คอลัมนิสต์

คลื่นมวลชนสัมพันธ์

คลื่นมวลชนสัมพันธ์

27 ก.พ. 2556

คลื่นมวลชนสัมพันธ์ : มนุษย์สองหน้า โดยแคน สาริกา

              ตลอดสัปดาห์ที่ผ่านมา อาณาจักรคนเสื้อแดงกลายเป็นตำบลกระสุนตก หลังจาก "ขวัญชัย ไพรพนา" เจ้าสำนักเปิดศึกกับแกนนำ นปช.ส่วนกลาง โดยเฉพาะคลิปเปิดใจร่ำไห้ที่ลำพูน มีคนเข้าชมมากมาย และถูกพรรคฝ่ายค้านหยิบฉวยไปขยายผลในประเด็นการใช้อำนาจแต่งตั้งนายตำรวจ

              มิเพียงเท่านั้น คนเสื้อแดงในโลกออนไลน์ก็ขับไสไล่ส่ง "ขวัญชัย" ให้ออกไปจากขบวนการ แต่ท่าทีของโฆษกดังเมืองอุดร ก็ยังยืนกรานจะเคลื่อนไหวในนาม "ชมรมคนรักอุดร" และ "ชมรมคนรักภาคอีสาน" ต่อไป

              ขวัญชัยชอบพูดผ่านวิทยุคลื่นเอฟเอ็ม 97.5 และทีวีดาวเทียมช่องพีแอนด์พี ว่าเขาเป็นลูกหลานเสือดำเมืองสุพรรณ เรียนจบ ป.4 มาเป็นเด็กจรจัดในเมืองหลวง ในวัยเยาว์เขาก็วาดฝันไว้สองอย่างคือ "อยากขึ้นเครื่องบินสักครั้ง" และ "อยากสวมนาฬิกายี่ห้อมิโด้สักเรือน"

              มาถึงวันนี้ ขวัญชัยคงไม่คิดฝันเสียด้วยซ้ำไปว่า จะต้องรับบทผู้นำพามวลชนมาต่อสู้บนท้องถนน และเป็น "เซ
เลบเสื้อแดง" แข่งบารมีกับ "สหายปูน" อดีตกรรมการสำรองพรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศไทย

              จะว่าไปแล้ว "ธุรกิจวิทยุ" นั่นแหละชุบชีวิตเด็ก ป.4 ให้เป็นโฆษกวิทยุมีชื่อเสียงโด่งดัง มีแฟนคลับสนับสนุน มีทั้งมิตรและศัตรูในแวดวงโฆษกวิทยุสายลูกทุ่ง

              ดั่งที่ทราบกัน คลื่นวิทยุของทหาร 3 เหล่าทัพ และตำรวจในระบบสัมปทานเช่าเวลา ล้วนอยู่ในมือ "พ่อค้า" โดยโฆษกนักจัดรายการก็จะมารับจ้างพ่อค้าอีกทอดหนึ่ง 

              อย่างเช่น "ภิญโญ เกษียรสินธุ์" นายห้างขายครีมซิงซิง ว่าจ้างขวัญชัยไปจัดรายการวิทยุที่อุดรธานี เพื่อโปรโมตสินค้า

              สมัยโน้น โฆษก ป.4 อย่างขวัญชัย และโฆษกลูกทุ่งส่วนใหญ่ ไม่มีเงินทุนพอจะไปประมูลคลื่นวิทยุ จึงทำได้แค่รับจ้างจัดรายการ หรือไม่ก็ไปเช่าช่วงเวลาต่อจากพ่อค้า ซึ่งมีราคาแพงมาก

              ด้วยความเป็นโฆษกคนดัง จึงทำให้ขวัญชัยรู้จักคุ้นเคยกับ "ผู้การทอง" พล.ต.ต.วชิระ ทองวิเศษ นายตำรวจใหญ่ที่เติบโตในอุดรธานี และขอนแก่น ซึ่งผู้การทองก็สนิทกับ พล.ต.อ.ประชา พรหมนอก เมื่อ "อินทรีอีสาน" ขึ้นเป็นอธิบดีกรมตำรวจ จึงดึงตัวผู้การทอง จากภาคอีสานไปเป็นผู้บังคับการตำรวจกองปราบปราม

              ที่กองปราบปราม เดิมทีมีสถานีวิทยุกระจายเสียงภาคเอเอ็ม 2 สถานีคือ "เสียงสามยอด" (สสส.) ความถี่ 1160 กิโลเฮิรตช์ กำลังส่ง 5 กิโลวัตต์ (ปัจจุบันใช้ความถี่ 1179 กิโลเฮิรตช์ กำลังส่ง 10 กิโลวัตต์)

              อีกสถานีหนึ่งคือ สถานีวิทยุกระจายเสียง "เสียงสามยอด อุดรธานี" ความถี่ 774 กิโลเฮิรตซ์ กำลังส่ง 10 กิโลวัตต์

              ขวัญชัยสบโอกาสที่ผู้การทองมาคุมกองปราบฯ จึงประมูลเช่าเวลาของสถานีวิทยุเสียงสามยอด อุดรธานี มาบริหารเอง และใช้ชื่อ "คลื่นมวลชนสัมพันธ์" โดยได้ทุนสนับสนุนจากนายห้างขายครีมซิงซิง

              มันเป็นครั้งแรกของโฆษกบ้านนอก ที่ได้เป็นเจ้าของ "คลื่นมวลชนสัมพันธ์ 774 เอเอ็มสเตอริโอ" ขวัญชัยใช้ตลาดเริ่มอุดม ใกล้สถานีรถไฟอุดรธานี เป็นเวทีประกวดนักร้อง และร่วมมือกับ "สุเทพโปรโมชั่น" โดยเสี่ยสุเทพ สุวรรณประดิษฐ์ คนปักษ์ใต้ที่มาทำธุรกิจบันเทิงในภาคอีสาน รับจ้างจัดงานสวนสนุก และจัดคอนเสิร์ตลูกทุ่ง

              "เสียงสามยอด มีเรตติ้งอันดับ 1 เรียกได้ว่าอัพเกรดนักจัดรายการ ป.4 อย่างผมให้มีรายได้มากมาย ถึงขนาดที่ผมกำเงินสดๆ ไปซื้อรถเบนซ์ได้เลยทีเดียว" ขวัญชัยพูดผ่านรายการเกาะติดสถานการณ์ ทางช่องทีวีดาวเทียม

              เมื่อหมดยุคผู้การทอง ก็สิ้นสัมปทานวิทยุเสียงสามยอด ขวัญชัยจึงตั้ง "สถานีวิทยุชุมชน" ที่ใช้ชื่อเดิมคลื่นมวลชนสัมพันธ์ โดยมีนักการเมืองพรรคไทยรักไทยสมัยนั้นให้การสนับสนุน

              แฟนคลับภายใต้คลื่นมวลชนสัมพันธ์นี่แหละ เป็นต้นทุนที่ทำให้ขวัญชัยนำมาต่อยอดเป็น "ชมรมคนรักอุดร" องค์กรมวลชนที่แสดงจุดยืนอยู่ข้างทักษิณมาตั้งแต่ปี 2548

              ประสบการณ์การทำคลื่นลูกทุ่งมายาวนาน ขวัญชัยเชื่อว่าองค์กรของพวกเขาไปต่อได้ โดยไม่ต้องพึ่ง นปช. จึงต้องพิสูจน์ทฤษฎีมวลชนโฆษก ป.4

..............

(หมายเหตุ : คลื่นมวลชนสัมพันธ์ : มนุษย์สองหน้า  โดยแคน สาริกา)