
นโยบายแก้ไฟใต้'สไตล์...เฉลิม'
นโยบายแก้ไฟใต้'สไตล์...เฉลิม' : ขยายปมร้อน โดยจีรพงษ์ ประเสริฐพลกรังและสมถวิล เทพสวัสดิ์
แนวนโยบาย “ดับไฟใต้” ของรัฐบาล นับตั้งแต่มีการปรับ “ครม.ปู 3” มีความหวือหวาชวนให้ติดตามอยู่ตลอดเวลา หลัง “บิ๊กอ๊อด" พล.อ.ยุทธศักดิ์ ศศิประภา รมว.กลาโหม พ้นความรับผิดชอบงานด้านนี้โดยตรง เปลี่ยนมือให้ “ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง” รองนายกรัฐมนตรี ผู้ที่มีความถนัดงานทางด้านตำรวจมากกว่าทหาร เข้ามาสานงานที่มีบทบาทหน้าที่สำคัญนี้ อย่างไม่เต็มใจ!
ย้อนไปเมื่อ วันที่ 2 พฤศจิกายน 2555 หลังจากการปรับครม.ปู 3 เสร็จสิ้น “สารวัตรเฉลิม” รับทราบมติการแบ่งงานของ "รองนายกรัฐมนตรี" ตามมติคณะรัฐมนตรี ที่มอบหมายให้กำกับดูแล “ศูนย์บริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.)” และยังมีหน้าที่อีกบทบาทโดยอัตโนมัติคือ ต้องนั่งหัวโต๊ะเป็น “ประธานคณะกรรมการขับเคลื่อนนโยบายยุทธศาสตร์แก้ปัญหาชายแดนใต้" (กปต.) แทนที่ “บิ๊กอ๊อด” อีกด้วย
ก่อนหน้าที่จะทราบผลการแบ่งงานหนึ่งวัน "รองนายกฯ เฉลิม" ยืนยันหนักแน่นว่า “ไม่ต้องมีรองนายกรัฐมนตรี ดูแลงานความมั่นคง เพราะประเทศมั่นคงอยู่แล้ว งานที่ผมดูแลเรื่องยาเสพติด ปราบปรามยาเสพติดก็มีมากพอ ถ้ามากกว่านี้จะทำไม่ไหว คดีในภาคใต้ก็ลดลงแล้ว ซึ่งผมได้บอกนายกรัฐมนตรีแล้วไม่พร้อมจะดูแลปัญหาในจังหวัดชายแดนภาคใต้ อะไรที่ไม่ถนัดก็บอกท่านว่าไม่พร้อม”
และด้วยความที่ไม่พร้อม ไม่ถนัดและไม่เต็มใจทำให้ตกเป็นเป้าโจมตีของหลายฝ่าย โดยเฉพาะพรรคประชาธิปัตย์ที่ออกมาถล่มและขย่มให้นายกฯ ปู “ปลด” ร.ต.อ.เฉลิมออกจากภารกิจนี้ แต่ก็ไม่เป็นผล จนนายกฯ ต้อง “บังคับ” ให้รองเฉลิมลงพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้บ้าง แถมยังโดนสั่งห้ามบ่นว่าไม่อยากรับงานนี้อีก
แต่นั่นก็รอดูกันต่อไปว่าผลคำสั่งการของนายกฯ ปู จะได้ผลมากน้อยเพียงใด
เพราะล่าสุด "สารวัตรเฉลิม" ก็ขอเลื่อนลงพื้นที่ภาคใต้ไปก่อน แม้จะเกิดเหตุการณ์ปะทะครั้งใหญ่ระหว่างผู้ก่อการร้ายกับทหารนาวิกโยธิน ที่ อ.บาเจาะ จ.นราธิวาส เมื่อวันที่ 13 กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา โดยขอลงพื้นที่หลังเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. ในวันที่ 3 มีนาคม
ไล่เรียงดูทิศทางและนโยบายแก้ปัญหาใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ในยุคของ “สารวัตรเฉลิม” จะพบว่าจะมีรูปแบบที่ภาษาทางการเมืองเรียกว่า “โยนหินถามทาง” อยู่หลายครั้ง
เริ่มตั้งแต่ช่วงเดือนกันยายน 2555 แม้ช่วงนั้นจะยังไม่ได้เข้ามารับผิดชอบงานแก้ปัญหาความไม่สงบแบบเต็มตัว แต่รองนายกฯ ผู้นี้ ก็เคย “ปิ๊งไอเดีย” ด้วยการเสนอให้ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ คือ ปัตตานี ยะลาและนราธิวาส มีการปกครองรูปแบบพิเศษ เหมือนกับกรุงเทพมหานครและเมืองพัทยา จ.ชลบุรี และเสนอให้มีการเลือกตั้งผู้ว่าราชการจังหวัดใน 3 จังหวัดนี้ด้วย
และสุดท้ายไอเดียนี้ก็โดนกระแสต้านอย่างมากจนเงียบหายไปในที่สุด
กลับมาอีกครั้งเมื่อต้นเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา "รองนายกฯเฉลิม" ปิ๊งไอเดียใหม่อีก หวังจะให้มีการประกาศใช้ “เคอร์ฟิว” ในบางพื้นที่ บางเวลา แต่ก็ไม่วายโดนกระแสตีกลับจากสังคมและคนในพื้นที่อย่างกว้างขวาง จนลุกลามบานปลายเกือบจะกลายเป็นเกาเหลากับคนในรัฐบาลด้วยกันอย่าง "อาโอ๋" พล.อ.อ.สุกำพล สุวรรณทัต รมว.กลาโหม ที่ออกมาคัดค้าน จนโดนรองนายกฯ ท้าทาย “ถ้าเก่งจริงก็ไปขอนายกฯ มาทำหน้าที่แทนผม” ทำเอานายกฯ ปูต้องออกโรงหย่าศึกนี้ให้ไปหาข้อสรุปในที่ประชุมคณะกรรมการขับเคลื่อนนโยบายยุทธศาสตร์แก้ปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้
