คอลัมนิสต์

เอ็นจีโอที่เข้มแข็งหายไปไหน

เอ็นจีโอที่เข้มแข็งหายไปไหน

01 มี.ค. 2556

เอ็นจีโอที่เข้มแข็งหายไปไหน : บทบรรณาธิการประจำวันที่ 1 มี.ค.2556

              หลังจากสร้างกระแสให้ประชาชนเกิดปริวิตกไปทั่วว่าประเทศกำลังจะเกิดวิกฤติการณ์ด้านพลังงานระหว่างวันที่ 5-14 เมษายน เนื่องจากพม่าจะหยุดส่งก๊าซชั่วคราวระหว่างหยุดซ่อมแท่นขุดเจาะ ทำให้ชาวบ้านบางส่วนเกิดตื่นตระหนกเร่งกักตุนก๊าซหุงต้มขนานใหญ่ อันเป็นผลมาจากถ้อยแถลงที่กำกวม ไม่ชัดเจนและไม่ครบถ้วนกระบวนความของนายพงษ์ศักดิ์ รักตพงศ์ไพศาล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ท่ามกลางความสงสัยถึงเบื้องหน้าเบื้องหลังถ้อยแถลงแต่ฝ่ายเดียวที่มีแต่วาดภาพวิกฤติพลังงานให้ใหญ่โตเกินจริงเช่นนี้ ในที่สุดคำถามต่างๆ ก็ได้รับคำตอบจากนายพงษ์ศักดิ์ถึงที่มาของการสร้างข่าวนี้

              นายพงษ์ศักดิ์ รักตพงศ์ไพศาล ฉวยโอกาสตีเหล็กขณะกำลังร้อน ประกาศรื้อแผนการขยายกำลังการผลิตไฟฟ้าของประเทศ (พีดีพี) ฉบับใหม่ขึ้นแทนแผน พีดีพี 2012 ที่มีการปรับปรุงมาแล้วถึง 3 ครั้ง โดยแผนพีดีพีใหม่ จะลดการใช้ก๊าซธรรมชาติเป็นเชื้อเพลิงในการผลิตไฟฟ้าลงเหลือ 45% จากปัจจุบันที่ใช้อยู่กว่า 68% ของเชื้อเพลิงทั้งหมด พร้อมกับให้เพิ่มโรงไฟฟ้าใหม่ที่ใช้ถ่านหินสะอาดเป็นเชื้อเพลิงไม่ต่ำกว่า 1 หมื่นเมกะวัตต์ จากแผนเดิมที่มีโรงไฟฟ้าถ่านหินสะอาดอยู่ประมาณ 4,400 เมกะวัตต์ ทำให้สัดส่วนของถ่านหินเพิ่มจาก 18.8% เป็นไม่น้อยกว่า 20% นอกจากนี้ ยังแย้มไต๋ด้วยว่าหากในอนาคตการผลิตไฟฟ้าถ่านหินในประเทศ ไม่สามารถจะเกิดขึ้นได้เนื่องจากถูกต่อต้าน ประเทศไทยก็ยังมีทางเลือกที่จะซื้อจากต่างประเทศ เพราะขณะนี้กัมพูชา พม่า และมาเลเซีย ได้เสนอขายไฟฟ้าจากเชื้อเพลิงถ่านหินให้ไทยแล้วรวมแล้วเกือบหมื่นเมกะวัตต์ ขณะเดียวกัน กฟผ.ก็กำลังศึกษาถึงความเป็นไปได้ในการก่อสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหิน ขนาด 4,000 เมกะวัตต์ ที่นิคมอุตสาหกรรมทวาย ประเทศพม่า

              ถ้อยแถลงของนายพงษ์ศักดิ์ ครั้งนี้สะท้อนความจริงประการหนึ่งที่หมกเม็ดมาตั้งแต่ต้น นั่นก็คือนายพงษ์ศักดิ์หรือรัฐบาลมีแผนจะรื้อแผนการขยายกำลังการผลิตไฟฟ้าของประเทศ (พีดีพี) มาตั้งแต่ต้นและรู้ดีว่าแผนนี้อาจจะถูกประชาชนต่อต้านเหมือนเช่นที่เกิดขึ้นในหลายจังหวัดอยู่ในขณะนี้ เนื่องจากรัฐบาลไม่มีแผนจัดทำประชามติเรื่องการหันไปใช้ถ่านหินสะอาดเป็นเชื้อเพลิงแทนที่จะใช้พลังงานทางเลือกอื่น อีกทั้งยังไม่มีการศึกษาแผนกระทบต่อชุมชนทั้งทางด้านคุณภาพสิ่งแวดล้อม ทรัพยากรธรรมชาติ และสุขภาพ ตามหลักเกณฑ์ วิธีการ ระเบียบปฏิบัติของกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ที่สำคัญนายพงษ์ศักดิ์แทนที่จะสั่งทบทวนแผนการนี้ กลับเตรียมการซื้อไฟฟ้าจากกัมพูชา พม่า และมาเลเซีย ไว้ล่วงหน้า

              แม้จะมีบทเรียนจากโครงการต่างๆ ที่รัฐบาลเร่งผลักดันให้เดินหน้าโดยไม่ฟังเสียงทักท้วงใดๆ อาทิ โครงการรับจำนำข้าว เราขอเรียกร้องให้นายพงษ์ศักดิ์ ทบทวนแผนรื้อแผนการขยายกำลังการผลิตไฟฟ้าของประเทศให้รอบคอบ ขณะที่องค์กรพัฒนาเอกชน (เอ็นจีโอ) ควรจะกลับมาทำหน้าที่ตรวจสอบความโปร่งใสของโครงการต่างๆ อย่างเข้มแข็งอีกครั้งหนึ่ง เพื่อปกป้องไว้ซึ่งผลประโยชน์ของประชาชนและประเทศชาติ