
จีนไกล่เกลี่ยพม่ากับคะฉิ่น:บทบาทเพื่อนผู้พี่ทางเหนือยังสูง
จีนไกล่เกลี่ยพม่ากับคะฉิ่น:บทบาทเพื่อนผู้พี่ทางเหนือยังสูง : กระดานความคิด โดยสุทธิชัย หยุ่น http://www.oknation.net/blog/blackcheepajornlok
บทบาทของจีน ในการเจรจาสงบศึก ระหว่างรัฐบาลกลางของพม่ากับกองทัพขบถคะฉิ่น เป็นประเด็นที่น่าสนใจในหลายมิติ
ที่ผ่านมาจีน เชิญทั้งสองฝ่ายไปเจรจาที่เมืองรุยลี่ ของจีน ตั้งอยู่ฝั่งตรงข้ามกับพม่าซึ่งได้รับผลกระทบจากการสู้รบอันยาวนานระหว่างสองฝ่าย โดยเฉพาะในช่วงสองปีที่ผ่านมา ซึ่งปะทะกันรุนแรงขึ้น มีผลผลักให้คนคะฉิ่นจำนวนหนึ่งต้องอพยพหนีข้ามชายแดนไปฝั่งของจีน
จีน เดือดร้อนเรื่องนี้มายาวนาน แต่ก่อนนี้รัฐบาลปักกิ่ง สามารถกระซิบกระซาบกับผู้นำทหารที่ย่างกุ้งได้เกือบทุกเรื่อง และการปฏิวัติทางการเมืองภายใต้การนำของประธานาธิบดีเต็ง เส่ง ทำให้ความสัมพันธ์ใกล้ชิดสนิทสนมเริ่มจะห่างเหินกันไปพอสมควร แม้ว่าจะไม่ถึงกับมีความขัดแย้งกันระหว่างสองประเทศเพื่อนบ้านนี้
แต่การที่จีน ทำตัวเป็น "คนกลาง" ระหว่างทหารขบถกับรัฐบาลกลางพม่า ครั้งนี้มีความหมายกว้างไกล ทำให้ผมนึกถึงบทบาทของจีนในความขัดแย้งของตนเองกับประเทศสมาชิกอาเซียนอื่นเช่นเวียดนาม ฟิลิปปินส์ และมาเลเซีย ในทะเลจีนใต้
เพราะในกรณีนั้นจีน ไม่ยอมให้ใครมาเป็นผู้ไกล่เกลี่ย และยืนยันมาตลอดว่าเป็นเรื่องระหว่างสองประเทศ ไม่ยอมเจรจาระดับพหุภาคีและใครพยายามเล่นบทเป็นท้าวมาลีวราช, ก็จะถูกปักกิ่งบอกกล่าวให้ถอยไป ไม่ใช่ธุระของประเทศที่สามเป็นอันขาด
แต่ในความขัดแย้งระหว่างรัฐบาลกลางพม่า กับชนกลุ่มน้อย ติดอาวุธคะฉิ่น นั้น จีนถึงกับส่งเจ้าหน้าที่ของตนไปพบกับตัวแทนกองทัพพม่า และผู้นำทหารของ "กองทัพเพื่อเอกราชคะฉิ่น" หรือ Kachin Independence Army (KIA) อย่างค่อนข้างเปิดเผย ไม่เล่นบทอยู่หลังฉากอย่างที่เคยเล่นในกรณีอื่นๆ มาก่อน
การเจรจาเมื่อวันจันทร์ก่อนในดินแดนของจีน ระหว่างคู่กรณีพม่า กับคะฉิ่น ยืดยาวถึง 7 ชั่วโมง และดูเหมือนว่าจะมีผลทางด้านบวกไม่น้อย เพราะทั้งสองฝ่ายพร้อมจะเดินหน้าเจรจารายละเอียดของการลงนามในสัญญาหยุดยิงต่อไป
สะท้อนว่าเดิมที่คิดว่าทหารพม่าวันนี้ไม่ยี่หระต่อปักกิ่ง หลังจากสหรัฐ และยุโรป กับอาเซียน เข้ามาสนับสนุนการปรับเปลี่ยนทางการเมืองครั้งใหญ่ก็ไม่จริงทั้งหมด เพราะการที่ผู้นำทหารพม่ายอมให้ปักกิ่ง เป็นคนกลางในเรื่องละเอียดอ่อนอย่างนี้ ก็แปลว่ายังมีความเคารพรักกันอยู่ไม่น้อย
หากได้คุยกับคนพม่าตามถนนรนแคมวันนี้ก็จะสามารถจับได้ถึงความรู้สึกต่อต้านจีนในหลายๆ ด้าน เช่น สินค้าจีนราคาถูกแต่คุณภาพต่ำท่วมตลาดพม่ามาช้านาน
อีกทั้งการที่บริษัทจีน ได้รับสัมปทานสร้างเขื่อน โรงงาน และธุรกิจหลายด้านที่ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมของพม่า ก็ทำให้คนพม่าจำนวนไม่น้อยรู้สึกได้ถึงอิทธิพลของจีนในทางลบ
