
มาตั้งกระทรวงขยะแห่งชาติกันดีกว่า
วันนี้ผมไม่อยากเขียนเรื่องการเมืองรายวัน และก็รู้สึกว่าตอนนี้ข่าวการเมืองรายวันเป็นข่าวที่ไร้แก่นแกนและทิศทางเป็นอย่างมาก
ในแง่ที่ว่าผมมองไม่เห็นว่าสื่อต่างๆ ที่ต้องการทำข่าวการเมือง ต้องการทำข่าวอะไรในแต่ละวัน นอกจากติดตามเรื่องการให้สัมภาษณ์ของนักการเมืองและพฤติกรรมการต่อรองตำแหน่งของแต่ละกลุ่ม และกลุ่มพลัง
เราไม่เห็นสื่อติดตามเรื่องใหญ่ๆ อย่างจริงจังต่อเนื่อง เช่น ทักษิณหายไปไหน เงินทองของเขาอยู่ที่ไหน หรือติดตามว่าเนวินมีอิทธิพลอะไรกับกลุ่มก๊วนของเขา หรือการปฏิรูปการเมืองนั้นมีกระแสความคิดแต่ละกลุ่มต่างกันอย่างไร หรือกระทั่งการประเมินผลของรัฐมนตรีแต่ละคนในมุมมองของสื่อเองจากข้อมูลที่สื่อมี ไม่ใช่จากข่าวที่สื่อรายงาน
มาพูดเรื่องกระทรวงขยะแห่งชาติบ้างดีกว่า เพราะผมคิดว่ากระทรวงนี้ถ้าจัดตั้งสำเร็จ จะเป็นผลดีต่อบ้านเมืองมาก และการจัดตั้งไม่สำเร็จก็จะเป็นผลดีต่อบ้านเมืองเช่นกัน
ในแง่ที่ว่าความล้มเหลวในการจัดตั้งกระทรวงจะสะท้อนให้เห็นว่า เรื่องราวที่เป็นเรื่องที่ควรจะแก้นั้นแก้ไม่ได้ ทั้งที่กระทรวงนี้เป็นกระทรวงที่น่าจะมีงบประมาณมหาศาล เพราะเท่าที่เป็นอยู่นโยบายการจัดการขยะแต่ละหน่วยการปกครองท้องถิ่น และการจัดสรรผ่านหน่วยการปกครองส่วนกลางลงไปในท้องถิ่นก็มีมากมายมหาศาล
การจัดตั้งหน่วยงานระดับชาติเพื่อดูแลปัญหาขยะนั้นน่าจะประสบความสำเร็จ เพราะว่าขยะนั้นน่าจะเป็นหนึ่งในบริการสาธารณะที่จำเป็นต้องมีการบริหารจัดการที่มีมาตรฐานเดียวกัน และมีความเชื่อมโยงกัน ไม่น้อยไปกว่าเรื่องของการไฟฟ้า และประปา
ลองคิดดูนะครับว่าการสร้างโรงงานไฟฟ้าขึ้นมาสักแห่งนั้นมีการศึกษาในระดับประเทศ ดังนั้นถ้าจะบริหารจัดการขยะตามที่ต่างๆ ก็ต้องมีการบริหารระดับประเทศเช่นกัน
นอกไปจากนี้ ขยะนั้นเป็นของที่เราผลิตกันทุกคน ดังนั้นเรื่องเหล่านี้ต้องมีการรับผิดชอบร่วมกัน ไม่ใช่ผลักภาระให้คนที่อ่อนแอกว่าดูแล เช่น เอาขยะเมืองไปทิ้งในที่ชนบท ให้คนในชนบทรับภาระมลพิษต่างๆ
การสนใจปัญหาขยะในฐานะปัญหาระดับชาติ จะทำให้เกิดความโปร่งใสในการบริหารจัดการและตัดสินใจปัญหาขยะในทุกๆ แห่ง จะทำให้เราสามารถมีข้อมูลบ่อขยะ และมีการจัดการติดตามผลได้อย่างรอบด้าน และทำให้การเก็บและกำจัดขยะสะท้อนต้นทุนที่เป็นจริง
รูปแบบการจัดตั้งกระทรวงนั้นอาจจะมีได้หลายแนว อาจเป็นรัฐวิสาหกิจ อาจเป็นองค์กรมหาชน อาจเป็นการบริหารกิจการสาธารณะประเภทมีการเลือกตั้งผู้บริหารโดยตรง และมีหน่วยงานในการกำกับดูแลโดยตรง
ข้อเสนอของผมอาจจะดูเพี้ยนๆ แต่ว่าอยากให้ลองพิจารณากันสักนิด ท่ามกลางความพยายามของกระทรวงบางกระทรวงที่ไม่ค่อยจะมีงาน แต่พยายามสร้างงานของตนเองเรื่อยๆ (ไม่ขอลงในรายละเอียดครับ ใครๆ ก็รู้ใครๆ ก็สัมผัสได้)