สุดท้ายไอเดีย “เคอร์ฟิว” ดับไฟใต้ ก็โดนดับโดยมติที่ประชุม กปต. เมื่อวันที่ 15 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ที่ไม่เห็นชอบให้ใช้ “เคอร์ฟิว” หลังใช้ถกเถียงกันผ่านสื่อนานถึง 2 สัปดาห์
และเมื่อวันที่ 18 กุมภาพันธ์ "รองสารวัตรเฉลิม" ก็โยนไอเดียถามหน่วยงานความมั่นคงอีกรอบ กับ “ยุทธวิธีใหม่” การขยายพื้นที่ในการบังคับใช้ “มาตรา 21 ของพระราชบัญญัติการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร” ที่ปัจจุบันบังคับใช้อยู่แล้วในพื้นที่ 4 อำเภอใน จ.สงขลา และอ.แม่ลาน จ.ปัตตานี และมอบหมายให้ ศอ.บต. และสำนักงานสภาความมั่นคงแห่งชาติ ไปศึกษาความเป็นไปได้ของแนวคิดนี้
แม้ว่าแนวคิดการใช้ “มาตรา 21 ของพ.ร.บ.ความมั่นคง” จะยังไม่ได้ข้อสรุปจากหน่วยงานของรัฐว่าจะเป็นอย่างไร แนวคิดนี้ได้ถูกโยนให้สังคมได้ส่งเสียงสะท้อน เช็กกระแสตอบรับ ด้วยสไตล์โยนหินถามทางกับรองนายกฯ ผู้นี้เสียแล้ว
แต่ล่าสุดเมื่อวันที่ 19 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา "รองสารวัตรเฉลิม" ได้ลงนามในคำสั่งแต่งตั้ง "กลุ่มวาดะห์" 9 คน ให้มาเป็นที่ปรึกษาด้านการข่าวเเละงานด้านการขับเคลื่อนนโยบายเเละยุทธศาสตร์การเเก้ไขจังหวัดชายเเดนภาคใต้อย่างมีประสิทธิภาพ ประกอบด้วย "วันมูหะมัดนอร์ มะทา, เด่น โต๊ะมีนา, อารีเพ็ญ อุตรสินธุ์, ซูการ์โน มะทา, นัจมุดดิน อูมา, น.ส.เพชรดาว โต๊ะมีนา, อับดุลเร๊าะห์มาน อับดุลสมัด, สุทธิพันธ์ ศรีริกานนท์ เเละสุดิน ภูยุทธานนท์"
การแต่งตั้ง "กลุ่มวาดะห์" ถือเป็นเรื่องดี เพราะเหมือนได้ตัวแทนฝ่ายการเมืองช่วยดูแลปัญหาในพื้นที่ เนื่องจากรัฐบาลไม่มีตัวแทนทางการเมืองในพื้นที่เลย แต่ขณะเดียวกันการที่ "สารวัตรเหลิม" มีคำสั่งแต่งตั้ง "กลุ่มวาดะห์" เป็นทางการไม่ต่างจากการ "เรียกแขก" เพราะหากบริหารยุทธศาสตร์ผิดพลาด "เป้าโจมตี" จะเปลี่ยนจาก "สารวัตรเหลิม" มาเป็น "กลุ่มวาดะห์" แทน!
"รมต.-นายกฯ" ลงพื้นที่ปลอบขวัญประชาชน
"อารีเพ็ญ อุตรสินธุ์" รองหัวหน้าพรรคมาตุภูมิ แกนนำคนสำคัญของ "กลุ่มวาดะห์" กล่าวถึงการแต่งตั้งเป็นหนึ่งในทีมที่ปรึกษารองนายกรัฐมนตรี (ร.ต.อ.เฉลิม) เคยพูดคุยกับร.ต.อ.เฉลิมเกี่ยวกับปัญหาภาคใต้มาแล้วครั้งหนึ่ง สัปดาห์หน้าจะประชุมทีมที่ปรึกษารองนายกฯ การแต่งตั้งครั้งนี้สอดคล้องกับการทำงานของกลุ่มวาดะห์ แต่การเป็นทีมที่ปรึกษารองนายกรัฐมนตรีคงทำอะไรได้ไม่มากหากไม่เรียกทำงานก็คงไม่มีอะไรไปแนะนำ
การที่รัฐบาลเลือก "กลุ่มวาดะห์" คงเพราะต้องการแก้ไขปัญหาหลายๆ ทาง เพราะรัฐบาลไม่มีตัวแทนในพื้นที่จึงไม่มีตัวบุคคลชูเรื่องนี้ และเคยทำงานร่วมกับสารวัตรเหลิมสมัยอยู่พรรคความหวังใหม่ การให้สัมภาษณ์ของสารวัตรเหลิมที่บางครั้งอาจถูกโจมตีหากมีโอกาสประชุมร่วมกันก็จะแนะนำเรื่องนี้แต่เรื่องที่รัฐบาลต้องเร่งทำด่วนที่สุดคือ นักการเมือง รัฐมนตรี หรือนายกรัฐมนตรี ต้องเร่งลงพื้นที่เพื่อปลอบขวัญและทำความเข้าใจกับประชาชน
............
(หมายเหตุ : นโยบายแก้ไฟใต้'สไตล์...เฉลิม' : ขยายปมร้อน โดยจีรพงษ์ ประเสริฐพลกรังและสมถวิล เทพสวัสดิ์)



