
ใช้ม.21ควบคู่พัฒนาภาคใต้
ใช้ม.21ควบคู่พัฒนาภาคใต้ : บทบรรณาธิการประจำวันที่21ก.พ.2556
รัฐบาลและฝ่ายความมั่นคง มีแนวคิดจะนำ พ.ร.บ.ความมั่นคง ไปประกาศใช้แทน พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ในพื้นที่สามจังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยเฉพาะมาตรา 21 ซึ่งเปิดทางให้กลุ่มผู้หลงผิดเข้ามอบตัว เข้ารับการฝึกอบรมเป็นเวลาไม่เกิน 6 เดือน แทนการถูกดำเนินคดีอาญาตามความผิดที่กระทำไว้ หากผู้ใดผ่านการอบรมดังกล่าวสิทธิของรัฐในการนำคดีมาฟ้องถือเป็นอันระงับไป ตรงนี้เสียงสะท้อนส่วนใหญ่ให้การสนับสนุน เพราะถือเป็นการช่วยให้ปัญหาไฟใต้ได้บรรเทาลง เพราะกลุ่มแนวร่วมจำนวนหนึ่งก็ต้องการกลับมาใช้ชีวิตเช่นคนปกติทั่วไป แต่ติดขัดที่มีคดีความติดตัว และเกรงว่าจะไม่ได้รับความเป็นธรรมจากเจ้าหน้าที่รัฐและกระบวนการยุติธรรม เมื่อมีการเปิดช่องทางนี้จะช่วยสร้างความมั่นใจให้ผู้ต้องการมอบตัว
กฎหมายฉบับนี้ได้ถูกนำมาใช้ในสมัยรัฐบาลประชาธิปัตย์ นำร่องในพื้นที่ 5 อำเภอ คือ จะนะ เทพา สะบ้าย้อย และนาทวี ในพื้นที่ จ.สงขลา รวมทั้ง อ.แม่ลาน จ.ปัตตานี และมีผู้กลับใจผ่านกระบวนการตามมาตรา 21 แล้ว 2 ราย กระนั้นก็ตามยังมีความเห็นต่างอยู่บ้างว่ากฎหมายนี้เป็นสิ่งดี แต่ไม่ใช่การมาล้างความผิดให้แก่ทุกคน เพราะบางส่วนมีความผิดฐานกระทำการฆ่าคนตาย มีผู้เสียหาย ซึ่งขั้นตอนของมาตรานี้จะมีคณะกรรมการ 2 ชุด ในการกลั่นกรองรายชื่อผู้ที่มามอบตัว หากเข้าหลักเกณฑ์ก็จะไม่ฟ้องศาล และเสนอต่อ ผอ.รมน.ให้นำเข้าสู่กระบวนการอบรม เพื่อกลับออกมาเป็นผู้ร่วมพัฒนา แต่ถ้าใครมีคดีความมากก็ไปดำเนินตามกระบวนการยุติธรรม จึงมีกรอบกติกาอยู่จึงจำเป็นต้องศึกษาให้ละเอียด
ปัญหาในสามจังหวัดชายแดนภาคใต้มีหลายมิติคลุมทับกันอยู่ มาตรา 21 เป็นเพียงเครื่องมือหนึ่งที่จะช่วยนำพาให้เกิดความสงบขึ้นได้ แต่จะว่าไปแล้วเป็นการใช้กฎหมายที่ปลายเหตุ แต่ยังต้องไปแก้ปัญหาที่ต้นตอ สร้างความเข้าใจสร้างการมีส่วนร่วมทุกด้าน การหลอมรวมให้เกิดทัศนคติที่ดี รวมถึงการพัฒนาทั้งด้านการศึกษา เศรษฐกิจในพื้นที่ เหล่านี้ต่างต้องดำเนินการควบคู่กันไป จะทิ้งด้านใดด้านหนึ่งไม่ได้ ตัวอย่างดีๆ ที่เกิดขึ้น เช่น โครงการพัฒนาศักยภาพผู้ร่วมเสริมสร้างสันติภาพภายใต้นโยบายสานใจสู่สันติในพื้นที่ เพื่อหาแนวทางลดผลกระทบจากเหตุการณ์ความไม่สงบและสร้างจิตสำนึกร่วมให้ผู้เข้ามาแสดงตนว่ามีหน้าที่ต้องรับผิดชอบต่อรัฐในการสร้างความภาคภูมิใจอยู่ร่วมสังคมอย่างมีศักดิ์ศรี
ขณะเดียวกัน ศปก.กปต.ที่ทำงานเชื่อมต่อเพื่อบูรณาการงานของ 17 กระทรวง 66 หน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับภารกิจแก้ปัญหาในจังหวัดชายแดนใต้ ต้องทำหน้าที่อย่างเข้มข้น ตรวจสอบการใช้งบประมาณ การดำเนินงานของกระทรวงและหน่วยงานต่างๆ ว่าเป็นไปตามแผนงานมากน้อยแค่ไหน ทำอย่างไรที่จะปรับให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด เพราะนอกจากยึด "การเมืองนำการทหาร" แล้ว ควรยึดหลัก “เศรษฐกิจนำการเมือง” ด้วยการส่งเสริมให้เกิดการลงทุนในภาคธุรกิจอุตสาหกรรมไปกระตุ้นให้เกิดการหมุนเวียนทางเศรษฐกิจ และเป็นการยกระดับคุณภาพความเป็นอยู่ของประชาชนในพื้นที่ให้ดีขึ้น ที่สำคัญอีกประการคือการสร้างการยอมรับความแตกต่างในด้านวัฒนธรรม ศาสนา ที่สามารถอยู่ร่วมกันอย่างสันติสุขได้



