คอลัมนิสต์

 ที่มาของ "ส่วย"

ที่มาของ "ส่วย"

02 มิ.ย. 2552

"เมียทหารนับขวด เมียตำรวจนับเพชร" คำเปรียบเปรยโบราณๆ ที่ล่วงเลยมานานนับสิบปี หลายคนอาจลืมเลือนไปแล้วครับ

 เป็นหนึ่งในเสน่ห์ตำรวจไทยที่มัดใจสาวน้อยสาวใหญ่ได้อยู่หมัด สะท้อนว่าอาชีพตำรวจมีราคามากด้วยผลประโยชน์ขนาดไหน

 อาชีพตำรวจน่าเกรงขาม ยิ่งยศ ตำแหน่งสูงเท่าใด ยิ่งเพิ่มเท่าทวีคูณ บรรดาอาเสี่ย อาซ้อ เจ้าของบ่อน สถานบริการต่างเคารพยำเกรง ไปที่ไหนก็ถูกต้อนรับอย่างอบอุ่น สาวๆ ที่ควงพลอยเคลิบเคลิ้มไปด้วย

  เครื่องแบบอันโก๋หรู ยศที่ประดับ เป็นอีกส่วนที่ช่วยเสริมราศี บารมีให้ยิ่งใหญ่

 ตำรวจบางคนเลยพองตัวอยู่เหนือชาวบ้าน ไม่ทำหน้าที่ดูแลทุกข์สุข หันหน้าเข้าหาผลประโยชน์ ทุกวันนี้ตำรวจระดับหัวหน้าหน่วยสำคัญล้วนเติบโตจากการทำหน้าที่ติดตามนาย อาศัยสำนักงานผู้ใหญ่เติบโตแล้วออกมาคว้าชิ้นปลา ข้ามหัวรุ่นพี่หรือแซงเพื่อนไปหมด กลายเป็นวัฒนธรรม

 นายตำรวจประเภทนี้จึงต้องเอาใจผู้บังคับบัญชาทั้งหน้าบ้านหลังบ้าน นี่คือส่วนเสริมเพิ่มอำนาจได้อีกมากโข

 แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น ต้องมีปัจจัยสนับสนุนมากเพียงพอด้วย ต้องมีเงิน มีทรัพย์สินที่เอื้อ จึงเรียกได้ว่า ครบเครื่อง

 สมัยก่อนพ่อแม่อยากให้ลูกเป็นนายตำรวจก็เพราะต้องการอภิบาลคนดี นอกจากเชิดหน้าชูตาวงศ์ตระกูล เดี๋ยวนี้แนวคิดเริ่มเปลี่ยนการมาทำหน้าที่ตำรวจกลายเป็นเรื่องอำนาจกับช่องทางทำกิน

 ตำรวจมากมายร่ำรวยมากับผลประโยชน์มิชอบ บางคนเสาะแสวงหา บางคนก็ตามน้ำ 

 ตำรวจที่มาจากครอบครัวที่มีฐานะก็ไม่ได้หมายความว่าจะไม่รับเงินสกปรก อาจได้เปรียบที่ไม่ต้องดิ้นรนไขว้คว้าหามา

 ส่วนตำรวจที่มาจากครอบครัวรายได้น้อยไม่ใช่จะเลวร้ายหรือมีปมด้อย เพียงแต่ถึงจุดหนึ่ง อยู่ในสังคมแบบหนึ่งมันต้องใช้มันต้องหลิ่วตาตาม ผ้าขาวพวกนี้จึงกลายเป็นสีด่าง สีเทา และเพิ่มความเข้มขึ้นเรื่อยๆ บางรายกลายเป็นสีดำ มีตำหนิ

 อีกไม่กี่วันข้างหน้านี้สำนักงานตำรวจแห่งชาติจะปรับเปลี่ยนโครงสร้างครั้งใหญ่ เพิ่มหน่วยงานรองรับภารกิจมากมาย เกลี่ยนายพลประจำฯ เข้าสู่ตำแหน่งหลัก ยังไม่มีใครการันตีได้ว่า ตำรวจจะดีขึ้นหรือไม่ แง่นามธรรมเห็นภาพชัด แต่ทางปฏิบัติยังมองไม่ออกว่าจะยกอาชีพนี้ขึ้นมาจากวังวนเดินอย่างไร

 ตราบใดที่ผลประโยชน์ยังวิ่งเข้าหา สำคัญคือตำรวจต้องมีทุนใช้จ่าย ทั้งหมดคือที่มาของ "ส่วย" ทุกวันนี้!!