โดยเฉพาะในระดับปัญญาชน และชนชั้นกลางที่เริ่มจะเปรียบเทียบการคบหากับจีนกับการได้พบปะติดต่อกับนักธุรกิจและคนอาชีพต่างๆ จากประเทศอื่นๆ ที่ครั้งหนึ่งถูกกีดกันไม่ให้เข้าประเทศ
สหรัฐนั้น แม้จะเข้ามาช่วยเหลืออุ้มชูรัฐบาลเต็ง เส่ง ให้ปฏิรูปทางการเมืองอย่างจริงจัง แต่ก็ยังวิจารณ์รัฐบาลพม่าในกรณีการส่งกำลังไปปะทะกับทหารคะฉิ่น ที่เอ็นจีโอบางแห่งวิพากษ์ว่าใช้กำลังเกินเหตุ และมีผลทำให้เด็ก ผู้หญิง และคนแก่ ต้องบาดเจ็บ และเสียชีวิตโดยไม่จำเป็น
รัฐบาลพม่า เดิมประกาศว่า ได้ตัดสินใจหยุดยิงฝ่ายเดียวเมื่อวันที่ 19 มกราคม ปีนี้ แต่นักข่าวต่างประเทศหลายคนที่ไปทำข่าว ณ ที่เกิดเหตุ ส่งข่าวและรูปยืนยันว่าคำแถลงของรัฐบาลกลางพม่า ไม่เป็นความจริง เพราะการต่อสู้ยังดำเนินต่อไป อีกทั้งยังมีการยืนยันว่าทหารพม่า ส่งเครื่องบินไปถล่มฐานที่มั่นของคะฉิ่นทางอากาศอีกด้วย
สหรัฐ เรียกร้องให้รัฐบาลพม่าหยุดยิง และให้มีการเจรจา อีกทั้งยังขอให้เปิดทางให้ความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมสามารถเข้าถึงพลเรือนคะฉิ่นที่ได้รับบาดเจ็บจากการปะทะกันอีกด้วย
แต่กรณีนี้สหรัฐไม่สามารถเล่นบทเป็นคนกลางได้ดีเท่ากับจีนเพราะจีนสามารถอ้างได้ว่าการสู้รบเกิดขึ้นหลังบ้านตัวเอง จึงเดือดร้อนและเรียกร้องให้มีการหยุดความรุนแรงเสีย
แต่ต้องไม่ลืมว่าจีนยังเป็นนักลงทุนต่างชาติในพม่าอันดับหนึ่งอยู่ อีกทั้งปักกิ่ง ก็ยังเห็นพม่าเป็นทางผ่านไปมหาสมุทรอินเดีย และเป็นที่ระบายสินค้าจากมณฑลทางใต้และตะวันตกเฉียงใต้ของจีนเอง
ที่จีนต้องลุกขึ้นมาไกล่เกลี่ยอีกสาเหตุหนึ่งคือบริเวณการปะทะกันนั้นใกล้กับจุดที่จะวางท่อก๊าซ และน้ำมันที่จะเชื่อมระหว่างชายแดนพม่ากับยูนนาน ทางใต้ของจีน
ณ วันนี้อะไรที่กระทบต่อการขยายตัวของจีน และความพยายามที่จะเข้าถึงแหล่งพลังงานจากต่างประเทศเพื่อป้อนโรงงานอุตสาหกรรมของตนเป็นเรื่องที่มีความสำคัญต้นๆ ...และเผลอๆ อาจจะสำคัญกว่าข้อพิจารณาด้านการเมือง และความมั่นคงด้วยซ้ำไป
ดังนั้น ไม่ว่าสหรัฐ และโลกตะวันตก จะเข้ามาทางหน้าบ้านด้วยเงินลงทุนและความช่วยเหลือมากมายเพียงใดก็ตาม พม่าก็ยังเป็นห่วง "หลังบ้าน" ที่ยังคุกรุ่นด้วยความรุนแรงกับชนกลุ่มน้อยติดอาวุธที่ต่อสู้กันมายาวนานถึง 60 ปีแล้ว
ยังไงเพื่อนผู้พี่ทางเหนือที่คบหากันมานาน และยังมีอิทธิพลสูงยิ่งก็ยังมีบทให้เล่นอย่างคึกคักอยู่ดี...อย่าได้มองข้ามจีนในสมการอนาคตของพม่าเป็นอันขาด
..........
(หมายเหตุ : จีนไกล่เกลี่ยพม่ากับคะฉิ่น:บทบาทเพื่อนผู้พี่ทางเหนือยังสูง : กระดานความคิด โดยสุทธิชัย หยุ่น http://www.oknation.net/blog/blackcheepajornlok)



