คอลัมนิสต์

โรดแม็พ'รบ.-มท.'สะท้อนไฟใต้

โรดแม็พ'รบ.-มท.'สะท้อนไฟใต้

15 ก.พ. 2556

โรดแม็พ'รัฐบาล-มหาดไทย' สะท้อนไฟใต้ : ขยายปมร้อน โดยวัฒนา ค้ำชู

               หลายสิบมาตรการเป็นชนิด “ตาต่อตา ฟันต่อฟัน” การประกาศใช้เคอร์ฟิวในบางพื้นที่เพื่อลดการเคลื่อนไหวของกลุ่มก่อความไม่สงบหรือการส่งกำลังทหาร ตำรวจ สมาชิกอาสารักษาดินแดน (อส.) ไปเพิ่มแนวต้านไม่ให้กลุ่มคนร้ายเคลื่อนไหวไปสร้างเหตุการณ์ความรุนแรงให้ชาวบ้านผู้บริสุทธิ์ได้ต่อไปอีก

               อดีตยันปัจจุบันรัฐบาลไม่เคยเปลี่ยนภารกิจหลักสร้างความมั่นคงสงบสุขอย่างเป็นรูปธรรมในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้

               หลักการตามแนวพระราชดำริ เป็นบันไดทั้ง 3 ขั้นที่มุ่งไปสู่การพัฒนาให้ชุมชนมีความเป็นเจ้าของนำไปสู่ความยั่งยืนในที่สุด “เข้าใจ เข้าถึง พัฒนา” ล้วนเป็นการสร้างให้เกิดความเข้าใจในข้อมูลพื้นฐานด้วยการไปศึกษาข้อมูลทุกมิติของชุมชนเพื่อค้นหารากของปัญหา

               ในการเข้าถึงจึงเป็นเรื่องการสื่อสารและสร้างการมีส่วนร่วม โดยมุ่งสื่อสารสร้างความเข้าใจและความมั่นใจแก่ชุมชน ร่วมกันวิเคราะห์ ปัญหาและความต้องการของชุมชน ให้ชุมชนมีส่วนร่วมในกระบวน การพัฒนามากที่สุด

               ส่วนการพัฒนาถือเป็นเรื่องของการเรียนรู้เพื่อพัฒนาศักยภาพชุมชน สร้างทีมพี่เลี้ยง การออกแบบหลักสูตรและเมนูการพัฒนา การศึกษาดูงาน แลกเปลี่ยนเรียนรู้ และฝึกปฏิบัติของชุมชน รวมทั้งการให้ทีมพี่เลี้ยงให้คำแนะนำในชุมชน และติดตามสนับสนุนประเมินผล

               ที่สำคัญการก่อความไม่สงบที่เกิดขึ้นตลอดในพื้นที่ดินแดนทักษิณถิ่นปลายด้ามขวาน 3 จังหวัดชายแดนใต้ “ปัตตานี ยะลา และนราธิวาส” หลายฝ่ายมองตรงกันสาเหตุหลักน่าจะเป็น...ความไม่เท่าเทียม

               ผลที่ตามมาย่อมไม่สามารถเสริมสร้างสันติสุขให้เกิดขึ้นตามแนวทาง “ฮารับปันบารู” หรือแผนปฏิบัติการใต้ร่มเย็นอย่างยั่งยืนให้เกิดขึ้นในพื้นที่ได้ หากแต่หวังจะได้รับการต้อนรับความร่วมมือจากประชาชนในพื้นที่ ใช้ส่วนราชการกองกำลัง ทหาร ตำรวจนอกพื้นที่ไปหว่านล้อมผู้นำศาสนา ประชาชนในพื้นที่ เจ้าหน้าที่รัฐได้ร่วมกันลงขันขนกำลังลงไปพื้นที่หวังดับไฟที่ก่อตัวปะทุขึ้นมาเป็นครั้งคราว เวลาที่เปลี่ยนผ่านไปนับจากวันไปเป็นเดือนก้าวย่างเป็นหลายปี ทุกอย่างแสนมืดมิดหายไปกับสายลมแสงแดด รัฐบาลที่กำหนดโรดแม็พนโยบายต้องหันมายอมรับความจริงวันนี้ เหตุการณ์ไฟใต้ในปัจจุบันนั้นแตกต่างจากอดีต

               ครั้นเปรียบเทียบแนวทางการใช้เคอร์ฟิวของรัฐที่ขัดต่ออัตลักษณ์การดำเนินชีวิตของประชาชนส่วนใหญ่ที่เป็นมุสลิม ต้องไปประกอบศาสนกิจตามหลักศาสนาละหมาดวันละ 5 ครั้ง ย่อมเป็นการทำผิดเงื่อนไขของสังคมที่เป็นการยั่วยุประชาชนที่จะก่อเงื่อนไขทางสังคมส่งผลสู่สงครามการสู้รบ

