหว เพราะเมื่อเปิดตัวออกมาแล้วจะทำให้เข้าถึงเป้าหมายได้ง่ายขึ้น แต่นายฮาซันอยู่ใน "ปีกการเมือง" และไม่ได้เกี่ยวข้องกับการสั่งการในการก่อเหตุในพื้นที่

              โดยขบวนการบีอาร์เอ็นแบ่งการบังคับบัญชาออกเป็น 7 ส่วนปฏิบัติการ หรือ "7 กระทรวง" คือ กระทรวงการต่างประเทศ กระทรวงกลาโหม กระทรวงมหาดไทย กระทรวงศาสนา กระทรวงการคลัง กระทรวงการปกครอง และ กระทรวงด้านจิตวิทยา

              "นายฮาซันทำหน้าที่ด้านการต่างประเทศ และเคยร่วมวงในการเจรจาลับกับ พ.ต.ท.ทักษิณ เมื่อวันที่ 17 มีนาคม 2555 โดยถูกบีบบังคับในลักษณะเดียวกัน แต่เมื่อการเปิดตัวกลุ่มขบวนการคงไม่ค่อยกล้าก่อเหตุมากนัก แต่ความรุนแรงคงไม่จบในทีเดียว เพราะกลุ่มแนวร่วมมีจำนวนมาก โดยในอีก 2 สัปดาห์ข้างหน้าจะมีการเจรจากันอีกครั้งที่มาเลเซีย"

              ขณะที่ ภุมรัตน์ ทักษาดิพงษ์ อดีตผู้อำนวยการสำนักข่าวกรองแห่งชาติ หรืออดีต ผอ.สขช. ที่เคยดำรงตำแหน่งติดต่อกันถึง 5 รัฐบาล แสดงความเป็นห่วงในการลงนามกับองค์กรที่ไม่ใช่รัฐและเป็นองค์กรแบ่งแยกดินแดน ซึ่งอาจกลายเป็นการยกระดับปัญหา ส่วนผลสำเร็จนั้นคงต้องรอสถานการณ์อีกสัก 2-3 เดือน

              อดีต ผอ.สขช. กล่าวอีกว่า ถ้าจะให้ดีควรให้นายฮาซันบอกคนที่ก่อเหตุให้ยุติการก่อความรุนแรง หากสถิติการก่อเหตุลดลงมาอย่างเห็นได้ชัดก็เท่ากับว่าเราพูดคุย "ถูกคน" ซึ่งก็ดีใจด้วย แต่หากยังไม่ลดลงก็ต้องถามว่าเราเจรจาถูกคนหรือไม่ หรือต้องหาคนมาอีก เพราะตอนนี้ยังมีอีกหลายคนที่พร้อมจะทำแบบนี้ และตนก็ยังไม่แน่ใจว่านายฮาซันคุมสภาพได้จริงหรือไม่

              จะเห็นได้ว่าท่าทีของอดีต ผอ.สขช. สอดคล้องกับท่าทีของกองทัพ โดย พล.ท.อุดมชัย ธรรมสาโรรัชต์ แม่ทัพภาคที่ 4 กล่าวในวันที่มีการลงนามว่า "การลงนามครั้งนี้เป็นเรื่องของรัฐบาล ไม่เกี่ยวข้องกับกองทัพ โดยทหารได้เปิดช่องทางให้มีการพูดคุยรวมถึงการให้โอกาสผู้ก่อความไม่สงบเข้ามามอบตัว และต่อสู้คดีตามกระบวนการยุติธรรม"

              ทั้งนี้ แม้แม่ทัพภาคที่ 4 จะระบุต่อท้ายว่า ปัญหาความไม่สงบบริเวณชายแดนไทยและมาเลเซียนั้นเป็นเรื่องจำเป็นที่จะต้องพูดคุยกับประเทศเพื่อนบ้าน และขอความร่วมมือ และคิดว่ามาตรการของรัฐบาลในการแก้ไขปัญหาเป็นไปอย่างถูกทาง และพร้อมทำตามคำสั่งของรัฐบาล

              แต่การสงวนท่าทีว่าเป็นเรื่องของ "รัฐบาล" ไม่เกี่ยวกับกองทัพ รวมทั้งเหตุจักรยานยนต์บอมบ์ที่ตลาดสดใจกลางเมืองนราธิวาส และคาร์บอมบ์หน้ากองบังคับการตำรวจภูธรจังหวัดนราธิวาส เมื่อวันที่ 1 มีนาคม หรือ 1 วันหลังการลงนามสันติภาพก็เป็นสัญญาณเตือนในเบื้องต้นได้เป็นอย่างดีว่า ภาพความสำเร็จเมื่อไม่กี่วันก่อนหน้านี้ อาจซ้ำรอยกับก้าวย่างที่เร่งรีบของอดีตนายกฯ เมื่อปีก่อน

.........................

(หมายเหตุ : ฮาซัน ตอยิบ:'บีอาร์เอ็น'ตัวจริง! สั่งหยุดยิงได้หรือไม่...ยังต้องพิสูจน์ : ตะลุยกองทัพ โดยทีมข่าวความมั่นคง)