
ใครเคยเจอการ'ตั้งด่าน'บ้าง,พี่น้อง?
ใครเคยเจอการ'ตั้งด่าน'บ้าง,พี่น้อง? : กระดานความคิด โดยสุทธิชัย หยุ่น
คุณปิยสวัสดิ์ อัมระนันทน์ เป็นอดีตรัฐมนตรีพลังงาน ดังนั้นเมื่อท่านบอกว่ามีการ “ตั้งด่าน” ในกระทรวงพลังงานและกระทรวงอุตสาหกรรม
“เหมือนตำรวจตั้งด่านกลางถนน” เพื่อชะลอโครงการพลังงานหมุนเวียน ผู้คนในประเทศจึงต้องสนใจว่าเกิดอะไรขึ้น
และเมื่อ คุณพงษ์ศักดิ์ รักตพงศ์ไพศาล ซึ่งเป็นรัฐมนตรีพลังงานคนปัจจุบัน ยืนยันว่า “ยุคผมไม่มีด่าน” ที่กระทรวงนี้ ก็ต้องฟังให้รอบด้านเช่นกัน
เพราะพอได้ยินว่า “ตั้งด่านเหมือนตำรวจ” คนทั่วไปอย่างพวกเราก็คิดถึงการที่ผู้รักษากฎหมายกลับกลายเป็นคนใช้อำนาจนั้นรีดไถเพื่อประโยชน์ของตนเอง
และยิ่งเป็นการกล่าวหาว่า มีการจงใจจะชะลอโครงการที่สำคัญ เพื่อมาทดแทนพลังงานในยามที่กำลังพูดถึงวิกฤติไฟฟ้าในเดือนเมษายน ก็ยิ่งจะต้องให้ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องบอกกล่าวกับประชาชนว่าเกิดอะไรขึ้น
แต่เพียงแค่ฟังว่าแต่ละฝ่ายพูดว่าอย่างไร ก็ยังไม่พอ เพราะข้อเท็จจริงของผู้กล่าวหากับผู้ชี้แจงไปกันคนละด้าน จำเป็นจะต้องมีผู้ทำหน้าที่ตรวจสอบ ต้องเอาความจริงออกมาเผยแพร่ให้ประชาชนได้รับทราบ
คุณปิยสวัสดิ์ บอกว่า ในช่วง 2 ปีหลังที่ผ่านมานี้ มีการ “ตั้งด่าน” ขึ้นในสองกระทรวงเหมือน “ตำรวจตั้งด่านกลางถนน” ทำให้ได้ใบอนุญาตยากมาก นโยบายด้านส่งเสริมพลังงานทดแทนและหมุนเวียนจึงเดินหน้าไม่ได้
อดีตรัฐมนตรีพลังงาน บอกว่า “ส่วนใครจะตั้งด่าน ผมพูดไม่ได้ ต้องไปถามเจ้ากระทรวงทั้งสอง หรือไปถามคนที่มีอำนาจเหนือกระทรวงในทางการเมือง การตั้งด่านไม่ได้อยู่ในกฎหมาย ช่วงปีกว่าที่รัฐบาลชุดนี้รับงานมา ถ้าไม่ได้มาตั้งด่านบ้าๆ บอๆ เราจะมีกำลังการผลิตจากพลังงานไฟฟ้าแสงอาทิตย์ พลังงานลม อีก 1,000 กิโลวัตต์ ฉะนั้น ทางเลือกที่เปิดเอาไว้มี แต่เราเดินต่อไปไม่ได้”
คุณปิยสวัสดิ์ บอกด้วยว่า “ด่านที่ว่านี้เป็นด่านที่ทุกคนต้องเจอหมด ทำให้โรงงานพลังงานหมุนเวียนเกิดการชะลอไป ไม่มีใครรู้สึก แต่พอตอนนี้ไฟฟ้าจะขาด ทุกคนเริ่มรู้สึกว่าโรงไฟฟ้าหลายแห่งที่สร้างแล้ว ไม่สามารถผลิตไฟฟ้าได้ เพราะใบอนุญาตไม่ออกจากกรมโรงงานอุตสาหกรรม โรงไฟฟ้าผลิตบางแห่งมีกำลังผลิตเหลือ แต่หน่วยงานพลังงานบอกต้องผลิตเท่านั้นเท่านี้ ผลิตเกินไม่ได้ ถือเป็นด่านหนึ่ง...”