               ล่าสุด "กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน" ที่เป็นมือไม้ของกระทรวงมหาดไทย ในยุค จารุพงศ์ เรืองสุวรรณ รมว.มหาดไทย มีหลายเหตุการณ์ของสถานการณ์ไฟใต้ที่เกิดขึ้นรายวัน นับจากเหตุการณ์เล็กไปสู่เหตุการณ์ใหญ่ที่เกิดเกิดขึ้นมาทุกครั้งย่อมทำให้ชาวบ้านร้านตลาดอกสั่นขวัญหาย

               มาตรการแก้ปัญหาเริ่มปรับเข้าสู่โหมดปฏิบัติการเชิงรุกของหลายหน่วยหลายฝ่าย โดยเฉพาะการหยิบยกหน่วยงานที่มีอยู่ในมือขึ้นมาปัดฝุ่นเคาะสนิมทำงานทันยุคทันสมัย

               การชูจุดเด่นโดยการนำ “กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน” มาสร้างเป็นเครือข่ายในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้เรียกขานรหัส “กำนันนิวส์” คอยรับส่งข้อมูลข่าวสารเอสเอ็มเอสผ่านเครือข่ายมือถือ ถือเป็นแนวคิดที่น่าจับตามองหลังผ่านการทดสอบใช้ กระทั่งนำมาสู่การติดตามกลุ่มเครือข่ายกำนันเคยได้ติดตามคนร้ายที่ยิง "ครูชลธี เจริญชล" ครูโรงเรียนบ้านตันหยงที่สามารถติดตามรถจัดการกับคนที่มีส่วนเกี่ยวข้องได้ผลสำเร็จ

               กรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย ได้เสนอต่อ ครม.มีมติเพิ่มอัตรากำลังให้สมาชิกกองอาสารักษาดินแดน หรือ อส.ลงใต้ 2,700 อัตรา อนุมัติในพื้นที่จังหวัดชายแดนใต้ ปี 2556 เป็นแผนการเพิ่มกรอบอัตรากำลังพล สมาชิกกองอาสารักษาดินแดนในพื้นที่จัดหวัดชายแดนใต้

               โดยมีเงื่อนไขต้องเป็นคนในพื้น หรือในตำบลนั้นเท่านั้น เพราะถ้าคนแปลกหน้าเข้ามาคนเหล่านี้จะทราบทันที การขอเพิ่มอัตรากำลัง อส. ลักษณะนี้ถือเป็นการหาแนวร่วมโดยมีเงินค่าตอบแทนให้ เพราะมีการตั้งงบประมาณเบิกจ่ายตรง จากที่ผ่านมาการหาข่าวลักษณะนี้ต้องใช้ "งบลับ" ซึ่งในแต่ละปีไม่มีใครทราบว่า เงินที่ใช้ไปกับการหาข่าวลักษณะนี้ใช้ไปเท่าไรกันแน่

               ประเด็นที่น่าสนใจอีกประการเกิดขึ้นหลังการหารือร่วมกันระหว่างรัฐบาลไทยกับมาเลเซีย เป็นความร่วมมือรัฐต่อรัฐที่มีข้อตกลงเป็นข้อมูลในชั้นลับมากช่วงปลายธันวาคม 2556 จะมีความร่วมมือแลกเปลี่ยนข้อมูลบุคคล 2 สัญชาติที่เดินทางเข้าออกประเทศไทย-มาเลย์ ที่อาจมีส่วนก่อความไม่สงบในพื้นที่ภาคใต้ เบื้องต้นเคาะตัวเลขออกมามีประมาณ 500 คน

               ถือเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีของความร่วมมือแก้ไขปัญหาความไม่สงบในพื้นที่ภาคใต้!

               ขณะเดียวกัน น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ก็จะเดินทางไปเยือนมาเลเซียปลายเดือนนี้ เพื่อเร่งขอความร่วมมือต่อข้อตกลงดังกล่าวให้เร็วขึ้น

               เพราะจะปล่อยให้คนพื้นที่เสี่ยงในภาคใต้คงต้องนั่งลุ้นว่าจะเกิดเหตุการณ์อะไรขึ้นอีก แบบรายวันไม่ได้!

.......

(หมายเหตุ : โรดแม็พ'รัฐบาล-มหาดไทย' สะท้อนไฟใต้ : ขยายปมร้อน โดยวัฒนา ค้ำชู)