
ใช้งบประมาณอย่างคุ้มค่า
ใช้งบประมาณอย่างคุ้มค่า : บทบรรณาธิการประจำวันที่27ก.พ.2556
ภายใต้วิกฤติการณ์ภัยแล้งที่กำลังคืบคลานเข้าสู่ประเทศไทย ก็ยังมีปัญหาด้านการบริหารน้ำเพื่อป้องกันอุทกภัยเข้ามาพร้อมๆ กันด้วย คนไทยโดยเฉพาะพื้นที่การเกษตรในภาคกลางและเขตเศรษฐกิจกรุงเทพมหานคร คงยังไม่ลืมเหตุน้ำท่วมใหญ่เมื่อปลายปี 2554 ซึ่งเกิดความเสียหายเป็นมูลค่านับแสนล้านบาท ประชาชนบางส่วนเสียชีวิตก็มี ครั้งนั้นกลายเป็นภาพหลอกหลอนอยู่ว่าโอกาสเกิดขึ้นมีได้อีกหรือไม่ ขณะที่รัฐบาลน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี หมาดๆ ช่วงนั้น ก็พยายามแก้ไขสถานการณ์แต่ก็ยังไม่ทันท่วงทีหรือดีพอ ที่จะสร้างความมั่นใจให้แก่คนไทยและนักลงทุนต่างชาติ
กระทั่งโครงการป้องกันน้ำท่วมเกิดขึ้นตามมามากมาย ทั้งระดับท้องถิ่นเรื่อยไปจนถึงโปรเจกท์ขนาดยักษ์ มีมูลค่ารวมกว่า 3 แสนล้านบาท เป็นการเสนอทำโครงการเพื่อแก้ปัญหาอย่างถาวรผ่านคณะกรรมการบริหารจัดการน้ำและอุทกภัย (กบอ.) ที่มีนายปลอดประสพ สุรัสวดี รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธาน มีบางส่วนเสนอเพิ่มเติมจากการของบประมาณเดิม หมายถึงการเพิ่มโปรเจกท์ เพื่อป้องกันเขตเศรษฐกิจอย่าง กทม. บางส่วนเสนอให้ทำเขื่อนกันอ่าวไทยตั้งแต่เขตสมุทรปราการ ไปจรดสมุทรสาคร ใช้งบประมาณมหาศาล ซึ่งในเชิงวิชาการยังไม่สรุปว่าสามารถป้องกันได้ชนิด 100 เปอร์เซ็นต์หรือไม่ ทำให้เกิดความกังวลว่างบประมาณมหาศาล ที่จะกู้มาเพื่อการนี้อาจสูญเปล่าเป็นการตำน้ำพริกละลายแม่น้ำ คนไทยต้องเป็นหนี้ก้อนยักษ์
องค์กรความร่วมมือระหว่างประเทศของญี่ปุ่น (ไจก้า) ที่รัฐบาลไทยขอให้ทำการศึกษาและทำแผนบริหารจัดการอุทกภัยลุ่มน้ำเจ้าพระยา ได้ส่งผลการศึกษาการบริหารจัดการให้กบอ.แล้ว พร้อมระบุว่า แผนการก่อสร้างเพื่อแก้ปัญหาที่รัฐบาลไทยเตรียมไว้ถึง 10 โครงการ ไม่จำเป็นต้องทำทั้งหมดเพราะสามารถใช้วิธีการอื่นแทนได้เช่น การสนับสนุนให้ชุมชนลุ่มน้ำเจ้าพระยา ปรับตัวให้อยู่กับน้ำซึ่งอดีตที่ผ่านมาชาวบ้านก็ใช้วิถีแบบนี้ภายใต้ปัญหา, การบริหารจัดการน้ำในเขื่อนใหญ่ลุ่มเจ้าพระยา, การขุดลอกแม่น้ำเจ้าพระยาหรือการสร้างฟลัดเวย์เพิ่มขึ้นในพื้นที่พระนครศรีอยุธยา ซึ่งรวมแล้วใช้งบประมาณประมาณ 1 แสนล้านบาท สามารถประหยัดงบประมาณได้กว่า 2 แสนล้านบาท
ผลการศึกษาของไจก้า จะต้องนำมาสรุปความเป็นไปได้อีกครั้ง ซึ่งข้อเสนอแนะหลายส่วนค่อนข้างเป็นไปได้ในการบริหารจัดการน้ำที่ไม่จำเป็นต้องใช้งบประมาณมากมายในการก่อสร้าง การแก้ปัญหาพื้นฐานเช่น การขุดลอกคลอง การทำความเข้าใจและช่วยแก้ปัญหาน้ำท่วมหรือการบรรเทาด้านต่างๆ ให้แก่ชาวบ้านอาจเป็นหนทางที่ดีกว่าแทนการก่อสร้างเขื่อนขนาดใหญ่เพื่อแก้ไขอุทกภัยซึ่งก็ยังไม่มีการศึกษาถึงผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมว่าจะคุ้มค่าหรือไม่ ดังนั้นรัฐบาลต้องไม่ด่วนสรุปหรือมีมติผ่านโครงการต่างๆ ไปตามที่ กบอ.เสนอ ต้องนำผลการวิจัยทางวิชาการเข้ามาประกอบด้วยเพื่อให้เกิดความรอบคอบและใช้งบประมาณอย่างคุ้มค่า ที่สำคัญรัฐบาลต้องเปิดกว้างฟังความเห็นจากทุกฝ่าย ก่อนการตัดสินใจ