อดีตรัฐมนตรีพลังงาน บอกว่า ทางแก้ปัญหาก็คือ ต้องตัดด่านแบบนี้ออกไปทั้งหมด ถือว่าเป็นต้นตอสำคัญ จะไปโทษพม่าอย่างเดียวไม่ได้ เขาปิดซ่อมเป็นเรื่องปกติอยู่แล้ว
แต่รัฐมนตรี พงษ์ศักดิ์ บอกกับ “กรุงเทพธุรกิจ” ว่า “คงไม่ใช่ยุคผมแน่ เพราะตอนผมเข้ามายังไม่มีใครยื่นขอเลยสักรายเดียว พลังงานทดแทนเขาทำกันก่อนที่ผมจะเข้ามา สำหรับผม ไม่มีด่านอะไรทั้งสิ้น อยู่ที่ไหนก็ไม่เคยมีด่าน ผมว่าถ้าคิดว่าที่ไหนมีด่าน ควรแจ้งจับไปเลย จะได้ไม่ต้องตั้งด่าน”
คำว่า “ด่านตรวจ” ในแวดวงตำรวจเป็นที่รู้กันมาช้านานว่ามีจุดประสงค์แอบแฝง และทุกครั้งที่คนขับรถถูกตำรวจตั้งด่านตรวจ สิ่งแรกที่สงสัยก็คือว่าจะมีการเรียกเงินพิเศษ
หรือที่ศัพท์วงในเรียกว่า “ทำยอด” เพราะต้องสร้างรายได้ตามเป้าที่ “นาย” วางเอาไว้
แต่เมื่อ คุณปิยสวัสดิ์ ใช้คำนี้กับกระทรวง ทบวง กรม ก็เท่ากับเป็นการกล่าวหาว่าพฤติกรรมเช่นนี้กำลังเกิดขึ้นในแวดวงการเมืองและราชการ
ที่เคยเรียก “ใต้โต๊ะ” หรือ “ค่าน้ำร้อนน้ำชา” ก็ขยายผลเป็น “ตั้งด่าน”
จะเรียกว่า เป็นวิวัฒนาการของความไม่ชอบมาพากลของแวดวงที่มีผลประโยชน์หรือไม่ ก็ตาม แต่ก็สะท้อนว่ามีผู้ที่ร้องเรียนว่าเป็นเหยื่อของพฤติกรรมเช่นว่านี้แล้ว
หากรัฐมนตรีพลังงานคนปัจจุบัน ยืนยันว่าไม่มี “ด่าน” เช่นว่านี้ที่กระทรวง ก็น่าจะประกาศให้ผู้ที่เคยเจอกับ “ด่าน” มารายงานให้ท่านทราบเป็นการส่วนตัว หรือเปิดช่องทางร้องเรียนเป็นการลับ เพื่อท่านจะได้รู้ความจริง
เรื่องลือ เสียงเล่าอ้าง เรื่องอย่างนี้มีมาทุกยุคทุกสมัยของการเมืองและราชการไทย ไม่มีใครถูกจับได้คาหนังคาเขา เพราะมีผลประโยชน์ร่วมกัน หรือไม่ก็เพราะความกลัวที่จะถูกกลั่นแกล้ง และแก้แค้น
แต่รัฐมนตรีปัจจุบันต้องพิสูจน์ว่า ข้อกล่าวหาของอดีตรัฐมนตรีในกระทรวงเดียวกันนี้ ไม่จริง ด้วยการสร้างระบบโปร่งใสและเปิดเผยข้อมูลทุกประเด็นที่มีข้อสงสัย
เพราะวิกฤติพลังงานว่าร้ายแรงแล้ว ก็ยังไม่ย่ำแย่เท่ากับวิกฤติศรัทธาเป็นแน่แท้
..............
(หมายเหตุ : ใครเคยเจอการ'ตั้งด่าน'บ้าง,พี่น้อง? : กระดานความคิด โดยสุทธิชัย หยุ่น http://www.oknation.net/blog/black/2013/02/22/entry-1)



